ค่ำคืนที่ยากลำบาก

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล เจอค่ำคืนที่ยากลำบากอีกครั้งในการดวล ลิเวอร์พูล เมื่อทั้งฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่คาด

"ปืนใหญ่" ลงเล่นเกมนี้ด้วยความตื่นตัวจากบรรยากาศที่โหมสร้างก่อนเกมทั้งแสง สี เสียง ภายในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รวมถึงสถานการณ์ที่คู่แข่งพร้อมใจกันสะดุด

แต่สิ่งที่ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีมได้เจอคือ ความจริงที่ว่าการลุ้นแชมป์เป็นเรื่องยากมาก และการคิดว่าทุกอย่างคงเข้าทางตั้งแต่เดือนมกราคมก็คงเพ้อฝันเกินไป

แน่นอนว่า แฟนบอลทุกคนย่อมผิดหวังและหงุดหงิดแต่ อาร์เตต้า รู้ดีว่าการลุ้นแชมป์ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 

อาร์เตต้า กล่าวถึงความยากในการไล่เก็บแต่ละคะแนนในฤดูกาลนี้ว่า "ผมมีความรู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้ว" 

คนภายนอกอาจจินตนาการไม่ได้เลยว่ามันต้องใช้พลังงานมากแค่ไหน ทุกคะแนนได้มาด้วยการทำงานหนัก การฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า การลงแข่ง การฟื้นฟูร่างกาย และการแบกรับความคาดหวังที่ถาโถมเข้ามา

"เราทุกคนต่างมีความรู้สึกเดียวกัน ผู้จัดการทีมทุกคน นักเตะทุกคน และทุกทีม เพราะนี่คือมาตรฐานของลีกนี้ และคุณก็ได้เห็นแล้วว่ามันยากลำบากเพียงใด"

การสะดุดต่อเนื่องของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ ลิเวอร์พูล กลับเล่นด้วยความมุ่งมั่นและควบคุมเกมได้ดีจนทำให้ อาร์เซน่อล เจองานยาก

ในครึ่งแรก อาร์เซน่อล สามารถคอนโทรลเกมได้เกือบทั้งหมด แต่ยังไม่มีจังหวะการเล่นที่ชัดเจนมากพอได้ประตูขึ้นนำ แถมยังเกือบเสียประตูด้วยจากช่วงสั้น ๆ ที่ ลิเวอร์พูล ได้ครองบอล และได้ลุ้นมากสุดในเกมนี้จากการยิงไกลของ คอเนอร์ แบร็ดลีย์ ไปชนคานอย่างจัง 


นอกจากนี้ ทีมปืนใหญ่ยังทำให้สถานการณ์ของตัวเองลำบากขึ้นเนื่องจากฟอร์มการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐานในครึ่งหลัง พวกเขาขาดจังหวะ ความเข้มข้น และการประสานงานที่ดี ทำให้ไม่สามารถเร่งเกมได้

อาร์เซน่อล เริ่มต้นอย่างมีความหวังจากการที่ บูคาโย่ ซาก้า และ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ทำเกมรุกทางฝั่งขวาและสร้างโอกาสเข้าไปในพื้นที่อันตราย แต่กองหน้ากลับไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะจบสกอร์ได้ จนเกมค่อยๆ หลุดลอยไป 

"เราเสียบอลในจังหวะที่ไม่จำเป็นบ่อยครั้ง มันต่ำกว่ามาตรฐานที่เราคุ้นเคย ซึ่งถือเป็นเรื่องเสียหายที่มาทำพลาดในเรื่องพื้นฐานในวันสำคัญเช่นนี้" อาร์เตต้า กล่าว 

หากพิจารณาดูจะพบว่าลูกเปิดจากด้านข้างที่สวยงามหลายครั้งตกลงไปในพื้นที่ที่กองหน้าควรจะเข้าทำ ซึ่งตลอดหนึ่งชั่วโมง วิคตอร์ โยเคเรส พยายามอย่างหนักแต่ดูเหมือนจะยังปรับตัวไม่ได้ 

หัวหอกทีมชาติสวีเดนอาจต้องการพักช่วงฤดูหนาวเพื่อผ่อนคลาย ทบทวนตัวเอง กู้คืนความมั่นใจ และกลับมาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเขามากกว่า

ตลอดครึ่งหลังก่อนถึงช่วงทดเจ็บ อาร์เซน่อล ไม่มีโอกาสลุ้นยิงแม้แต่ครั้งเดียว และจากที่ขึงเกมใส่ ลิเวอร์พูล ได้ ก็กลับกลายเป็นฝ่ายตั้งรับเกือบตลอดเหมือนกับว่ากำลังเล่นกันที่สนามแอนฟิลด์

ในอีกมุมหนึ่ง ถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่ อาร์เซน่อล ยังสามารถรั้งจ่าฝูงได้หลังผ่านไป 5 เดือน ทั้งที่พวกเขาไม่มี ไค ฮาแวร์ตซ์ และแทบไม่ได้ใช้งาน กาเบรียล เชซุส ขณะที่ โยเคเรส ก็ยังต้องดิ้นรนอย่างหนักนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม


อาร์เตต้า พยายามมองทุกอย่างตามความเป็นจริงหลังจากทีมไม่สามารถคว้าสามแต้มได้อย่างที่หวัง แม้จะยอมรับว่าเป็นโอกาสที่หลุดลอยในการทิ้งคู่แข่งเพิ่มเป็น 8 คะแนน แต่เขาก็ชี้ให้เห็นว่าลูกทีมตอบสนองต่อความพ่ายแพ้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนได้ดีด้วยการชนะ 7 นัดและเสมอ 1 นัดในช่วงต่อมา 

"ผมต้องขอชมเชยผู้เล่นจริงๆ สำหรับสิ่งที่พวกเขาทำในช่วงคริสต์มาส เพราะความต้องการและตารางการแข่งขันนั้นหนักหนามาก สิ่งที่พวกเขาทำถือว่ายอดเยี่ยม"

"ดังนั้นการผ่านพ้นช่วงนี้มาได้พร้อมกับปัญหาต่างๆ ในขณะที่ยังอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง ผมคิดว่านักเตะสมควรได้รับคำชมจากผมและการยอมรับจากทุกคน"

ย้อนไปช่วงต้นฤดูกาลที่ อาร์เซน่อล แพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนสิงหาคม จากลูกฟรีคิกไกลของ โดมินิก โซบอสไล ในเกมที่สูสีกัน ครั้งนั้นพวกเขาถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าขาดความทะเยอทะยาน 

คำวิจารณ์นั้นก็ยังไม่ถูกขจัดไปหมดสิ้น อาร์เซน่อล ยังมีงานต้องทำอีกมากเพื่อให้เกมรุกไหลลื่นได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ระยะหลังพวกเขาจะเป็นทีมที่เล่นครึ่งหลังได้น่าประทับใจ แต่ในครั้งนี้กลับไม่มีแรงฮึดที่ชัดเจน


อาร์เตต้า พยายามเปลี่ยนแนวรุกทั้งหมด โดยส่ง เชซุส, มาร์ติเนลลี่, มาดูเอเก้ และ เอเซ่ ลงมาเพื่อเพิ่มความสดในช่วงท้ายเกม 

ปฏิกิริยาของ มาร์ติเนลลี่ ต่ออาการบาดเจ็บของ แบร็ดลี่ย์ ดูไม่ค่อยเหมาะสมนัก เมื่อเขาเข้าไปผลักคู่แข่งเพื่อกดดันให้ออกจากสนาม ซึ่งเป็นอาการทางอารมณ์ที่อาจเกิดจากความลนลานในการพยายามหาทางชนะให้ได้

อาร์เน่อ สล็อต ให้ความเห็นอย่างใจกว้าง โดยมองว่า มาร์ติเนลลี่ ไม่ได้มีเจตนาร้ายและเข้าใจถึงปัญหาเรื่องการถ่วงเวลาที่เกิดขึ้นบ่อยในเกม 

"ผมมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าถ้าเขารู้ว่าอาการบาดเจ็บคืออะไร เขาจะไม่มีทางทำแบบนั้น"  

มันเป็นการตอบสนองที่สุขุมและมีเกียรติ และในคืนนั้นเอง มาร์ติเนลลี่ก็ได้โพสต์คำขอโทษถึงแบรดลี่ย์ผ่านอินสตาแกรม 

"ผมอยากจะบอกว่าเสียใจอย่างสุดซึ้งที่แสดงปฏิกิริยาแบบนั้นออกไป ขอส่งกำลังใจให้คอเนอร์หายป่วยโดยเร็วอีกครั้ง"

เป็นฉากจบที่ไม่ได้สวยงามเลยสำหรับ อาร์เซน่อล กับค่ำคืนที่ยากลำบาก



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})