วงแตก?

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 คอลัมน์ ในกะลาครอบ โดย พาสต้า
25
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ไว้หน้า ไมเคิ่ล คาร์ริค หลังจากค่ำคืนที่ถือเป็นหนึ่งในความอัปยศที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเล่นฟุตบอลยุโรปของสโมสร

ความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน 1-4 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ คาร์ริค ต้องเผชิญกับคำถามเกี่ยวกับอนาคตของเขาในฐานะกุนซือ

คาร์ริค ได้กล่าวขอโทษแฟนบอลกว่า 700 คนที่เดินทางมาเชียร์ โดยหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย เขาไม่ได้เข้าไปหาลูกทีมที่เพิ่งพ่ายแพ้ แต่กลับเดินตรงไปกลางสนามแล้วชูมือขึ้นเหนือหัวซ้ำๆ ซึ่งเป็นท่าทางที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยทำหลังแพ้ให้กับ วัตฟอร์ด 1-4 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ยูไนเต็ด ในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา

อย่างไรก็ตาม บรูโน่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นคนที่คลั่งไคล้ฟุตบอลอย่างมาก โดยมักจะติดตามชมการแข่งขันอยู่เสมอและมีความเข้าใจในด้านแท็กติกไม่แพ้ผู้เล่นคนใดในทีม ยูไนเต็ด ได้สร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไปอีกกับบทสัมภาษณ์ของเขาหลังจบเกม

"มันเป็นการตัดสินใจของทีมงานโค้ชที่จะไม่ใช้วิธีการกดดันแบบตัวต่อตัว โดยปล่อยให้มีพื้นที่ว่างด้านหลังเพื่อหวังจะแย่งบอลกลับมา แต่บางครั้งการปล่อยให้คู่แข่งครองบอลมากเกินไป ก็จะทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น" เขากล่าว

เมื่อถูกถามตรงๆ ว่า คาร์ริค วางแท็กติกผิดพลาดหรือไม่ บรูโน่ กล่าวเสริมว่า "นั่นเป็นเรื่องที่ผู้จัดการทีมและทีมงานต้องพิจารณา ไม่ใช่หน้าที่ของผม บางครั้งคุณต้องกล้าหาญกว่านี้ภายใต้สถานการณ์กดดัน ต้องกล้าเสี่ยงที่จะดันเกมขึ้นไปกดดันสูง เพื่อทำให้คู่แข่งรู้สึกอึดอัด"

เมื่อมีการนำความเห็นของ บรูโน่ ไปถาม คาร์ริค หลังจบเกม กุนซือรายนี้ได้ตอบกลับอย่างสั้นๆ ว่า "ไม่ว่าคุณจะใช้ระบบการเล่นแบบไหน หรือวางแท็กติกอย่างไรก็ตาม หากคุณไม่วิ่ง ไม่วิ่งขึ้นหน้า และไม่วิ่งลงมาช่วยเกมรับ คุณก็ไม่มีทางชนะได้หรอก"


ยอมรับไม่ได้

คาร์ริค ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตของตัวเขาเอง

ในทางกลับกัน เขาได้กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อฟอร์มการเล่นของ ยูไนเต็ด โดยเน้นไปที่การแสดงความรับผิดชอบ

"ผมต้องขอโทษแฟนบอลทุกคน" อดีตนักเตะรายนี้กล่าว

"ผมรักสโมสรแห่งนี้ไม่น้อยไปกว่าใคร หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งที่ผมอยู่และความสำคัญที่ผมมอบให้กับสโมสรแห่งนี้ การที่เราเล่นออกมาในรูปแบบนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"

"ปกติแล้วผมก็เดินไปหาแฟนบอลอยู่เสมอไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ดังนั้นการที่ผมเดินไปหาพวกเขาในวันนี้จึงไม่ได้มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ"

"มันเป็นการแสดงความซาบซึ้งและรับรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญและสิ่งที่พวกเขาได้ทำมาตลอดช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างที่บอกไป ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในแฟนบอลเหล่านั้นมาก่อน"

"ผมรู้สึกไม่ต่างจากพวกเขาเลย สโมสรแห่งนี้มีคุณค่าหลายอย่าง ทั้งในแง่ของสิ่งที่เราเป็นตัวแทนและแนวทางที่เราต้องการจะดำเนินไป เราอาจจะชนะหรือแพ้ก็ได้ แต่แนวทางที่เราแสดงออกมาในคืนนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้จริงๆ ผมแค่อยากให้แฟนบอลรู้ว่าผมเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา"

"ฟังนะ ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องตำแหน่งของตัวเองเลย ตอนนี้ผมคิดถึงแต่แฟนบอลเท่านั้น เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่นั่งดูเกมนี้อยู่เหมือนกัน และผมก็ไม่พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย"


ไร้ชัย 7 เกมติด - สถานการณ์ที่มืดมน

หลังจากพาทีมคว้าชัยชนะได้ถึง 12 จาก 17 นัดที่คุมทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนสามารถพา ยูไนเต็ด กลับไปเล่นฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบสองปี คาร์ริค ก็ได้รับสัญญาคุมทีมถาวรระยะเวลา 2 ปี

ทว่าสถานการณ์ในฤดูกาลใหม่กลับเลวร้ายลงอย่างน่าตกใจ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับ โซลชา เมื่อ 5 ปีก่อน โดยปัจจุบัน ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 13 ในพรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนนำหน้าทีมบ๊วยอย่าง ซันเดอร์แลนด์ อยู่เพียง 3 แต้มเท่านั้น

แม้จะแก้ตัวจากความพ่ายแพ้ในนัดเปิดฤดูกาลต่อทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ ด้วยการพลิกกลับมาชนะ อิปสวิช ในสัปดาห์ถัดมา แต่หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ก็ไม่สามารถคว้าชัยชนะในพรีเมียร์ลีกได้อีกเลย โดยชัยชนะเพียงครั้งเดียวจาก 11 นัดในทุกรายการ คือเกมชนะ ซาบาห์ แชมป์ลีกจากอาเซอร์ไบจานในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก

ความพ่ายแพ้ล่าสุดทำให้ ยูไนเต็ด ไม่ชนะใครมาแล้ว 7 นัดติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่เคยไม่ชนะใครเลยถึง 8 นัดติดในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล ช่วงระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 28 ธันวาคม ปี 2015

โชคยังดีที่ประตูปลอบใจในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ โจชัว เซิร์กเซ่ ช่วยป้องกันไม่ให้ ยูไนเต็ด ต้องพบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์การลงเล่นฟุตบอลยุโรป

ความน่าอับอายยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อนึกย้อนไปว่า ในปี 2008 ที่ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยุโรปครั้งล่าสุดนั้น โคโม่ ยังคงเป็นเพียงทีมกึ่งอาชีพที่ลงเล่นในเซเรีย ดี ต่อหน้าผู้ชมเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้น

ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ หาก นิโก้ ปาซ ดาวเด่นของ โคโม่ ประกาศว่าต้องการย้ายออกจากทีม สโมสรยักษ์ใหญ่แทบทุกแห่งในยุโรปคงจะแย่งกันคว้าตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งในกรณีนั้น ยูไนเต็ด แทบจะไม่มีโอกาสได้ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย

ในวันอาทิตย์นี้ ยูไนเต็ด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ทีมอันดับที่ 15 ของพรีเมียร์ลีก โดยต้องไม่ลืมว่าก่อนที่จะเสมอกันอย่างดุเดือด 4-4 ในฤดูกาลที่แล้ว เดอะ เชอร์รี่ส์ เคยบุกมาเอาชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยสกอร์ 3-0 ถึงสองครั้งติดต่อกันก่อนหน้านั้น


แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

หลังจบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เดินทางกลับเมืองแมนเชสเตอร์ในทันที

ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ของ คาร์ริค จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก่อนถึงเกมที่จะพบกับ บอร์นมัธ ทว่าในระหว่างค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและย่ำแย่นี้ แฟนบอล ยูไนเต็ด บางส่วนได้ส่งเสียงขับไล่ตระกูล เกลเซอร์ และ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์

ทั้ง คาร์ริค และผู้อำนวยการกีฬาอย่าง เจสัน วิลค็อกซ์ ต่างก็ได้รับความเห็นใจจากบางกลุ่ม โดยมองว่าพวกเขาไม่ใช่ต้นเหตุทั้งหมดของสถานการณ์เลวร้ายที่สโมสรกำลังเผชิญอยู่

ในกรณีของ คาร์ริค นั้น เขาไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งแม้สโมสรจะเซ็นสัญญาคว้าตัวกองกลางเข้ามาถึง 3 คน แต่กลับล้มเหลวในการหาผู้เล่นเข้ามาแข่งขันในตำแหน่งแบ็กซ้ายกับ ลุค ชอว์ รวมถึงตำแหน่งกองหน้าด้วย ส่วน วิลค็อกซ์ เองก็ต้องทำงานภายใต้งบประมาณที่ถูกกำหนดโดยผู้บริหารระดับสูง ซึ่งรวมถึง โอมาร์ แบร์ราด้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสร

"ระหว่างที่ดูเกมนั้น มีความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของผม" คาร์ริค ผู้ซึ่งเคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และแชมเปี้ยนส์ลีกสมัยเป็นนักเตะ ยูไนเต็ด กล่าว

"มันเป็นเกมที่ดูแล้วเจ็บปวดจริงๆ"

"ถ้าพูดกันตามตรง มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเสียประตูเท่านั้น แต่มันรวมถึงรูปแบบและวิธีการเล่นของเราในบางช่วงเวลาด้วย"

"ผมทุ่มเทอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เสมอ เพราะผมแคร์สโมสรแห่งนี้ ชีวิตทั้งชีวิตของผมผูกติดอยู่กับมัน ผลการแข่งขันอาจจะออกมาดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่ผมขอยืนยันว่าผมได้ทุ่มเททุกอย่างเท่าที่ผมจะสามารถทำได้แล้วจริงๆ"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด