ONE จัดมวยรอบคิกบ็อกซิ่ง หวังโกยเรตติ้ง
หากกล่าวถึงคำว่า “มวยรอบ” ในแวดวงศิลปะการต่อสู้ แฟนมวยชาวไทยย่อมมีความคุ้นเคยและผูกพันกันเป็นอย่างดี ภาพของการแข่งขันมวยตู้ประจำวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอโทรทัศน์มาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ มักจะประดับประดาและสร้างสีสันด้วยรายการมวยรอบอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบมวยรอบขนาดเล็ก 4 คน มวยรอบ 8 คน หรือแม้แต่มวยรอบมินิการ์ดที่จัดขึ้นตามงบประมาณของสปอนเซอร์
สิ่งที่ทำให้การแข่งขันรูปแบบทัวร์นาเมนต์มีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้ชมมาโดยตลอดนั่นคือความกดดันและเดิมพันที่สูงลิ่ว เพราะทุกกากระทำบนสังเวียนล้วนมีความหมาย หากพลาดพลั้งพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียว นั่นอาจหมายถึงการหมดสิทธิ์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในพริบตา
ในขณะเดียวกัน หากเรามองข้ามฝั่งไปยังเวทีระดับนานาชาติ รูปแบบการจัดทัวร์นาเมนต์ที่สร้างผลกระทบระดับตำนานและประทับอยู่ในความทรงจำของแฟนมวยทั่วโลก ย่อมหนีไม่พ้นรายการ K-1 World GP ในยุคทอง ซึ่งมักจะใช้กติกาการแข่งขันแบบวันเดียวจบ ผู้ชนะจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคชกถึง 3 ไฟต์ในคืนเดียวเพื่อคว้าถ้วยรางวัลเกียรติยศสูงสุด รูปแบบการแข่งขันเช่นนี้ได้สร้างความเร้าใจ พิสูจน์ทั้งความแข็งแกร่งของร่างกายและวัดหัวจิตหัวใจของนักสู้อย่างถึงขีดสุด
ล่าสุด องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ONE Championship ได้ปลุกกระแสความฮือฮาครั้งใหม่ให้แก่วงการหมัดมวยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวอภิมหาศึก “ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์” ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ความน่าสนใจอย่างยิ่งยวดของมวยรอบรายการนี้ แม้ว่าจะไร้เงาของขุนพลนักชกสายเลือดไทยในบรรดา 8 พระกาฬที่ถูกคัดเลือกเข้ามา แต่มันกลับไม่ได้ทำให้อรรถรสและความน่าติดตามลดน้อยถอยลงไปเลย นั่นเป็นเพราะรุ่นเฟเธอร์เวต คิกบ็อกซิ่ง ของ ONE ได้รับการยกย่องจากบรรดากูรูและแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกว่าเป็นพิกัดน้ำหนักที่อุดมไปด้วยความโหดเหี้ยมและเป็นศูนย์รวมของสุดยอดโคตรมวยระดับปรากฏการณ์ไว้มากที่สุดในโลก และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ปลายทางอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การรับเงินรางวัลโบนัสก้อนโตเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการได้รับตั๋วทองคำอันล้ำค่า เพื่อก้าวขึ้นไปท้าชิงบัลลังก์แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต จากยอดมวยเทคนิคแพรวพราวชาวไทยอย่าง “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” อีกด้วย
โครงสร้างและบทสรุปความดุเดือดในรอบก่อนรองชนะเลิศ (สายเอ)
การแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศเพิ่งจะรูดม่านปิดฉากลงไปอย่างสุดแสนจะดุเดือด โดยผู้จัดได้แบ่งการแข่งขันออกเป็นสองสายหลักเพื่อเฟ้นหาผู้แข็งแกร่งที่สุดเข้าไปตัดเชือกในรอบต่อไป การดวลเดือดที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้ประจักษ์ชัดแล้วว่า บนสังเวียนแห่งนี้ไม่มีคำว่างานง่าย ตัวเต็งระดับตำนานต้องเผชิญหน้ากับสายลุยรุ่นใหม่ที่ไร้ความปรานี ทำให้ทุกเสี้ยววินาทีบนเวทีเต็มเปี่ยมไปด้วยความตึงเครียด สำหรับสายเอถือเป็นการปะทะกันระหว่างความเก๋าเกมและความกล้าหาญ การเผชิญหน้าของ “มารัต กริกอเรียน” ยอดหมัดสายแข็งระดับตำนานชาวอาร์เมเนีย ต้องมาดวลกับ “มามูกา อูซูบิยัน” จอมเก๋าฟอร์มแรงจากรัสเซียที่ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ใน ONE ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น มารัตก็สวมบทบาทนักล่าด้วยสไตล์การเดินบดขยี้ ตั้งการ์ดสูงป้องกันตัวรัดกุม ปิดทุกช่องทางการโจมตี ก่อนจะสาดหมัดชุดซ้ายขวาทั้งใบหน้าและลำตัวอย่างทรงพลัง แม้มามูกาจะพยายามใช้ฟุตเวิร์กวนออกข้างเพื่อหาช่องโต้ตอบ แต่ความหนักหน่วงและแรงกดดันมหาศาลจากมารัตก็ทำให้เขาไม่สามารถตั้งทรงเกมได้เลย มารัตใช้หมัดฮุกซ้ายเข้าลำตัวทำลายจังหวะการหายใจของคู่ชกตลอดเวลา จนครบ 3 ยก มารัตจึงเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์ ยัดเยียดความพ่ายแพ้ครั้งแรกในรายการนี้ให้แก่มามูกา ประกาศศักดาความเป็นตัวเต็งแชมป์อย่างเต็มภาคภูมิ
อีกคู่ในสายเดียวกันเป็นการพบกันระหว่าง “โคซูเกะ ทาคากิ” กำปั้นเทคนิคสูงชาวญี่ปุ่น กับ “หลัว เชา” จอมบู๊ดุดันจากแดนมังกร เกมการชกเป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่านตั้งแต่ยกแรก ทาคากิอาศัยจังหวะฝีมือและความแม่นยำเข้าทำแล้วฉากหนี ในขณะที่หลัวเชาใช้ความแข็งแกร่งเดินบดประชิดตัวชวนทะเลาะด้วยหมัดชุด ความระทึกขวัญพุ่งถึงขีดสุดในยกสุดท้ายเมื่อทั้งคู่ออกมายืนซดหมัดกันกลางเวทีแบบลืมตาย หมัดแลกหมัด เข่าแลกเข่า จนอาการแกว่งเกือบจะร่วงลงไปกองด้วยกันทั้งคู่ แต่ท้ายที่สุดเป็นหลัวเชาที่แสดงธาตุทรหดและพลังหมัดที่ชัดเจนกว่าในช่วงท้าย เบียดเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ไปได้อย่างสุดมัน เตรียมทะลุเข้าไปชนกับตำนานอย่างมารัตในรอบต่อไป
การล้างแค้นแบบเบ็ดเสร็จและโบนัสมหาศาลในรอบก่อนรองชนะเลิศ (สายบี)
ข้ามมาฝั่งสายบี เรื่องราวกลับเต็มไปด้วยการสะสางบัญชีแค้นและการปิดเกมอย่างรวดเร็ว คู่แรกเป็นการรีแมตช์นัดล้างตาที่แฟนกีฬาเฝ้ารอ ระหว่าง “มาซาอากิ โนอิริ” อดีตแชมป์โลกเฉพาะกาลขวัญใจเจ้าถิ่นชาวญี่ปุ่น กับ “หลิว เมิงหยาง” คู่ปรับเก่าชาวจีนที่เคยสร้างรอยแค้นไว้ในอดีต แม้ความกดดันจะถาโถมเข้าใส่โนอิริที่ต้องชกต่อหน้าแฟนมวยบ้านเกิด แต่เขากลับแสดงความนิ่งและสมาธิที่ยอดเยี่ยม คอยคุมระยะและดักทางอาวุธอย่างเยือกเย็น จนกระทั่งช่วงปลายยกแรก เมื่อหลิวเมิงหยางพยายามเดินเปิดเกมทิ้งหมัดขวา โนอิริได้จังหวะเบี่ยงตัวหลบอย่างฉมังพร้อมสวนกลับด้วยหมัดฮุกซ้ายเข้าที่ขมับอย่างจัง ส่งร่างของนักชกจีนร่วงลงไปกองกับพื้นหมดสภาพ การชำระแค้นอย่างเด็ดขาดนี้ส่งผลให้โนอิริคว้าโบนัสพิเศษไปครองสูงถึง 15 ล้านเยน ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซ
อีกหนึ่งคู่ไฮไลต์ เป็นการพบกันระหว่าง “คาอิโตะ” ซูเปอร์สตาร์ชาวญี่ปุ่น กับ “โมฮัมหมัด เซียซารานี” จอมเก๋าขวัญใจชาวไทยจากอิหร่าน คู่นี้ก็เป็นการล้างแค้นเช่นกัน ทว่าเกมจบลงรวดเร็วยิ่งกว่า เพียงแค่ 1 นาที 27 วินาทีของยกแรก ในจังหวะที่คาอิโตะก้าวเข้าหาและลดการ์ดขวาลงเพียงเสี้ยววินาที เซียซารานีก็ฉวยโอกาสทองตวัดแข้งซ้ายก้านคอเข้าอย่างจัง ส่งร่างคาอิโตะทรุดลงไปกองหมดสติ คว้าชัยชนะแบบน็อกเอาต์ไปอย่างงดงาม พร้อมรับโบนัส 7.5 ล้านเยน และทะลุผ่านเข้าไปพบกับโนอิริในรอบรองชนะเลิศ
พรีวิวรอบรองชนะเลิศ การปะทะกันของขั้วตรงข้ามทางแท็กติก
เมื่อก้าวเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เราจะได้เห็นการประกบคู่ที่เปรียบเสมือนการปะทะกันของขั้วตรงข้ามทางศิลปะการต่อสู้ ในสายเอ มารัต กริกอเรียน ต้องเผชิญหน้ากับ หลัว เชา มวยคู่นี้คือการพิสูจน์ระหว่างความเก๋าระดับโลกและพลังแห่งความห้าวหาญ จุดเด่นของมารัตยังคงเป็นการเดินกดดันและใช้การ์ดแบบดัตช์คิกบ็อกซิ่งที่รัดกุม ตัดเวทีต้อนคู่แข่งเข้ามุมแล้วสอยด้วยหมัดฮุกซ้ายตัดลำตัว ในขณะที่หลัวเชามีจุดขายคือธาตุทรหดและการยืนหยัดแลกหมัดโดยไม่เกรงกลัว หากมารัตต้องการชัยชนะ เขาเพียงแค่ต้องรักษามาตรฐานเดิม ปิดการ์ดให้แน่นแล้วรอสวนด้วยหมัดลำตัวเพื่อบั่นทอนกำลังของคู่ชก แต่หากหลัวเชาหวังจะพลิกล็อก เขาจะต้องใช้ฟุตเวิร์กเคลื่อนที่เข้าออกอย่างรวดเร็ว ออกหมัดเป็นชุดแล้วฉากหนี ห้ามยืนเป็นเป้านิ่งให้มารัตต้อนเข้ามุมเด็ดขาด
ทางด้านสายบี มาซาอากิ โนอิริ ต้องดวลกับ โมฮัมหมัด เซียซารานี นี่คือศึกที่เต็มไปด้วยความมั่นใจสูงสุดเนื่องจากทั้งคู่เพิ่งผ่านการเอาชนะน็อกคู่แข่งในยกแรกมาด้วยกัน โนอิริคือยอดมวยสายเทคนิคที่เปรียบเสมือนสไนเปอร์ มีสายตาเฉียบคมพร้อมจะปล่อยหมัดสวนในเสี้ยววินาทีที่คู่ต่อสู้เผยช่องโหว่ ส่วนเซียซารานีคือนักชกจอมระเบิดพลังที่มีอาวุธเด็ดคือลูกเตะก้านคออันตรายและจังหวะเข้าทำที่รวดเร็วดุดัน หากโนอิริจะเอาชนะ เขาต้องอาศัยความนิ่ง คุมระยะไกล ดักทางและรอจังหวะสวนกลับให้แม่นยำ ในทางกลับกัน หากเซียซารานีต้องการทะลุเข้าชิง เขาต้องเดินหน้าบดขยี้ด้วยความดุดันตั้งแต่ต้น ไม่เปิดโอกาสให้โนอิริได้เซตเกมตามถนัด ศึกคู่นี้จึงเป็นเรื่องของการชิงจังหวะ ใครกะพริบตาหรือพลาดพลั้งก่อน ย่อมมีสิทธิ์ถูกปิดบัญชีได้ทันที
บทสรุปและผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อบัลลังก์ของแชมป์โลก
การจัดการแข่งขัน ONE ซามูไร ทัวร์นาเมนต์ คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต ในครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจและปลุกกระแสความนิยมในรูปแบบมวยรอบให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการเฟ้นหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกให้เป็นไปอย่างมีระบบระเบียบและยุติธรรมที่สุด ผู้ที่สามารถยืนหยัดผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลและเป็นผู้ชนะเลิศ จะเป็นผู้ครอบครองโมเมนตัมระดับสูงสุด เพราะการฝ่าด่านหฤโหดจากยอดฝีมือระดับโลกมาได้ ย่อมหมายถึงการสะสมความมั่นใจ สภาพร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำ และจังหวะการชกที่กำลังพีกถึงขีดสุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบททดสอบระดับมหาโหดต่อบัลลังก์ของแชมป์โลกชาวไทยทั้งสิ้น
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ก้าวขึ้นมาท้าชิง หากเป็นมารัต กริกอเรียน มันจะกลายเป็นมหากาพย์ภาคต่อที่แฟนทั่วโลกตั้งตารอคอย หากเป็นมาซาอากิ โนอิริ เราจะได้ชมการปะทะกันของสองสุดยอดมวยเทคนิคชั้นครู และหากเป็นเซียซารานีหรือหลัวเชาพลิกล็อกเข้ามา ก็จะเป็นการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของซุปเปอร์บอนต่อหน้าสายลุยรุ่นใหม่ ศึกในครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้ประจักษ์แล้วว่า วิวัฒนาการของมวยรอบที่ถูกรังสรรค์ภายใต้โปรดักชันระดับโลก สามารถสะกดสายตาและสร้างความเร้าใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ แฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกจะต้องติดตามการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบไฟนอลอย่างใกล้ชิด เพราะผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวจากอภิมหาศึกในครั้งนี้ จะเป็นบุคคลที่ก้าวขึ้นไปสั่นคลอนและท้าทายอำนาจบนบัลลังก์ของ ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์ อย่างแน่นอน!

