"นาบิล" ระเบิดเวลา หรือ ความหวัง ของมวยสากลสมัครเล่นไทย

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
91
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
จากข่าวที่ นาบิล อานาน นักชกลูกครึ่งไทย แอลจีเรีย วัย 22 ปี เจ้าของส่วนสูง 192 เซ็นติเมตร จะเบนเข็มมาชกมวยสากลสมัครเล่นในนามทีมชาติไทย น่าจะเป็นข่าวดีปลุกกระแสความคึกคักให้วงการมวยสากลสมัครเล่นไทยได้คึกคักหลังจากที่พลาดเหรียญทองโอลิมปิกมาเกือบ 20 ปี จากชนวนเหตุที่มีอดีตนักชกทีมชาติมาโพสต์ดักว่าการไปคัดโอลิมปิกควรไปแบบเป็นขั้นเป็นตอนมาชกในระดับประเทศก่อนกลายเป็นเรื่องราวขัดแย้งลุกลามใหญ่โตจนนึกไม่ออกเลยว่า นาบิล จะมาชกให้ทีมชาติไทย ในสภาวะแบบไหน

ย้อนไทม์ไลน์ไปเมื่อวันอังคารที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมามีการส่งหนังสือเชิญสื่อมวลชนมาร่วมงานแถลงข่าวโดยมีรายละเอียดว่า ONE Championship ร่วมกับ สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย สนับสนุน นาบิล อานาน เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2028 โดยมีกำหนดแถลงข่าวในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.

            ทว่าในช่วงเย็นวันนั้นเพจมวยต่างก็มีการเล่นข่าวกันยกใหญ่เพราะถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการที่ นักมวยดีกรีแชมป์โลก ONE มวยไทย จะมาชกมวยสากลสมัครเล่นให้ทีมชาติ

            พอข่าวเริ่มแพร่ออกไปก็มี อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นที่ผันตัวมาเป็นโค้ชทีมชาติอย่าง ฉัตรชัย บุตรดี มาโพสต์กล่าวถึงว่า การจะไปชกมวยโอลิมปิก ต้องมีการคัดตัวเป็นขั้นเป็นตอนไม่ใช่อยู่ดีๆจะได้ไปชกโอลิมปิกเลย

            จากนั้นก็เริ่มมีกระแสในโซเชียล จากบรรดา แฟนคลับของ นาบิล เข้ามาโจมตีว่า ฉัตรชัย ปิดกั้น นาบิล หรือปล่าว ล่ามไปถึง อิจฉาเด็กหรือเปล่า

ผนวกกับ สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกเหรียญทองโอลิมปิกคนแรกของไทย ออกมาโพสต์ว่า เขาเป็นคนแนะนำให้ สมาคมติดต่อดึงนาบิล มาชกให้ทีมชาติเพราะดูแล้วมีแวว

ขณะที่ นาบิล พอข่าวเริ่มมีกระแส ก็ออกมาไลฟ์สดในเฟสส่วนตัวว่าเขาพร้อมที่จะคัดตัวตามขั้นตอนของสมาคม

วันถัดมา สมจิตร จงจอหอ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก ปี 2008 ซึ่งเป็นนักชกคนสุดท้ายของไทยที่ได้เหรียญทองก็ออกมาอัดคลิปบอกว่า ยินดีที่ นาบิลจะมาชกมวยสากลสมัครเล่นแต่การเบนเข็มจากมวยไทยมาชกมวยสากลสมัครเล่นมันไม่ง่าย ตัวเขาเองใช้เวลากว่า 6 ปี ถึงรู้สึกว่าชกมวยสากลสมัครเล่นเป็น นอกจากนี้ สมจิตรยัง กล่าวขึ้นพิกัดชกของ นาบิล ว่า 60 กิโลกรัม น่าจะทำไม่ไหว ปล่อยไป 70 กิโลกรัมก็เจอแต่ของหนักมีโอกาสโดนทุบ ยิ่งถ้าปล่อยไป 80 กิโลกรัม “คางหัก”

จนถึงวันศุกร์ที่ 14 ส.ค.ซึ่งเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ชาตรี ศิษย์ยอดธง CEO ของ ONE Championship กลับโยนระเบิดลูกใหญ่ใส่งานแถลง โดยเปิดฉากว่า รู้สึกผิดหวังที่มีคนต่อต้าน นาบิล ในการชกทีมชาติ แฟนมวยไม่ต้องไปฟัง ฟังคนที่ได้เหรียญทองอย่างสมรักษ์คนเดียว คนอื่นไม่เคยได้เหรียญไม่สมควรพูด พร้อมทั้งกล่าวโอ่อวดว่าให้ทีมงานไปดูมวยในพิกัด 65-70 กิโลแล้วทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นนักชกเหรียญทองโอลิมปิกจากครั้งก่อนเหรือคนไหนก็ตามนาบิลสู้ได้ และในการคัดตัวทีมชาติหากมีใครชนะนาบิลได้เอาไปเลย 350,000 บาท

ขณะที่ นาบิล ก็เผยว่าเคยหักมวยสากลมาแล้วเมื่อตอนเด็กเคยไปซ้อมกับ เด่น จุลละพันธ์ อดีตแชมป์โลกชาวไทยที่มาเปิดยิมมวยที่พัทยา มั่นใจว่าชกมวยสากลได้แน่นอน พร้อมที่จะคัดตัวตามขั้นตอนของสมาคม

            จากนั้นมีการถามถึงอนาคตการชกมวยไทยของนาบิล ก็ได้รับการเปิดเผย “ซาตูร” หัวหน้าค่าย วีนั่มมวยไทยว่า จะชกมวยไทย สลับกับ มวยสากลสมัครเล่น โดยจะเก็บตัวที่พัทยาตามเดิม

            ด้าน สมาคกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย บอกแต่เพียงว่า นาบิล จะต้องมาตัดตัวตามขั้นตอนมีมีอภิสิทธิ์ใดๆ แต่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่ นาบิล จะซ้อมที่พัทยา ว่าจะมีการเรียกตัวมาเข้าแคมป์ทีมชาติ เหมือนนักชกคนอื่นหรือไม่ และ เมื่อไร

            หลังจากการแถลง สื่อโซเชียลก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งทันที บรรดาเอฟซีของ นาบิล ก็ออกมาโจมตี นักมวยทีมชาติที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ การเบนเข็มมาชกมวยสากลอาชีพของ นาบิล

            อีกฝั่งก็ออกมาวิจารณ์ ชาตรี ว่าพูดจาไม่ให้เกียรตินักชกทีมชาติแม้จะไม่ได้เหรียญโอลิมปิกแต่ด้วยประสบการณ์ด้วย ดีกรีที่เคยเป็นโค้ชทีมชาติย่อมมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

            จริงๆแล้วในงานแถลงข่าวหากหวังจะให้ นาบิล เข้ามาชกในนามทีมชาติอย่างจริงใจก็แค่บอกว่า นาบิล จะมาคัดตัวทีมชาติดตามขั้นตอน เท่านั้นทุกอย่างก็แฮปปี้เอ็นดิ้งแล้ว ไม่มีใครมาเห็นแย้ง หรือมาอ้างอะไรได้อีก

            แต่การที่ ชาตรี ออกมาแสดงกริยากร้าวราวสั่งให้คนโน้นคนนี้หุบปาก เอาเงินฟาดหัวท้าเดิมพัน แบบนี้ เป็นการจุดชนวนให้ไฟปะทุขึ้นมาจนหยุดไม่อยู่

ยิ่งได้เอฟซีเกรดต่ำเข้ามาผสมโรงด่าทอ นักชกทีมชาติ แบบสนุกปาก กลายเป็นการทำลายบรรยากาศที่ แคมป์ทีมชาติควรจะมีนักมวยความหวังอยู่ในทีมร่วมกันไล่ล่าเหรียญโอลิมปิกไปอย่างเสียดาย

            ถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่า นาบิล จะมาคัดตัวเมื่อไร ซึ่งตามหน้าเสื่อในรุ่น 70 กิโลกรัมในไทยตอนนี้ มีแต่มวยจากโรงเรียนกีฬา ไม่มีใครได้แตะเงิน 350,000 ของ ชาตรี แน่

            แต่เมื่อคัดตัวแล้วจะมาเข้าแคมป์ทีมชาติหรือเปล่า เพราะถ้าไม่เข้า ไปซ้อมเองที่พัทยา ต่อให้ วีนั่มเป็นค่ายมวยที่แข็งแกร่งเพียงไรแต่ในเชิงมวยสากลสมัครเล่นไม่มีทางเทรนได้ดีเท่าแคมป์ทีมชาติแน่

            เหลือเวลาอีกแค่ 2 ปี ยังไม่มีแผนการทำมวยที่ชัดเจน ก็เสียดาย ความสามารถของ นาบิล  ที่ไม่มีโอกาสพัฒนาอย่างจริงจัง ทุกคนรู้ดีว่า นาบิล มีความสามารถ แต่การชกมวยสากลสมัครเล่นระดับโอลิมปิกมันไม่ได้ง่ายเลย หากหวังผลักดันใน นาบิล ได้ลุ้นเหรียญทองโอลิมปิกจริงๆ ก็ต้องลงมือทำอย่างจริงจังโดยเร็วที่สุด


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด