"เพชรยินดี" หันหลังให้ฟรีทีวี เดิมพันอนาคตบนโลกออนไลน์

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
65
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน วงการกำปั้นก็ถึงคราวต้องผ่าตัดใหญ่! เกิดอะไรขึ้นเมื่อค่ายมวยยักษ์ใหญ่อย่าง "ศึกเพชรยินดี" ภายใต้การนำของ "เสี่ยโบ๊ท" ตัดสินใจทิ้งหน้าจอทีวีช่อง True4U ถอนตัวจากสปอนเซอร์ใหญ่อย่างเครือซีพี เพื่อหันไปลุยระบบสตรีมมิ่งผ่านแอปพลิเคชัน PRYDE TV แบบเต็มตัว

นับเป็นปรากฏการณ์และแรงสั่นสะเทือนครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้วงการมวยไทยถึงกับต้องจับตามองอย่างตาไม่กะพริบ เมื่อโปรโมชั่นมวยยักษ์ใหญ่ระดับตำนานอย่างศึกเพชรยินดี ภายใต้การนำทัพของโปรโมเตอร์หนุ่มไฟแรง “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิระรัตน์วงศ์ ได้ตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในการประกาศยุติการถ่ายทอดสดรายการมวยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 อย่างเป็นทางการ โดยรอยต่อแห่งยุคสมัยนี้จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่ารายการมวยแม่เหล็กที่แฟนๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทั้งรายการศึกเพชรยินดี รายการมวยไทยพรีเมียม และรายการมวยมันส์สนั่นเมือง จะถูกยกเครื่องและย้ายสมรภูมิการถ่ายทอดสดไปสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านทางแอปพลิเคชัน PRYDE TV การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนช่องทางการรับชม แต่คือการประกาศจุดยืนและการเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานของเสี่ยโบ๊ท ที่ต้องกล้าฉีกกรอบการจัดมวยแบบเดิมๆ เพื่อหาทางรอดในยุคที่ภูมิทัศน์ของสื่อเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เบื้องลึกเบื้องหลังของการตัดสินใจที่สร้างความฮือฮาในครั้งนี้ ทางผู้จัดได้ออกมาเปิดอกยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นผลมาจากสภาวะการขาดทุนอย่างหนักที่เรื้อรังมาเป็นเวลานานนับปี การจัดแข่งขันกีฬามวยในยุคปัจจุบันนั้นมีต้นทุนที่สูงลิ่ว ทั้งค่าตัวนักมวย ค่าเช่าสถานที่ ค่าทีมงานจัดการแข่งขัน ไปจนถึงค่าโปรดักชันต่างๆ แต่ในทางกลับกัน ทางรายการกลับไม่ได้รับการสนับสนุนด้านค่าถ่ายทอดสดจากทางสถานีโทรทัศน์เลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายวิกฤตยังถูกซ้ำเติมด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลยุทธ์ทางการตลาดของกลุ่มทุนที่เปลี่ยนไป เมื่อสปอนเซอร์และเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เคยทุ่มเม็ดเงินมหาศาลซื้อโฆษณาคั่นรายการทางทีวี ต่างพากันหดหายและโยกย้ายงบประมาณเหล่านั้นไปทุ่มให้กับการโปรโมตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของตนเองโดยตรง ทำให้ช่องทางรายได้หลักที่เคยหล่อเลี้ยงรายการมวยบนหน้าจอแก้วต้องตีบตันลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทีมงานเพชรยินดีต้องพยายามประคับประคองสถานการณ์ แบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สวนทางกับรายรับมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งมาถึงจุดแตกหักที่ต้องยอมรับความจริงว่า หากยังคงดันทุรังพึ่งพาการถ่ายทอดสดผ่านระบบโทรทัศน์แบบเดิมต่อไป รายการมวยของเพชรยินดีย่อมไม่มีทางที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ และมีแต่แนวโน้มที่จะดิ่งลงเหวไปตามสถานการณ์ของทีวีดิจิทัลที่กำลังถูกดิสรัปชัน ท้ายที่สุดจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากการดิ้นรนหาทางรอด ฝ่าวิกฤตด้วยการก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้จะรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนามก็ตาม

แน่นอนว่าการประกาศแยกทางกับหน้าจอทีวีในครั้งนี้ ย่อมสร้างความเสียดายและผลกระทบทางความรู้สึกต่อแฟนมวยจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมวยรุ่นเก่าและผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่ยังคงมีความคุ้นชินกับการเปิดทีวีรับชมการถ่ายทอดสดมวยฟรีๆ ตามตารางเวลาปกติ วัฒนธรรมการดูมวยตู้หรือมวยฟรีทีวีนั้นฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนผ่านที่บังคับให้ผู้ชมต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สมัครสมาชิก และที่สำคัญคือต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อซื้อแพ็กเกจรับชม ย่อมก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วย บางส่วนอาจมองว่าเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ซึ่งความท้าทายอันใหญ่หลวงของเพชรยินดีนับจากนี้ คือการพิสูจน์ให้แฟนมวยเห็นว่า คุณภาพของการถ่ายทอดสด ความดุเดือดของคู่มวย และความคมชัดของโปรดักชันบนแอปพลิเคชัน PRYDE TV นั้น คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่แฟนๆ จะต้องเสียไป หากไม่สามารถสร้างความประทับใจหรือดึงดูดฐานแฟนคลับให้ตามมาสนับสนุนในระบบออนไลน์ได้ การตัดสินใจครั้งนี้ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายได้เช่นกัน

สิ่งที่น่าจับตามองและถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือการที่ศึกเพชรยินดีตัดสินใจแยกทางกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ซึ่งถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่และเป็นพันธมิตรหลักที่คอยให้การสนับสนุนเพชรยินดีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายของการจัดมวยสากลระดับโลก ย้อนกลับไปในอดีต หลังจากที่เพชรยินดีหมดวาระการสนับสนุนจากค่ายกระทิงแดง ก็ได้เครือซีพีนี่เองที่ก้าวเข้ามาเป็นเสาหลัก โอบอุ้มและอัดฉีดเงินทุนสนับสนุนการจัดการแข่งขัน จนสามารถสร้างแชมป์โลกชาวไทยผงาดขึ้นประดับวงการได้อีกหลายต่อหลายคน ความผูกพันและผลประโยชน์ที่เกื้อกูลกันมาอย่างยาวนาน ทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่าการแยกทางครั้งนี้คือความเสี่ยงขั้นสูงสุดของเพชรยินดี

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน บริบทของการทำธุรกิจมวยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทางเพชรยินดีได้ประเมินอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า เม็ดเงินสนับสนุนที่ได้รับจากทางซีพีในรูปแบบเดิมนั้น ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงระบบนิเวศของค่ายมวยและการจัดรายการมวยในสเกลปัจจุบันให้รอดพ้นจากสภาวะขาดทุนได้อีกต่อไป การกัดฟันเดินออกมาจากร่มเงาของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ เพื่อมาสร้างอาณาจักรของตัวเองบนโลกออนไลน์ จึงเป็นการประกาศอิสรภาพที่ต้องแลกมาด้วยความกดดันมหาศาล เพชรยินดีจะต้องพิสูจน์ศักยภาพให้เห็นว่า การยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองบนแพลตฟอร์มสตรีมมิง จะสามารถยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันมวยไทยให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่ายุคที่พึ่งพาสปอนเซอร์หลักได้มากน้อยเพียงใด ทั้งในแง่ของรายได้ที่จะกลับคืนสู่นักมวย และความบันเทิงที่จะมอบให้กับผู้ชม 

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของสถานีโทรทัศน์ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ก็กำลังเผชิญกับโจทย์ที่ยากลำบากไม่แพ้กัน การสูญเสียรายการมวยแม่เหล็กอย่างศึกเพชรยินดี ที่เคยกวาดเรตติ้งและดึงดูดสายตาผู้ชมได้เป็นกอบเป็นกำในทุกเย็นวันอังคารและวันพฤหัสบดี ย่อมทำให้เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ในผังรายการ ทางสถานีจำเป็นจะต้องเร่งเดินหน้าเจรจาหาโปรโมเตอร์มวยรายใหม่ที่มีศักยภาพมากพอที่จะเข้ามาเสียบแทนในสล็อตเวลาทองดังกล่าว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลือกของโปรโมเตอร์ในวงการมวยไทยที่มีบารมี มีนักมวยในสังกัดเพียงพอ และมีสายป่านยาวพอที่จะมาจัดรายการสดผ่านทีวีในยุคที่สปอนเซอร์หายากเช่นนี้ มีเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น คำถามตัวโตที่วงการมวยกำลังเฝ้ารอคำตอบคือ โปรโมเตอร์รายใดที่จะหาญกล้าเข้ามารับไม้ต่อ และรูปแบบรายการใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น จะสามารถดึงดูดฐานแฟนมวยฟรีทีวีที่กำลังสับสนและเสียดายกับการจากไปของเพชรยินดี ให้ยังคงตรึงสายตาอยู่ที่หน้าจอทรูโฟร์ยูต่อไปได้หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว พฤติกรรมการดูมวยของคนไทยจะถูกบีบให้ต้องอพยพไปสู่โลกออนไลน์ตามผู้จัดไปในที่สุด

วิกฤตและการตัดสินใจของเสี่ยโบ๊ทในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องราวของค่ายมวยค่ายหนึ่งที่ย้ายช่องทางการออกอากาศ แต่เป็นเสมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมมวยไทยและสื่อโทรทัศน์ มันคือบททดสอบของการเอาตัวรอดในโลกทุนนิยมที่โหดร้าย ที่ที่ความผูกพันและชื่อเสียงในอดีตไม่สามารถการันตีความอยู่รอดในอนาคตได้ หากเพชรยินดีประสบความสำเร็จกับ PRYDE TV นี่จะเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะพลิกโฉมวงการมวยไทยไปตลอดกาล เป็นการปลดแอกผู้จัดออกจากอำนาจของสถานีโทรทัศน์และเอเจนซีโฆษณา แต่หากล้มเหลว นี่ก็จะเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กีฬามวยของเมืองไทย

แฟนมวยทั่วประเทศจึงทำได้เพียงเฝ้าติดตามการก้าวเดินครั้งประวัติศาสตร์นี้อย่างใกล้ชิด ว่าในท้ายที่สุดแล้ว "เพชร" เม็ดนี้ จะยังคง "ยินดี" ที่จะเปล่งประกายบนสังเวียนออนไลน์ได้งดงามเพียงใด และทิศทางของมวยฟรีทีวีหลังจากนี้ จะเดินหน้าไปสู่อวสานหรือจะหารูปแบบใหม่เพื่อกลับมาผงาดได้อีกครั้ง เวลาและเสียงตอบรับจากแฟนมวยเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด