ศึกมวยเดือดเดือนตุลา KNOCKTOBERFEST
เมื่อเทศกาลแห่งความมันส์โคจรมาบรรจบกับศาสตร์แห่งอาวุธทั้งแปด เวทีมวยราชดำเนินพร้อมลุกเป็นไฟในศึกประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ RWS : KNOCKTOBERFEST วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ รายการที่ไม่ได้มีเพียงแค่ศักดิ์ศรีของเข็มขัดแชมป์อันทรงเกียรติเป็นเดิมพัน แต่ยังเป็นสังเวียนที่เปิดหน้าแลกเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการ “ปิดบัญชีแบบไม่ครบยก” ภายใต้เงื่อนไขสุดระห่ำที่แฟนมวยทั่วโลกต้องจับตามอง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ศึกนี้ถูกขนานนามว่าเทศกาลแห่งการล่าหัว คือกติกาโบนัสพิเศษสุดสะเทือนวงการ: นักชกคนใดก็ตามที่สามารถปิดเกมด้วยการชนะน็อกเอาต์ (KO/TKO) คู่ต่อสู้ได้ จะได้รับเงินโบนัสพิเศษเข้าบัญชีทันที 1,000,000 บาท!
เงินรางวัลหลักล้านไม่ใช่เพียงตัวเลขล่อตาล่อใจ แต่คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะเปลี่ยนเวทีผ้าใบผืนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นสมรภูมิเดือด ไร้การถอยคุมเชิง ไร้การเต้นประคองเกม ทุกวินาทีตั้งแต่ระฆังยกแรกดังขึ้น แฟนมวยจะได้เห็นการเดินหน้าสาดอาวุธแบบแลกเนื้อแลกตัว เพราะหมัดเดียว เตะเดียว หรือศอกเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตของผู้ชนะได้ในพริบตา
ความเดือดทวีคูณยิ่งขึ้นเมื่อไฟต์การ์ดที่เปิดโผออกมา อัดแน่นไปด้วย 3 ศึกชิงแชมป์เวทีราชดำเนินที่ทุกคนรอคอย การปะทะกันของยอดมวยต่างสไตล์ ต่างสัญชาติ แต่หัวใจเดียวกัน คือพร้อมพังคู่ต่อสู้ลงไปกองกับพื้น
คู่เอกสะเทือนพิกัด 135 ปอนด์: อีกอร์ บิเครฟ ปะทะ คัน นากามูระ
เดิมพันบัลลังก์แชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่นไลต์เวต (135 ปอนด์)
นี่คือการพบกันของสองมวยหมัดหนักจากสองซีกโลกที่พร้อมระเบิดพลังใส่กันแบบไร้คำว่าถอย เจ้าของเข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนินชาวรัสเซีย อีกอร์ บิเครฟ (Egor Bikrev) ผู้ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง ความแข็งแกร่งดั่งหินผา และสไตล์การชกที่ดุดันเดินหน้าบดขยี้คู่ต่อสู้แบบไม่ให้หายใจ อาวุธหนักทุกลูกของอีกอร์คือระเบิดเวลาที่พร้อมทำงานตลอดเวลา
ทว่าผู้ท้าชิงที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก คัน นากามูระ (Kan Nakamura) ซูเปอร์สตาร์หน้าหยกสายบู๊ เจ้าของฉายา "จอมทำลายล้าง" จากเวที RISE ประเทศญี่ปุ่น นากามูระเป็นมวยที่มีสปีดหมัดรวดเร็ว แม่นยำ และสายตาเฉียบคม การข้ามน้ำข้ามทะเลมาเยือนถิ่นราชดำเนินในครั้งนี้ นากามูระไม่ได้มาเพื่อหวังแค่คะแนน แต่เขามาเพื่อประกาศศักดาแย่งชิงเข็มขัดเส้นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของวงการมวยไทยกลับแดนอาทิตย์อุทัย
สไตล์ของคู่นี้เปรียบเสมือนรถถังหุ้มเกราะชนกับจรวดนำวิถี อีกอร์จะใช้ความหนักหน่วงเข้าบดเบียดทำลายจังหวะ หรือนากามูระจะใช้ความเร็วและหมัดชุดที่คมกริบชิงปิดบัญชีก่อน เมื่อมีเงินโบนัส 1,000,000 บาท แขวนอยู่ตรงหน้า แฟนมวยมั่นใจได้เลยว่าไฟต์นี้ไม่มีคำว่าดูเชิง และโอกาสที่จะจบลงแบบไม่ครบยกมีสูงลิบลิ่ว
ซูเปอร์ไฟต์ล้างตาที่รอคอย: เพชรศิลา ว.อุรชา ชน โคกิ โอซากิ
เดิมพันแชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต (122 ปอนด์)
มหากาพย์การชกที่แฟนมวยเรียกร้องมากที่สุดคู่หนึ่ง หลังจากที่คลาดแคล้วกันมา ในที่สุดเส้นทางของทั้งคู่ก็ต้องมาบรรจบกันในจังหวะที่ลงตัวที่สุด เพชรศิลา ว.อุรชา ยอดมวยฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทย อดีตแชมป์หลายสถาบัน ผู้มีเหลี่ยมมวยแพรวพราว ไอคิวมวยสูงลิ่ว และจังหวะออกอาวุธที่ทั้งเร็วและแม่นยำ ไฟต์นี้เพชรศิลาต้องงัดเอาศาสตร์มวยไทยทุกแขนงมาใช้อย่างเต็มที่ เมื่อต้องรับมือกับกระดูกชิ้นโตจากแดนปลาดิบ
คู่ปรับของเขาคือ โคกิ โอซากิ (Koki Osaki) อีกหนึ่งตัวท็อปพิกัดเล็กจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึด หัวใจเกินร้อย และสไตล์การเดินหน้าออกอาวุธแบบไร้ความกลัว โอซากิเป็นมวยหมัดหนักเตะเจาะยางรุนแรงที่ทำให้คู่ต่อสู้ยุบมาแล้วนับต่อนัก การที่ทั้งคู่เคยมีคิวชกแต่ต้องแคล้วคลาดกัน ยิ่งทำให้ไฟต์นี้เปี่ยมไปด้วยแรงแค้นและความกระหายชัยชนะ
การปะทะกันที่พิกัด 122 ปอนด์นี้ จะเป็นการวัดกันระหว่าง "ศาสตร์มวยไทยจังหวะฝีมือชั้นครู" ของเพชรศิลา กับ "สไตล์คิกบ็อกซิ่ง/มวยไทยสายบู๊แหลก" ของโอซากิ ใครจะพลาดก่อนกันในเกมที่เดิมพันด้วยเข็มขัดแชมป์และเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท
ศึกล่าบัลลังก์พิกัดเล็ก: เพชรเดช เพชรยินดีอะคาเดมี่ ดวล จิ๊กซอว์ ศิษย์ไทยแลนด์
ชิงเข็มขัดแชมป์เวทีราชดำเนิน รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (115 ปอนด์)
การโคจรมาพบกันของสองยอดมวยไทยรุ่นเล็กที่ดีที่สุดในยุคนี้ เพื่อหาเจ้าของเข็มขัดแชมป์รุ่น 115 ปอนด์ที่ว่างอยู่ เพชรเดช เพชรยินดีอะคาเดมี่ มวยบู๊ใจสู้ที่มีความครบเครื่อง หมัด ศอก แข้ง ออกได้อันตรายทุกลูก สภาพร่างกายที่ฟิตเกินร้อยและหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร ทำให้เพชรเดชเป็นนักชกที่คู่ต่อสู้ทุกคนไม่อยากเผชิญหน้า
ด้าน จิ๊กซอว์ ศิษย์ไทยแลนด์ มวยฟอร์มสด อาวุธดุดัน จังหวะสองยอดเยี่ยม และมีทีเด็ดที่ลูกศอกและหมัดตัดลำตัวที่สามารถเช็กบิลคู่ชกได้ในเสี้ยววินาที จิ๊กซอว์พัฒนาฟอร์มขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์อันทรงเกียรติในไฟต์นี้
พิกัด 115 ปอนด์อาจเป็นรุ่นเล็ก แต่อนุภาพการทำลายล้างไม่ได้เล็กตามตัว ทั้งคู่ต่างรู้ทางกันเป็นอย่างดี แต่ในกติกาของ RWS ที่ให้ความสำคัญกับการออกอาวุธแจ้งชัดและความดุดัน ผนวกกับแรงจูงใจจากโบนัสพิเศษ 1,000,000 บาท ทำให้เกมนี้ไม่มีใครยอมใครแน่นอน แฟนมวยจะได้เห็นสงครามอัตราความเร็วสูงที่แลกกันหมัดต่อหมัด แข้งต่อแข้ง ตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย
บรรยากาศแห่งความมันส์ระดับโลกที่เวทีมวยราชดำเนิน
นอกจากไฟต์ระดับห้าดาวแล้ว RWS : KNOCKTOBERFEST ยังยกระดับมาตรฐานการจัดศึกมวยไทยสู่ระดับสากลด้วยระบบแสง สี เสียง และความบันเทิงเต็มรูปแบบรอบสนาม สร้างบรรยากาศที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้แฟนมวยได้สัมผัสความตื่นเต้นในระดับที่หาไม่ได้จากที่อื่น
นี่ไม่ใช่แค่งานแข่งขันมวยไทยธรรมดา แต่เป็นค่ำคืนที่นักสู้ระดับพระกาฬจะมารวมตัวกันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ ใครจะสามารถกระชากเข็มขัดแชมป์ไปครอง? ใครจะคว้าเงินโบนัสหนึ่งล้านบาทกลับบ้าน? และใครจะต้องเป็นฝ่ายร่วงลงไปกองกับพื้นผ้าใบ?
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมเป็นสักขีพยานความดุเดือดพร้อมกันใน วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ ณ เวทีมวยราชดำเนิน สังเวียนมวยไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในโลก แฟนมวยตัวจริงห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!

