จากสังเวียนสู่ศาล: ดราม่าหมื่นล้าน "รถถัง VS ONE Championship"

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
40
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในโลกของกีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ระดับโลก ชื่อของ "รถถัง จิตรเมืองนนท์" เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความดุดันและเร้าใจ เขาคือจุดขายที่ ONE Championship ใช้ดึงดูดผู้ชมทั่วโลก แต่ใครจะคาดคิดว่าจากยอดมวยค่าตัวหลายสิบหล้านบาท จะต้องมาเผชิญหน้ากับต้นสังกัดในสงครามกฎหมายที่เดิมพันด้วยมูลค่าความเสียหายสูงถึงกว่า 500 ล้านบาท

นี่คือมหากาพย์ความขัดแย้งที่สั่นสะเทือนวงการมวยไทยและเป็นบทเรียนสำคัญของสัญญาอาชีพนักกีฬาในระดับสากล


จุดเริ่มต้นและปมสัญญาที่คลุมเครือ

ความสัมพันธ์ระหว่าง รถถัง และ ONE Championship เริ่มต้นขึ้นอย่างสวยงามในปี 2018 ก่อนจะมีการต่อสัญญาฉบับใหม่ในปี 2022 ซึ่งฝ่าย ONE ยืนยันว่าเป็นสัญญามาตรฐานเช่นเดียวกับนักกีฬาทุกคนในสังกัด โดยระบุว่าเนื้อหาเหมือนเดิมถึง 99.99%

ทว่าความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อรถถังออกมาโพสต์ระบายความอัดอั้นผ่านโซเชียลมีเดีย อ้างว่าตนถูกหลอกให้เซ็นเอกสารและมีการปลอมลายเซ็นในเอกสารกว่า 30 ฉบับ โดยให้เหตุผลเรื่องความไม่รู้ภาษาอังกฤษและปัญหาด้านการอ่านเขียน ประเด็นนี้เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ เพราะในมุมของ ONE นี่คือการหมิ่นประมาทที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรระดับโลก


เมื่อกฎหมายกลายเป็นอาวุธ: ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง

เมษายน 2569 กลายเป็นเดือนที่ดุเดือดที่สุด เมื่อสถานการณ์ลุกลามสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น โดย ONE ได้ยื่นฟ้องรถถังฐานละเมิดสัญญาเรียกค่าเสียหายเฉพาะในประเทศไทยสูงถึง 542 ล้านบาท หากรวมความเสียหายจากทั้ง 3 ประเทศ ตัวเลขอาจพุ่งสูงถึง 641 ล้านบาท (ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการหานักชกคนใหม่มาแทนที่รถถังในศึก "ONE Samurai 1" ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายรถถังและทีมทนายความก็ได้ออกมาตอบโต้ โดยเน้นย้ำถึงความไม่โปร่งใสของสัญญาปี 2022 ที่ฝ่ายรถถังได้รับเพียงสำเนาอีเมลที่ไม่มีลายเซ็นของผู้มีอำนาจจาก ONE ครบถ้วน ทำให้เกิดข้อโต้แย้งว่าสัญญาฉบับนี้อาจไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

 

จุดพลิกผันและการหาทางออก

ท่ามกลางมรสุมดราม่า รถถังยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเขายังรักและเคารพ "คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง" บอสใหญ่ของ ONE เสมอ และไม่มีเจตนาที่จะย้ายสังกัดในตอนนี้ สิ่งที่เขาทำคือการ "รักษาสิทธิ์" และเรียกหาความถูกต้องในฐานะนักกีฬาคนหนึ่งที่รู้สึกถึงความไม่เหลื่อมล้ำในการเจรจา

ขณะที่ ONE Championship ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านรายได้ เพื่อยืนยันความจริงใจ โดยระบุว่ายอดรวมรายได้ของรถถัง (รวมโบนัสและไฟต์กับทาเครุ) สูงถึง 70.3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอัตราค่าตอบแทนสูงสุดในวงการมวยไทยปัจจุบัน

 

สงครามที่ยังไม่สิ้นสุด

ความพยายามในการไกล่เกลี่ยเกิดขึ้นที่ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ โดยมีการพูดคุยระหว่างผู้บริหาร ONE ประเทศไทย, ทีมงานรถถัง และ "ซ้อเอ๋" โปรโมเตอร์ชื่อดัง ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ไฟต์สำคัญระหว่าง รถถัง กับ ทาเครุ เซกาว่า ในวันที่ 29 เมษายน ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพความสามัคคีจะถูกนำเสนอออกมา แต่เบื้องหลังกลับยังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ แหล่งข่าวเผยว่าทาง ONE ยังไม่ได้ยอมรับข้อเรียกร้องหลักของรถถัง ทั้งเรื่องการถอนฟ้องทั้งหมด และการขอเป็น "ฟรีเอเยนต์" หลังจบไฟต์ที่ญี่ปุ่น

สถานการณ์ปัจจุบันจึงอยู่ในภาวะ "พักรบชั่วคราว" เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทุกฝ่ายในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง แต่สงครามเรื่องสัญญายังคงดำเนินต่อไป ตราบใดที่ยังไม่มีข้อตกลงสุดท้ายที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองฝ่าย

บทเรียนจากกรณีนี้ ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของตัวเลข 500 ล้านบาท แต่มันคือการตั้งคำถามถึงความสำคัญของ "สัญญา" ความเข้าใจในบริบทภาษา และสิทธิอันชอบธรรมของนักกีฬาในเวทีระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด