IFMA: ผู้ขับเคลื่อนมวยไทยสู่โอลิมปิก หรือ 'มาเฟีย' ผู้ผูกขาด

วันอังคารที่ 30 ธันวาคม 2568 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
220
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ IFMA (International Federation of Muaythai Associations) หรือ สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ กลายเป็นศูนย์กลางของทั้งความหวังและความขัดแย้งที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะการต่อสู้ ภายใต้การนำขององค์กรที่ได้รับการรับรองจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มวยไทยกำลังก้าวสู่เวทีระดับโลก แต่ในขณะเดียวกัน เสียงครหาเรื่อง "ความไม่โปร่งใส" และ "การแสวงหาผลประโยชน์" ก็ดังระงับขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดใน ซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ

1. ยุครุ่งโรจน์และการยอมรับในเวทีโลก

ต้องยอมรับว่า IFMA คือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ "มวยไทย" ถูกยกระดับจากกีฬาพื้นบ้านสู่มาตรฐานสากล การได้รับรองถาวรจาก IOC คือใบเบิกทางที่ทำให้มวยไทยมีสถานะเทียบเท่าเทควันโดหรือยูโด มีการวางระบบคะแนน อุปกรณ์ป้องกัน และเครือข่ายสมาชิกกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อน Soft Power ของไทยอย่างมหาศาล


2. จุดด่างพร้อยในบ้านเกิด: ดราม่า "ล็อกเหรียญ" ซีเกมส์ 2025

สิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของ IFMA และสมาคมมวยไทยสมัครเล่นฯ สั่นคลอนอย่างรุนแรงที่สุด คือเหตุการณ์ในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2025 (ครั้งที่ 33) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดสินที่ "ค้านสายตาโลก" จนถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการ "ล็อกเหรียญรางวัล" ไว้ล่วงหน้า

ประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น:

  • คำสารภาพของนักกีฬา: "เพชรสุพรรณ ลูกหนองพันเทา" (ฉลองชัย มีนิลดี) นักมวยทีมชาติไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกว่า ก่อนขึ้นชกเขาได้รับแจ้งจากสตาฟฟ์โค้ชว่า "ผลการแข่งขันถูกกำหนดไว้แล้ว" ว่าเขาจะต้องแพ้ เพื่อแบ่งเหรียญทองให้ชาติอื่น นำไปสู่การประกาศแขวนนวมประชดความอยุติธรรม
  • การร้องเรียนของ "เสี่ยโบ๊ท" และนักมวยหญิง: "มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า" พร้อมด้วย "เสี่ยโบ๊ท" ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ชื่อดัง ได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย หลังแพ้คะแนนในรอบชิงชนะเลิศแบบค้านสายตา โดยระบุว่ามีความพยายาม "แบ่งเค้ก" เหรียญทองในกลุ่มชาติสมาชิก เพื่อรักษาฐานอำนาจและการเมืองในสหพันธ์
  • สายตาของ IOC: ความอื้อฉาวนี้รุนแรงถึงขั้นที่ตัวแทนจาก IOC ที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในสนาม ยังตั้งคำถามกับหัวหน้านักกีฬาไทยว่า "ทำไมคนที่ชกดีกว่าอย่างชัดเจนถึงเป็นฝ่ายแพ้?" ซึ่งนี่อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้มวยไทยถูกถอดออกจากการพิจารณาเข้าโอลิมปิกในอนาคต

3. เสียงสะท้อนจากคนมวย: พัฒนา หรือ ผูกขาด?

นอกจากประเด็นการล็อกผลการแข่งขัน IFMA ยังถูกโจมตีในเรื่องการใช้นโยบายที่เข้มงวดเกินไปจนดูเหมือนการ "ผูกขาด"

  • กฎการแบนระดับโลก: IFMA สั่งแบนนักกีฬาและสมาชิกที่ไปข้องแวะกับองค์กรอื่นที่ไม่ได้รับการรับรอง (เช่น กรณี "กุน ขแมร์" ในซีเกมส์กัมพูชา) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของนักกีฬาในการประกอบอาชีพ
  • ปมเบี้ยเลี้ยงและเงินรางวัล: มีการแฉข้อมูลเรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาที่ไม่ครบถ้วนและการหักค่าหัวคิว ซึ่งสร้างความขมขื่นให้กับนักมวยที่ต้องเอาตัวเข้าแลกในค่ายซ้อมและบนสังเวียน

4. ตารางเปรียบเทียบ: มุมมองสองด้านต่อ IFMA

ประเด็น

มุมมอง: ผู้พัฒนา (Pro-IFMA)

มุมมอง: แสวงประโยชน์ (Critics)

การตัดสินในซีเกมส์ 2025

เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของกรรมการบางราย

มี "ใบสั่ง" ล็อกเหรียญเพื่อการเมืองกีฬา

เป้าหมายโอลิมปิก

เป็นทางเดียวที่มวยไทยจะยิ่งใหญ่ระดับโลก

ใช้โอลิมปิกเป็น "เกราะกำบัง" เพื่อทำอะไรก็ได้

กฎการแบนสมาชิก

เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพและมาตรฐานเดียว

เป็นการทำตัวเป็น "มาเฟียกีฬา" ผูกขาดสิทธิ์

การรับรองครูมวย

เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพทั่วโลก

เป็นช่องทางเก็บค่าธรรมเนียมและขายใบเซอร์ฯ


5. ปมร้าวระหว่าง "มวยไทยสมัครเล่น" vs "มวยไทยอาชีพ"

หัวใจของดราม่านี้คือความขัดแย้งระหว่าง "มวยเพื่อเหรียญรางวัล" ที่กำกับโดย IFMA กับ "มวยเพื่อการเลี้ยงชีพ" ของคนไทย IFMA พยายามทำให้มวยไทยเป็นกีฬาที่ "สะอาด" ตามนิยามของสากล แต่มักถูกมองว่ามองข้าม "จิตวิญญาณ" และ "ปากท้อง" ของคนมวยดั้งเดิมในไทย

การที่ประธาน IFMA ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นฯ ในไทยด้วย ทำให้เกิดภาวะ "ตรวจสอบยาก" และกลายเป็นวงจรการบริหารงานที่ผูกขาดอยู่กับกลุ่มบุคคลเดิม ๆ มาอย่างยาวนาน


6. บทสรุป: ทางออกที่ยั่งยืนคืออะไร?

ดราม่าซีเกมส์ 2025 คือบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นว่า ต่อให้มวยไทยจะก้าวไปไกลถึงดวงจันทร์ แต่หาก "รากแก้ว" ในบ้านเกิดยังเต็มไปด้วยความอยุติธรรมและความไม่โปร่งใส ความยิ่งใหญ่นั้นก็เป็นเพียงแค่เปลือก

สิ่งที่ IFMA ต้องทำเพื่อกู้ศรัทธา:

  1. สังคายาระบบตัดสิน: ต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังในคู่ที่มีปัญหา และลงโทษกรรมการอย่างเด็ดขาดหากพบว่ามีการรับใบสั่ง
  2. แยกอำนาจการบริหาร: ลดการผูกขาดอำนาจเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
  3. ให้เกียรตินักกีฬา: นักกีฬาคือหัวใจของกีฬา ไม่ใช่เบี้ยบนกระดานเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเมือง

หาก IFMA ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องความยุติธรรมบนสังเวียนได้ องค์กรที่อ้างว่า "ส่งเสริมมวยไทย" อาจกลายเป็นองค์กรที่ "ทำลายมวยไทย" เสียเองด้วยมือของพวกเขาเอง

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด