ศรีสะเกษ VS อำนาจ คู่มวยแห่งความขัดแย้ง

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 คอลัมน์ คลุกวงใน โดย นวมแดง
9
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วงการมวยเดือดจัด! สรุปดราม่านอกสังเวียน "จอนนี่ มือปราบ" ปะทะ "เสี่ยฮุย" ปมจัดไฟต์ย้อนยุค ศรีสะเกษ-อำนาจ สาดน้ำลายขู่ฟ้อง งานนี้ใครคือตัวจริง?

วงการหมัดมวยไทยต้องสั่นสะเทือนชนิดที่ว่าระฆังยังไม่ทันดังก็เกิดพายุหมัดนอกสังเวียนซัดกันอย่างดุเดือด เมื่อโปรเจกต์ระดับมาสเตอร์พีซที่ตั้งใจจะเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนมวยทั่วประเทศกลับกลายเป็นดราม่าร้อนระอุ การประกาศจัดไฟต์หยุดโลกย้อนยุคระหว่างสองอดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น และ อำนาจ รื่นเริง โดยอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จอนนี่ มือปราบ ไม่ได้จบลงที่เสียงปรบมือและการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แต่กลับเป็นการเปิดหน้าชกกันผ่านสื่อระหว่างผู้จัดหน้าใหม่สายคอนเทนต์กับโปรโมเตอร์ระดับตำนานอย่าง เสี่ยฮุย สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ที่ออกมาเบรกหัวทิ่มพร้อมงัดกฎหมายและมารยาทคนวงการมวยขึ้นมาฟาดฟันจนสะเทือนไปทั้งโซเชียลมีเดีย

จุดเริ่มต้นของรอยร้าวครั้งนี้ปะทุขึ้นจากโพสต์บนแฟนเพจ ตะลึงกรุง จอนนี่มือปราบ ที่มีผู้ติดตามจำนวนมหาศาล เมื่อ จอนนี่ มือปราบ หรือ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ประกาศข่าวใหญ่ระดับสั่นสะเทือนวงการว่าได้ทำการดีลไฟต์หยุดโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นการรีแมตช์ล้างตาของสองยอดมวยแห่งยุค ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น อดีตแชมป์โลกสภามวยโลก ดับเบิลยูบีซี รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สองสมัย ที่จะโคจรมาพบกับ อำนาจ รื่นเริง อดีตแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ ไอบีเอฟ รุ่นฟลายเวต ภายใต้กติกามวยสากลหกยกเพื่อเป็นคู่ชูโรงในศึก จอนนี่มวยไทยแชมเปียนชิพ ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อฉลองเปิดสนามมวยแห่งใหม่ที่จังหวัดอุบลราชธานีในช่วงเดือนธันวาคม การประกาศครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้แฟนมวยอย่างมาก เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีสองพันห้าร้อยหกสิบสาม ทั้งคู่เคยประหมัดกันมาแล้วในศึก ดับบลิวพี บ็อกซิ่ง ซึ่งครั้งนั้น ศรีสะเกษ อาศัยความหนักหน่วงและจังหวะฝีมือเอาชนะคะแนนไปได้อย่างเป็นเอกฉันท์ การป่าวประกาศของจอนนี่จึงเสมือนการจุดพลุไฟแห่งความหวังให้แฟนๆ ได้ชมศึกสายเลือดระดับคุณภาพบนผืนผ้าใบอีกครั้ง

แต่พลุไฟลูกนั้นกลับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนดับสนิทภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อ เสี่ยฮุย สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ บอสใหญ่แห่งนครหลวงโปรโมชั่น ต้นสังกัดที่ปลุกปั้น ศรีสะเกษ จนผงาดในเวทีโลก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้ผ่านสื่อกีฬาอย่างเผ็ดร้อนแบบไม่ไว้หน้า โดยยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่าทางค่ายไม่เคยรับทราบเรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยมีการพูดคุยหารือใดๆ จากฝั่งของจอนนี่แม้แต่น้อย เสี่ยฮุย เน้นย้ำถึงเรื่องของมารยาทในการทำงานข้ามสาย โดยตอกกลับอย่างเจ็บแสบว่าหากจะเข้ามาทำงานในวงการมวยก็ควรต้องศึกษามารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ใช่ทำเพียงเพื่อต้องการเรียกกระแสหรือยอดวิวบนโลกออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้นบอสใหญ่แห่งนครหลวงโปรโมชั่นยังได้กางแผนอนาคตของนักชกในสังกัดอย่างชัดเจนว่า อดีตแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยรายนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงโรยราหรือเตรียมแขวนนวม แต่เพิ่งเก็บชัยชนะมาได้สองไฟต์ติดต่อกัน และเป้าหมายสูงสุดในตอนนี้คือการมุ่งสมาธิเพื่อเดินหน้าทวงเข็มขัดแชมป์โลกกลับคืนสู่แผ่นดินไทย ดังนั้นการเปลี่ยนเส้นทางไปชกโชว์หรือชกย้อนยุคในรายการลักษณะดังกล่าวจึงไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด

เมื่อถูกพาดพิงถึงขั้นบกพร่องเรื่องมารยาทอย่างตรงไปตรงมา มีหรือที่คนจริงสายลุยอย่าง จอนนี่ มือปราบ จะยอมจำนน เขาออกมาซัดกลับผ่านเพจของตนเองด้วยข้อความที่ดุเดือดไม่แพ้กัน โดยชี้แจงเบื้องลึกอย่างละเอียดเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ จอนนี่เปิดเผยข้อมูลที่ทำเอาหลายคนต้องเลิกคิ้วสงสัยว่า แท้จริงแล้วฝ่ายที่ริเริ่มติดต่อมาคือฝั่งของผู้จัดการ ศรีสะเกษ เองที่ทาบทามขอขึ้นชกมาตั้งแต่สามเดือนก่อนหน้านี้ผ่านคนใกล้ชิด แต่ในตอนแรกเขาได้ปฏิเสธไปเนื่องจากทราบดีถึงปัญหาสุขภาพของ อำนาจ รื่นเริง ในช่วงเวลานั้น ทว่าเมื่อมีการตื๊อขอร้องอีกครั้งประกอบกับตัว อำนาจ เองยืนยันว่าสภาพร่างกายฟื้นฟูพร้อมสำหรับการชกสากลหกยกแล้ว เขาจึงตอบตกลงเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนกันเอง จอนนี่ยังทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยการยืนยันว่าเขาได้พูดคุยเจรจากับตัว ศรีสะเกษ โดยตรง ซึ่งตัวนักมวยก็รับปากพร้อมเดินทางมาชกและได้ตกลงรายละเอียดเรื่องค่าตัวกันเป็นที่เรียบร้อย การชี้แจงครั้งนี้นำมาซึ่งคำถามตัวโตๆ จากฝั่งจอนนี่ที่โยนกลับไปยังต้นสังกัดว่า สรุปแล้วสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจของ ศรีสะเกษ อยู่ที่ใครกันแน่ มีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ไม่ตรงกันภายในค่ายเองหรือไม่ พร้อมฝากข้อคิดเตือนใจถึงสื่อบางสำนักที่นำประเด็นนี้ไปปั่นกระแสเรียกยอดไลก์ว่าเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ ยืนยันว่าตนเองมีวุฒิภาวะและมารยาทพอที่จะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ

สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงการโต้เถียงกันข้ามพื้นที่สื่อ เริ่มยกระดับความตึงเครียดเข้าสู่โหมดของข้อกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ เสี่ยฮุย ตัดสินใจออกแถลงการณ์จุดยืนอย่างเป็นทางการเพื่อยุติความสับสนทั้งหมด โดยงัดเอาพระราชบัญญัติกีฬามวย พุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบสอง ขึ้นมาเป็นเกราะกำบังและอาวุธในการตอบโต้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากมีการดึงตัว ศรีสะเกษ ไปจัดการแข่งขันโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากต้นสังกัด ทางนครหลวงโปรโมชั่นจะดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งและอาญาให้ถึงที่สุด เสี่ยฮุย ยังได้ท้าทายกลับไปยังบุคคลปริศนาที่อ้างตัวว่าเป็นผู้จัดการของ ศรีสะเกษ ซึ่งไปเจรจากับจอนนี่ ให้กล้านำหลักฐานและสัญญาการเป็นผู้จัดการออกมาเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนและสาธารณชน เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าใครคือผู้มีสิทธิ์ขาดที่แท้จริง เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โลกต่างรับรู้ร่วมกันว่า นครหลวงโปรโมชั่น คือผู้ดูแลและผลักดัน ศรีสะเกษ จนสร้างประวัติศาสตร์ช็อกโลกในการบุกไปล้ม โรมัน กอนซาเลซ บนแผ่นดินอเมริกามาแล้ว

รอยร้าวแห่งวงการกำปั้นครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความขัดแย้งเรื่องการจัดมวยคู่ประวัติศาสตร์คู่หนึ่งเท่านั้น แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและรอยต่อระหว่างวงการมวยยุคดั้งเดิมที่ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติและสัญญาค่ายอย่างเคร่งครัด กับการจัดอีเวนต์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของโซเชียลมีเดียและการเจรจาแบบถึงตัว ท้ายที่สุดแล้วบทสรุปของศึกนอกสังเวียนระหว่าง จอนนี่ มือปราบ กับ นครหลวงโปรโมชั่น จะลงเอยด้วยการไกล่เกลี่ยหรือแตกหัก ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น จะต้องเดินหน้าตามเส้นทางทวงบัลลังก์แชมป์โลกตามที่ค่ายวางแผนไว้แต่เพียงอย่างเดียวหรือไม่ สิ่งที่แฟนมวยได้เห็นแน่ๆ ในตอนนี้คือหมัดฮุกซ้ายขวาที่สาดใส่กันผ่านมุมมองของสองขั้ว ซึ่งดุเดือดและเร้าใจไม่แพ้การแลกหมัดบนเวทีผ้าใบ คงต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่าใครจะเป็นฝ่ายสยบดราม่านี้ หรือจะมีหลักฐานเด็ดชิ้นใหม่ปรากฏขึ้นมาพลิกเกมให้วงการมวยไทยต้องตะลึงกันอีกครั้ง


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})