"รถถัง" ต้องเลือกระหว่าง นักมวย หรือ อินฟลู

วันจันทร์ที่ 04 พฤษภาคม 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
136
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ภาพของ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ที่ทรุดตัวลงพ่ายน็อกให้กับ ทาเครุ เซกาวะ ในยกที่ 5 ณ สังเวียนกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 29 เมษายน ในศึก ONE Samurai 1 ไม่ใช่เพียงแค่ภาพการเสียสถิติ หรือการพ่ายแพ้ทางกายภาพเท่านั้น แต่มันคือภาพที่สะท้อนถึงการล่มสลายของ "ศรัทธา" ที่แฟนมวยทั่วประเทศเคยมีให้ชายผู้ได้ชื่อว่า "มนุษย์เหล็ก" แห่งยุคสมัย

จากวีรบุรุษผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาติ กลับกลายเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ยอดมวยเบอร์หนึ่งของโลกตกลงสู่หุบเหวแห่งความผิดหวังเช่นนี้?

ประเด็นที่สร้างความร้าวรานใจให้แก่แฟนมวยมากที่สุด ไม่ใช่ภาพที่รถถังโดนหมัดของทาเครุจนลงไปกอง แต่คือ "คำสารภาพ" หลังการชกที่ทำลายเกียรติยศของตัวเขาเองอย่างสิ้นเชิง

การที่รถถังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตนเองขึ้นชกด้วยสภาพร่างกายเพียง 1% และ "แทบไม่ได้ซ้อม" เพราะมัวแต่กังวลเรื่องสัญญากับต้นสังกัด ONE Championship นั้น คือดาบสองคมที่กลับมาทิ่มแทงตัวเองอย่างรุนแรง

ในมุมของความเป็นมืออาชีพ: มันคือการยอมรับว่าเขาละเลยหน้าที่ และไม่ให้เกียรติอาชีพที่ทำให้เขาเลี้ยงดูครอบครัวได้

ในมุมของน้ำใจนักกีฬา: มันคือการดูถูกชัยชนะของทาเครุอย่างร้ายกาจ ราวกับจะบอกว่า "ที่นายชนะได้ ไม่ใช่เพราะนายเก่ง แต่เพราะฉันไม่พร้อมเอง" ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยน็อกยอดมวยญี่ปุ่นรายนี้มาแล้วในยกแรก จนเกิดความประมาทและชะล่าใจ

ในช่วงปีที่ผ่านมา เราเห็นภาพของ "รถถัง นักมวย" น้อยลงเรื่อยๆ แต่กลับเห็นภาพของ "รถถัง ดาวติ๊กต็อก" หรือ "รถถัง นักบอลเดินสาย" มากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

การใช้ชีวิตท่ามกลางแสงสีและการเป็นจุดสนใจของสื่อโซเชียลไม่ใช่เรื่องผิด แต่สำหรับนักกีฬาอาชีพ "ระเบียบวินัย" คือลมหายใจ รถถังเริ่มหลงทิศทางไปกับกิจกรรมที่เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ เช่น การเล่นฟุตบอลในเวลาที่ควรเข้าค่ายซ้อม หรือการใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำคอนเทนต์ไร้สาระเพื่อแลกกับยอดไลก์

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ "คนรอบข้าง" ทั้งกลุ่มเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่นักมวยร่วมก๊วน ที่ดูเหมือนจะมองรถถังเป็นแหล่งผลิต "เอนเกจเมนท์" ชั้นดี ทุกอิริยาบถของเขาถูกนำมาลงหน้าจอมือถือเพื่อเรียกยอดวิวให้ช่องตัวเอง จนหลงลืมไปว่าการกระทำเหล่านั้นกำลัง "สูบฉีด" เอาจิตวิญญาณนักสู้ของเขาสูญเสียไปทีละน้อย

คำถามที่ดังก้องในใจแฟนมวยตอนนี้คือ "รถถังคนเดิมหายไปไหน?" รถถังที่เดินหน้าท้าชนไม่กลัวตาย รถถังที่ซ้อมหนักเหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิต และรถถังที่ให้เกียรติคู่ชกเสมอ

หากรถถังยังต้องการกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา เขาต้องหยุดโทษสภาพแวดล้อม หยุดโทษสัญญา และหันกลับมาสำรวจตัวเองในกระจก สิ่งที่เขาต้องทำทันทีคือ:

ตระหนักในอาชีพ: เขาคือ "นักมวย" ไม่ใช่ "ดารา" รายได้และชื่อเสียงทั้งหมดมีรากฐานมาจากกำปั้นและหยาดเหงื่อบนเวที

ชำระล้างคนรอบข้าง: แยกแยะให้ออกว่าใครคือเพื่อนแท้ที่หวังดีต่ออาชีพ และใครคือคนที่หวังเพียงแค่ผลประโยชน์จากชื่อเสียงของเขา

ก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้: เลิกหาข้ออ้าง 1% แล้วกลับเข้าค่ายซ้อมด้วยหัวใจ 100% เหมือนสมัยที่เขายังไม่มีอะไรเลย

รถถัง จิตรเมืองนนท์ กำลังยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญที่สุดในชีวิต

เส้นทางแรก: คือการมัวเมาในแสงสีโซเชียล ปล่อยให้ร่างกายและฝีมือถดถอยลงไปตามกาลเวลา จนสุดท้ายชื่อของ "ไอรอนแมน" จะเป็นเพียงแค่ตำนานที่ถูกลืม

เส้นทางที่สอง: คือ ยอมรับความผิดพลาด และกลับมาพิสูจน์ตัวเองในสังเวียน ไม่ว่าจะเป็นใน ONE Championship หรือที่ใดก็ตาม ด้วยฟอร์มการชกที่ดุดันและใจสู้แบบเดิม

แฟนมวยชาวไทยพร้อมจะให้อภัยเสมอสำหรับคนที่ยอมรับผิดและแก้ไข แต่หากเขายังเลือกที่จะเป็นเพียง "หุ่นเชิด" ในโลกคอนเทนต์ วันหนึ่งที่แสงไฟบนเวทีดับลง เขาอาจจะพบว่าสิ่งที่เหลืออยู่รอบตัว มีเพียงความว่างเปล่าและความเสียดายที่ไม่อาจเรียกคืนได้อีกเลย

 

 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด