ระวังดีปีเดียว
นอร์ดี มูกีเล่ ได้ให้ความเห็นแบบตรงไปตรงมาอย่างเจ็บแสบถึงสาเหตุที่ ซันเดอร์แลนด์ ประสบปัญหาในฤดูกาลนี้ ทั้งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการกลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว
กองหลังทีม แมวดำ กล่าวถึงเรื่องนี้หลังจากทีมพ่ายต่อ บอร์นมัธ 0-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 4 ติดต่อกัน ส่งผลให้ทีมหล่นไปอยู่อันดับรองสุดท้ายของตาราง
คงมีเพียงคนภายในสโมสรเท่านั้นที่จะตอบได้ว่าข้อกล่าวหาเรื่องความ "จองหอง" ของ มูกีเล่ นั้นเป็นความจริงหรือไม่ หลังจากผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมตกลงไปอย่างน่าใจหาย
เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซันเดอร์แลนด์ สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าตั๋วไปเล่นยูโรปา ลีก ได้ทันทีที่กลับคืนสู่ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี
แต่ในตอนนี้ คู่แข่งเริ่มจับทาง ซันเดอร์แลนด์ ได้แล้วรึเปล่า? พวกเขากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกกันว่าอาถรรพ์ฤดูกาลที่สองอยู่หรือเปล่า? หรือเป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถรับมือกับภาระที่เพิ่มขึ้นจากการลงเล่นฟุตบอลยุโรปกันแน่?
"ผมคิดว่าเกมนี้สะท้อนให้เห็นภาพรวมของเราตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล" มูกีเล่ กล่าว
"เราดีไม่พอ"
"ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจเป็นเพราะพวกเราเริ่มมีความจองหองขึ้นมาก็ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคิด"
เรชิส เลอ บรีส กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ แม้จะไม่ได้วิจารณ์รุนแรงเท่ากับ มูกีเล่ แต่ก็แสดงความผิดหวังออกมาอย่างชัดเจน
"ฟอร์มของเราต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น มันชัดเจนมาก เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับและทำใจให้ยอมรับได้" เลอ บรีส กล่าว
"มันเจ็บปวดมาก เพราะนี่ไม่ใช่ ซันเดอร์แลนด์ ในแบบที่ควรจะเป็น และมันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"
หรือว่าจะเป็นผลกระทบจากการเล่นฟุตบอลยุโรป?
เมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังจากผ่านไป 7 นัด ซันเดอร์แลนด์ มี 11 คะแนน รั้งอันดับที่ 9 ของตาราง โดยชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ 2
ในขณะที่ฤดูกาลนี้ ผ่านไป 7 นัดเท่ากัน พวกเขากลับมีเพียง 4 แต้ม จากผลงานชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ถึง 5
เลอ บรีส กล่าวว่า "เราจะไม่หาข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าโปรแกรมการแข่งขันของเราจะแน่นมากก็ตาม เราต้องการเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าไม่ดีนัก"
ฟอร์มในลีกของ ซันเดอร์แลนด์ จนถึงขณะนี้บ่งชี้ว่าพวกเขาอาจต้องเผชิญกับการดิ้นรนหนีตกชั้น แต่ในฟุตบอลยุโรป พวกเขากลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยสถิติชนะ 100% จากการคว้าชัยเหนือ อาแซ่ด อัลค์มาร์ จากเนเธอร์แลนด์ และ ตอร์เรนเซ่ จากลีกรองโปรตุเกส
อย่างไรก็ตาม ซันเดอร์แลนด์ แพ้ทั้งสองนัดที่ลงเล่นต่อจากโปรแกรมยูโรปา ลีก แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นเกมที่ดุเดือดและมีการยิงรวมกันถึง 8 ประตู ในนัดที่พบกับจ่าฝูงของลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ก็ตาม
เชย์ กิฟเว่น อดีตผู้รักษาประตู นิวคาสเซิ่ล ซึ่งเคยย้ายมาอยู่ ซันเดอร์แลนด์ ด้วยสัญญายืมตัวในปี 1996 สมัยยังเป็นผู้เล่นของ แบล็กเบิร์น มองว่าขุมกำลังของ แมวดำ อาจยังไม่พร้อมรับมือกับจำนวนเกมที่เพิ่มขึ้น หลังจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 7
กระนั้น เขาก็ยังมองเห็นหนทางที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์เสี่ยงตกชั้นนี้ได้
กิฟเว่น กล่าวว่า "ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาทำผลงานได้เกินคาดจนสามารถผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลยุโรปได้"
"ผมไม่แน่ใจว่าขุมกำลังที่มีอยู่พร้อมสำหรับความท้าทายในทุกรายการหรือไม่ คุณจำเป็นต้องมีทีมที่ใหญ่ขึ้นและมีตัวเลือกผู้เล่นที่มากกว่านี้ ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ยากมาก ตอนนี้เมื่อดูจากตารางคะแนน พวกเขาอยู่อันดับรองสุดท้าย"
"ผมทราบดีว่าเพิ่งผ่านไปเพียง 7 นัดเท่านั้น แต่ยังมีโปรแกรมการแข่งขันอีกมากมายที่รออยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด สิ่งสำคัญที่สุดคือผลงานในพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของทีม น่าจะเชื่อได้ว่าภายใต้การคุมทีมของ เลอ บรีส พวกเขาน่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะอยู่รอดปลอดภัยได้"
ซันเดอร์แลนด์ ทุ่มเงินไปถึง 161 ล้านปอนด์เพื่อคว้าผู้เล่นใหม่เข้ามา 15 คน หลังจากเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในซัมเมอร์ปี 2025
ส่วนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ พวกเขาลงทุนไปประมาณ 60 ล้านปอนด์เพื่อดึงผู้เล่นใหม่เข้ามา 5 คน แต่ความสำเร็จที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นการรักษานักเตะคนสำคัญเอาไว้ได้ เช่น กัปตันทีมอย่าง กรานิต ชาคา และ ไบรอัน บร็อบบี้ กองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์
ราคาที่ต้องจ่ายจากความผิดพลาดของเกมรับ
ไม่ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ ซันเดอร์แลนด์ จะใหญ่เพียงพอหรือไม่ก็ตาม การยกพลไปเยือน บอร์นมัธ ซึ่งก่อนเกมวันอาทิตย์ยังไม่เคยคว้าชัยในลีกได้เลย แถมยังเพิ่งลงเล่นในฟุตบอลยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาด้วยนั้น น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ทีมเยือนควรจะรู้สึกมั่นใจและพร้อมคว้าโอกาสนี้ไว้
ทว่า ซันเดอร์แลนด์ กลับเปิดทางให้เจ้าบ้านที่เฝ้ารังไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม เล่นได้ง่ายจนเกินไป
เควิน ดานโซ่ หนึ่งในนักเตะใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ถูก เอวานิลซอน เบียดแย่งบอลได้ในจังหวะที่นำไปสู่ประตูขึ้นนำของ มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ตั้งแต่นาทีที่ 6
จากนั้นในนาทีที่ 17 ดานโซ่ ซึ่งเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ก็ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากไปดึงตัวกองหน้าชาวบราซิลรายนี้ในจังหวะที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปลุ้นทำประตู
ในครึ่งหลัง โอมาร์ อัลเดเรเต้ จ่ายบอลคืนหลังเบาเกินไปจนไปเข้าทาง เอวานิลซอน ซึ่งช่วยให้พลพรรค เดอะ เชอร์รี่ส์ คว้า 3 แต้มไปครองได้สำเร็จ
ข้อมูลจาก อ็อปต้า ระบุว่า ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ไม่มีทีมใดทำพลาดจนนำไปสู่การเสียประตูมากไปกว่า ซันเดอร์แลนด์ โดยเกิดขึ้นแล้วถึง 5 ครั้ง
นอกจากนี้ อัลเดเรเต้ ยังกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ในฤดูกาลนี้ที่ทำพลาดจนนำไปสู่การเสียประตูมากกว่า 1 ครั้ง เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ดานโซ่ และ คอนสแตนตินอส โซลาคิส จาก ฮัลล์ ซิตี้
ซันเดอร์แลนด์ เสียไปแล้วถึง 14 ประตู มีเพียง คริสตัล พาเลซ และ อิปสวิช เท่านั้นที่โดนยิงมากกว่า ซึ่งถือว่ามากกว่าจำนวนประตูที่เสียในช่วง 7 นัดแรกของฤดูกาลที่แล้วถึงกว่าเท่าตัว
ในขณะที่เกมรุก พวกเขาทำประตูได้เพียง 6 ประตูเท่านั้น โดยในเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีมมีโอกาสยิงเพียง 3 ครั้ง ซึ่งไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถือเป็นสถิติการยิงประตูที่น้อยที่สุดของทีมใดก็ตามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แชมป์เก่าอย่าง อาร์เซน่อล และ ไบรท์ตัน ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง ดังนั้นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้จึงถือว่าไม่ใช่งานง่ายเลย
"มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้แหละ" มูกีเล่ กล่าว
"เราต้องยอมรับความจริง ลุกขึ้นยืนใหม่ แล้วกลับไปตั้งใจทำงานกันต่อ ถ้าถามว่าผมเชื่อไหมว่าเราจะกลับไปอยู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง ใช่ ผมเชื่อมั่นในเรื่องนั้น"
"มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไรกันแน่ ซึ่งทุกอย่างต้องเริ่มตั้งแต่ในสนามซ้อม เพราะตอนนี้เรายังทำได้ไม่ดีพอ และผลลัพธ์ที่ออกมาก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนในสนามแข่งขัน"
"คุณโกหกเรื่องฟุตบอลไม่ได้หรอก วันนี้ผมคงพูดไม่ได้ว่าเราไม่อยากชนะ แต่รูปเกมที่ออกมามันกลับดูเหมือนว่าเราไม่ได้ต้องการอะไรเลย"
"เราต้องทำงานหนักเพื่อกลับไปอยู่ในจุดเดิมเหมือนฤดูกาลที่แล้ว เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่ตัวตนของเรา นี่ไม่ใช่ ซันเดอร์แลนด์"

