วิกฤตมวยไทย! "เสี่ยโบ๊ท" แฉ "กรรมการล็อกผล"

วันจันทร์ที่ 06 กรกฎาคม 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
175
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การตัดสินมวยไทยที่ค้านสายตา ดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้โดยง่าย และนับวัน จะทวีความรุนแรง ความร้าวฉาน มากขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดในศึกเพชรยินดี ณ เวทีราชดำเนิน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็น "แผลฉกรรจ์" ที่อาจทำให้วงการมวยไทยถึงคราวล่มสลาย หากไม่มีการผ่าตัดใหญ่

เมื่อโปรโมเตอร์เบอร์ต้นๆ ของประเทศอย่าง “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ เจ้าของค่ายมวยเพชรยินดี ถึงกับทนไม่ไหว ต้องออกมา "ดับเครื่องชน" แฉพฤติกรรมการตัดสินของกรรมการชนิดล่อนจ้อน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องดราม่ารายวัน แต่คือการตีแผ่ "มะเร็งร้าย" ที่กัดกินวงการมวยไทยมาอย่างยาวนาน

เรื่องราวลุกลามใหญ่โตจากการชกสองคู่ที่มีปัญหาชัดเจนในสายตาคนมวย คู่แรกคือกรณีของ เทียนหลวง ที่รูปเกมในยกสุดท้าย (ยก 5) ไม่มีทางที่จะออกมาแพ้ได้เลย แต่กรรมการทั้ง 3 ท่านกลับเทคะแนนให้แพ้เรียบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการให้คะแนนมวยไทยอย่างรุนแรง

แต่ที่เดือดสุดและเป็นฟางเส้นสุดท้าย คือคู่ของ กระดูกเหล็ก อ.อัจฉริยะ พบกับ เพชรเมืองกัณฑ์ ช.ห้าพยัคฆ์ แม้ผลการชก "กระดูกเหล็ก" ซึ่งเป็นนักมวยในสายศึกเพชรยินดีของเสี่ยโบ๊ทเองจะเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป ทว่ารูปเกมบนเวทีกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง เสี่ยโบ๊ทชี้เป้าชัดเจนว่า มวย 3 ยกแรกกระดูกเหล็กเสียเปรียบเห็นๆ แต่คะแนนกลับออกมาแพ้ 3 ยก (หมายถึงคะแนนของเพชรเมืองกัณฑ์ตามหลัง ทั้งที่ควรจะนำ)

ในมุมมองของคนทำมวยและเซียนมวย นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "การล็อกคะแนน" หรือการปักธงมาแล้วจากบ้านว่าใครต้องชนะ!

เสี่ยโบ๊ทพูดประโยคหนึ่งที่คนวงการมวยฟังแล้วต้องสะอึก: "ผมนั่งดูบรรยากาศ นั่งดูราคามวย อยู่วงการมวยมาทั้งชีวิต รู้เลยว่าส่งทุกยก ไม่ได้ส่งยก 4 ยก 5 นะ ส่งตั้งแต่ยก 1 เลย"

ขออธิบายให้คนนอกวงการเข้าใจง่ายๆ ปกติแล้วการพลิกไปพลิกมาของกีฬามวยไทย มักจะไปวัดกันในยกที่ 4 หรือ 5 ซึ่งเป็นยกตัดสิน แต่การที่ "ราคาไหล" หรือมี "การส่งซิก" (ให้สัญญาณ) บ่งบอกทิศทางคะแนนตั้งแต่ยกที่ 1 ทั้งที่อาวุธบนเวทียังไม่ออกมาชัดเจน นั่นแปลว่ามี "มือมืด" เข้ามาแทรกแซงการทำหน้าที่ของกรรมการบนเวทีแล้ว

นี่คือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกีฬาประจำชาติ เมื่อนักมวยซ้อมมาแรมเดือน เลือดตาแทบกระเด็น แต่ผลแพ้ชนะกลับถูกกำหนดไว้แล้วด้วย "ใบสั่ง" จากกลุ่มผลประโยชน์หรือมาเฟียข้างเวที มวยไทยจึงหมดความขลัง และกลายเป็นเพียงเครื่องมือทำเงินของคนกลุ่มเดียว

การที่โปรโมเตอร์ระดับเสี่ยโบ๊ทออกมาพูดด้วยตัวเอง ย่อมสะท้อนว่าวิกฤตนี้เกินกว่าจะปล่อยผ่าน เขาไม่ได้มาเพื่อด่าทอแล้วจบไป แต่มาพร้อมข้อเสนอที่ "ตรงจุด" และ "แทงใจดำ" ที่สุด ดังนี้:

ปัญหาหลักคือระบบ "ลูบหน้าปะจมูก" กรรมการทำงานกันเป็นทีม มีหัวหน้าคอยคุม เมื่อเกิดความผิดพลาดก็มักจะปกป้องกันเอง บทลงโทษคือการพักงานชั่วคราวแล้วก็กลับมาใหม่ วงจรจึงไม่จบสิ้น เสี่ยโบ๊ทเสนอให้มี "หน่วยงานคนนอก" เข้ามาตรวจสอบการทำหน้าที่อย่างอิสระ

ตรวจสอบเส้นทางการเงิน (Follow the Money): นี่คือไม้ตายที่ใช้ปราบคอร์รัปชันกีฬาทั่วโลก เสี่ยโบ๊ทเปรียบเทียบกับวงการฟุตบอลฟีฟ่า (FIFA) ที่มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ตัดสินอย่างเข้มงวด หากกรรมการมวยไทยถูก ปปง. หรือตำรวจสอบเส้นทางการเงินได้เมื่อมีการตัดสินค้านสายตา รับรองว่าไม่มีใครกล้าเอาอนาคตไปเสี่ยงแลกกับเงินใต้โต๊ะแน่นอน

จ้าง "ฝรั่ง" มาตัดสิน: นี่คือประโยคที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับคนไทย "หรือไม่ผมว่าจ้างฝรั่งมาตัดสินเลย ผมว่าคนไทยตัดสินไม่เป็นละ" การเสนอให้นำชาวต่างชาติมาทำหน้าที่แทน สะท้อนถึงภาวะ "สิ้นหวัง" ในตัวบุคลากรไทย ฝรั่งไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่รู้จักเซียนมวย ไม่สนใจราคาต่อรอง พวกเขาจะตัดสินตาม "อาวุธ" ที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีเท่านั้น แม้จะดูเป็นเรื่องที่เสียหน้าสำหรับกีฬาประจำชาติ แต่ถ้ามันทำให้มวยไทยโปร่งใสขึ้น ก็เป็นสิ่งที่น่าคิด

วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันสั่งสมและเน่าเฟะมานาน วันนี้ "เสี่ยโบ๊ท" เป็นตัวแทนของคนรักมวยไทยที่กล้าออกมาตะโกนดังๆ ว่า "เรายอมรับสภาพแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป"

เวทีมวยมาตรฐานอย่างราชดำเนิน ซึ่งเปรียบเสมือนวิหารศักดิ์สิทธิ์ของมวยไทย ต้องรับฟังและเร่งสังคายนาตัวเองด่วนที่สุด กรรมการคือ "ตราชั่ง" ของความยุติธรรม หากตราชั่งเอียงตั้งแต่ยังไม่เริ่มชั่ง กีฬานี้ก็ไม่มีค่าอะไรให้คนรุ่นหลังติดตาม

มวยไทยกำลังพยายามผลักดันตัวเองสู่โอลิมปิก พยายามก้าวไปสู่ระดับโลก แต่หากรากฐานในประเทศยังเต็มไปด้วยการล็อกสกอร์ ระบบมาเฟีย และการพนันที่อยู่เหนือการแข่งขัน เราจะเอาความภาคภูมิใจที่ไหนไปอวดชาวโลก?

ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), โปรโมเตอร์, หัวหน้าค่าย และผู้บริหารเวที ต้องจับมือกัน "กวาดขยะ" ใต้พรมทิ้งให้หมด ตรวจสอบให้โปร่งใส ลงโทษให้เด็ดขาด ก่อนที่เสน่ห์ของมวยไทย... จะเหลือแค่ตำนานที่ไม่มีใครอยากดูอีกต่อไป.


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด