บททดสอบที่แท้จริงรออยู่
ด้วยค่าตัวที่สูงลิ่ว ทั้งคู่จึงตกอยู่ภายใต้ความกดดันให้ต้องเร่งโชว์ฟอร์มเก่งออกมา หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างกระท่อนกระแท่น อย่างไรก็ตาม อีราโอล่า ก็ยังคงยืนหยัดเคียงข้างลูกทีมตามวิสัยของผู้จัดการทีมทั่วไป โดยย้ำว่าเขามีความเชื่อมั่นในตัวทั้งสองคน "100%"
อีราโอล่า เน้นย้ำว่าทีมให้ความสำคัญกับผลงานโดยรวมมากกว่าสถิติส่วนบุคคล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อทุ่มเงินมหาศาลถึง 116 ล้านปอนด์สำหรับ เวียร์ตซ์ และ 123 ล้านปอนด์สำหรับ บาร์โกล่า ย่อมคาดหวังให้ผู้เล่นเหล่านี้เป็นคนที่ตัดสินผลการแข่งขันได้
เวียร์ตซ์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย โดยมีส่วนช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะไป 6-3 พร้อมกับทำได้หนึ่งแอสซิสต์
ทว่าค่ำคืนดังกล่าวกลับเป็นเวทีของ บาร์โกล่า ซึ่งสามารถทำแฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้งของเขาได้สำเร็จ จากการลงเล่นรวมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติมาทั้งหมด 238 เกม
ประตูทั้งสามลูกนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล กลับมาคว้าชัยชนะได้อีกครั้ง หลังจากเพิ่งพ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
อันที่จริง ด้วยคุณภาพฝีเท้าของเขา ดาวเตะวัย 24 ปี น่าจะทำประตูได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ผลงานการจบสกอร์ที่เฉียบคมทั้งด้วยเท้าขวาและเท้าซ้าย รวมถึงการยิงจ่อๆ ในช่วงครึ่งหลัง ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาได้ลูกฟุตบอลกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก
และเพียงหนึ่งวันเศษๆ หลังจากที่ต้องออกมาปกป้องลูกทีมจากคำถามก่อนเริ่มเกม คราวนี้ อีราโอล่า ก็ได้กล่าวถึงลูกทีมด้วยรอยยิ้ม
"ผมดีใจกับ บรัดเล่ย์ จริงๆ" อีราโอล่า กล่าว
"เมื่อวานพวกคุณถามผมเรื่องที่เขายังทำผลงานได้ไม่ถึงเป้า รวมถึงเรื่องของ โฟลเรียน ด้วย ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าทั้งคู่เล่นได้ดีมากๆ พวกเขาเป็นคนที่สร้างความแตกต่างให้กับเกมได้จริงๆ"
"บรัดเล่ย์ สร้างปัญหาให้คู่แข่งได้ตลอด โดยเฉพาะในจังหวะดวลตัวต่อตัวและการวิ่งสอดขึ้นไปข้างหลังแนวรับ เขาช่วยให้เราคุมเกมได้ดีมากจากการหาพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ ผมดีใจกับทั้งคู่จริงๆ"
"ผมคิดว่ามันส่งผลดีมากต่อความมั่นใจของพวกเขา ผมเชื่อว่าตอนนี้พวกเขารู้สึกได้ว่าเราให้ความไว้วางใจในตัวพวกเขามาก ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับพวกเขา"
เมื่อกล่าวถึงความหมายของเหตุการณ์นี้สำหรับ บาร์โกล่า อีราโอล่า กล่าวเสริมว่า "ผมคิดว่าเขาควรมีความสุขกับช่วงเวลานี้ เพราะการทำแฮตทริกในแชมเปี้ยนส์ลีกนั้นเป็นเรื่องที่ยากเสมอ"
"แม้แต่ในการซ้อมเมื่อวานนี้ ผมก็สัมผัสได้ว่าเขาดูคึกคักมาก บางครั้งเราก็พอจะรู้สึกได้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์แบบนี้กำลังจะเกิดขึ้น เราสัมผัสได้ว่าเขามีความพร้อมเต็มที่ก่อนลงสนามในเกมนี้"
จากนี้ไป บาร์โกล่า คงหวังที่จะรักษาฟอร์มการเล่นในระดับนี้ไว้ให้ได้ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก โดยเริ่มต้นจากเกมที่จะไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในวันเสาร์นี้
เบรนท์ฟอร์ด คือบททดสอบสำคัญ
ทีมของ อีราโอล่า เล่นได้อย่างดุดันในครึ่งแรกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแชมป์ลีกออสเตรีย โดยสามารถนำไปก่อนถึง 3 ประตู ซึ่งความเหนือกว่านั้นชัดเจนมากจนพวกเขาน่าจะทำประตูเพิ่มได้อีกไม่ยาก
จำนวนโอกาสยิง 19 ครั้งที่ ลิเวอร์พูล ทำได้ในครึ่งแรกของเกมที่พบกับ ลาสค์ ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 สำหรับทีมเยือนในครึ่งแรกของเกมแชมเปี่ยนส์ลีก
หากจะมีข้อติงอยู่บ้าง ก็คงเป็นเรื่องที่พวกเขาเริ่มผ่อนเกมลงจนประมาทไปเล็กน้อยในครึ่งหลัง ทำให้เสียไปถึง 3 ประตู หลังจากผ่านหนึ่งชั่วโมงไปแล้ว แต่ก็นับว่าเข้าใจได้เพราะงานส่วนใหญ่เสร็จสิ้นไปหมดแล้ว
ค่ำคืนนี้ยังมีแง่บวกอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งที่ลงสนามมาแล้วทำผลงานได้ดีเยี่ยม เจเรมี่ ฟริมปง ทำได้ 1 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ส่วน คอสตาส ซิมิกาส ก็ทำไป 2 แอสซิสต์เช่นกัน
นอกจากนี้ โรนัลด์ อาเราโฮ ยังทำประตูแรกให้กับสโมสรได้นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่ ลูอิส คูมาส ก็ได้รับรางวัลตอบแทนความพยายามด้วยการใส่ชื่อตัวเองบนสกอร์บอร์ดในครึ่งหลัง
ดาวรุ่งวัย 21 ปี เกือบทำประตูได้อีกสองลูกแต่ถูกผู้ตัดสินปฏิเสธเนื่องจากเป็นจังหวะล้ำหน้า อย่างไรก็ตาม การที่เขาทำแอสซิสต์ให้ บาร์โกล่า ในครึ่งแรก ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำได้ทั้งประตูและแอสซิสต์ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกให้กับ ลิเวอร์พูล (21 ปี 25 วัน) ทำลายสถิติเดิมของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (21 ปี 139 วัน ในเกมพบกับ ดินาโม เคียฟ เมื่อปี 2001) ซึ่งถือเป็นการจารึกชื่อเคียงข้างตำนานอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ย่อมรู้ดีว่าตลอดทั้งฤดูกาลนี้ พวกเขาคงไม่เจอกับเกมที่ง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะก่อนจะลงสนามนัดนี้ ลาสค์ ไม่ชนะใครมาเลยตลอด 4 นัดหลังสุด
"เราจะได้เรียนรู้อะไรจากเกมนี้? มันค่อนข้างยากที่จะสรุป เพราะตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเกม คู่แข่งเล่นแบบตั้งรับลึกและไม่ค่อยกดดันอะไรเลย" สตีเฟ่น วอร์น็อค กล่าว
"มีบางช่วงที่ผมเห็น เทรย์ ไนโอนี่ เล่นในแดนกลาง โดยที่ไม่มีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเข้ามากดดันเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้เขาสามารถจ่ายบอลได้อย่างอิสระ"
"ส่วน บาร์โกล่า ก็สามารถเล่นงานแบ็กขวาคู่แข่งได้อย่างสบาย จนแบ็กคนนั้นถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงพักครึ่ง ซึ่งนั่นก็บอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี"
"ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเกมนี้มากนัก เพราะผมคาดไว้อยู่แล้วว่า ลิเวอร์พูล จะบุกไปคว้าชัยชนะมาได้แบบไม่ยากเย็นอะไร"
วอร์น็อค กล่าวเสริมว่า บททดสอบที่หนักกว่าสำหรับ ลิเวอร์พูล จะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ที่บ้านของ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งปัจจุบันทีม ตราผึ้ง รั้งอันดับที่ 4 ของตารางและยังไม่แพ้ใครในลีก
"บาร์โกล่า จะทำผลงานแบบเดิมได้อีกไหมในการไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด? เพราะนั่นคือเหตุผลหลักที่พวกเขาซื้อตัวเขามา เพื่อให้ลงเล่นในเกมใหญ่ยามออกไปเยือน" วอร์น็อค กล่าว
"ฤดูกาลนี้เขาเพิ่งได้ลงสนามไปไม่มากนัก ดังนั้นเกมนี้จึงเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้เรียกความฟิตและปรับจังหวะการเล่นให้เฉียบคมขึ้น แต่บทพิสูจน์ที่แท้จริงคือเกมเยือน เบรนท์ฟอร์ด ต่างหาก"

