แก้ตัวรัวปอมปีย์

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล เคยตกรอบสาม เอฟเอ คัพ ถึง 3 จาก 4 ปีหลังสุด แต่ครั้งนี้คว้าตั๋วเข้ารอบด้วยชัยชนะขาดลอยเหนือ พอร์ทสมัธ 4-1

กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กลับมาเป็นพาดหัวข่าวในด้านบวกอีกครั้ง หลังระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์จากตามหลังตั้งแต่ต้นเกม กลับมาชนะได้สำเร็จ 

ท่ามกลางสายฝนที่แฟร็ตตัน พาร์ค เจ้าถิ่นปอมปีย์ชิงจังหวะขึ้นนำตั้งแต่ 3 นาทีแรก ฮาร์วีย์ แบลร์ เปิดบอลเรียดให้ คอนเนอร์ แชปลิน ยิงจังหวะแรกติดเซฟ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า แต่บอลกระดอนมาเข้าทาง โคลบี้ บิชอป กัปตันทีมซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

แต่ อาร์เซน่อล ก็ใช้เวลาไม่นานในการตั้งสติ ลูกเตะมุมของ เอเบเรชี่ เอเซ่ ในนาทีที่ 8 กลายเป็นประตูตีเสมอ หลังบอลขลุกขลิกจากการโหม่งเช็ดของ มาร์ติเนลลี่ และกาเบรียล ก่อนเด้งไปเด้งมาแล้วแฉลบ อันเดร ดอซเซลล์ เข้าประตูตัวเองไป ให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

พอร์ทสมัธ ไม่เคยเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้เลยในการเจอกัน 22 นัดหลังสุด หรือย้อนไปตั้งแต่ปี 1958 และครั้งนี้พวกเขาก็นำทีมปืนใหญ่เพียงแค่ 5 นาที ก่อนความหวังค่อยๆ ดับมอดลง

อาร์เซน่อล เร่งเครื่องแซงนำได้ได้ในกลางครึ่งแรกจากทีเด็ดลูกเตะมุมอีกครั้ง มาร์ติเนลลี่ โหม่งลูกเปิดของ โนนี่ มาดูเอเก้ เข้าไปสวยงาม


ก่อนจบครึ่งแรก มาดูเอเก้ พลาดโอกาสทองที่จะทำให้ทีมทิ้งห่างเป็น 3-1 เมื่อเขาสังหารจุดโทษหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ หลังจากเป็นคนเรียกจุดโทษได้เองในจังหวะต่อเนื่องหลังจากที่ มาร์ติเนลลี่ ซัดระยะไม่กี่หลาไปชนเสา

เข้าสู่ครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ขยับหนีเป็นสองประตูสำเร็จ เมื่อ กาเบรียล เชซุส บรรจงเปิดบอลทางฝั่งขวาให้ มาร์ติเนลลี่ สไลด์ตัวชาร์จในกรอบหกหลา และ "มาร์ตี้" มาทำแฮตทริกได้สำเร็จในนาทีที่ 72 จากการโหม่งอีกครั้ง และคนเปิดคนเดิมคือ มาดูเอเก้ 

นี่คือแฮตทริกแรกในสีเสื้อ อาร์เซน่อล ของ มาร์ติเนลลี่ และเป็นนักเตะปืนใหญ่คนแรกที่ยิงแฮตทริกในเอฟเอ คัพ นับตั้งแต่ที่ ธีโอ วัลคอตต์ เคยทำไว้ในเกมพบ เซาแธมป์ตัน เมื่อมกราคม 2017

ปีกทีมชาติบราซิล โดนวิจารณ์อย่างหนักกรณีไปผลัก คอเนอร์ แบร็ดลีย์ แข้ง ลิเวอร์พูล ที่บาดเจ็บออกจากสนามในเกมลีกล่าสุด แต่ดาวเตะบราซิเลียนตอบโต้ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม

มิเกล อาร์เตต้า ชื่นชมทัศนคติของ มาร์ติเนลลี่ กับการลงสนามท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า "ผมรักหัวใจเขามาก ไม่ว่าคุณจะส่งเขาลงไปในสถานการณ์ไหน บางนัดเขาไม่ได้เล่น บางนัดฟอร์มดีหรือไม่ดี แต่วันนี้เขายิง 3 ลูก พรุ่งนี้เขาก็จะกลับไปซ้อมแบบเต็มร้อยเหมือนเดิม เขาจะไม่เปลี่ยนไปเลย นี่แหละคือตัวตนของเขา"

อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะขาดลอย และไม่มีรายการล้มยักษ์เกิดขึ้น แม้ อาร์เซน่อล เปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 คนจากเกมลีกล่าสุดที่เสมอ ลิเวอร์พูล ไร้สกอร์ แถม มิเกล อาร์เตต้า ยังได้รับข่าวดีเมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ หายเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

ฮาแวร์ตซ์ ไม่ได้เล่นให้ อาร์เซน่อล เลนนับตั้งแต่เกมลีกนัดเปิดสนามในเดือสิงหาคม ก่อนได้ลงสนามใน 21 นาทีสุดท้ายซึ่งหลายจังหวะก็แสดงสัญญาณบวกเหมือนไม่ได้หายหน้าไปไหนทั้งที่ลงสนามนัดแรกในรอบเกือบ 5 เดือน


"เมื่อเราเปลี่ยนทีมเยอะขนาดนี้ ความต่อเนื่องในการเล่นอาจจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่หวัง เราเริ่มเกมในแบบที่ไม่ต้องการเลย คือการปล่อยให้พวกเขามีจังหวะจนได้ประตูขึ้นนำและมีความหวัง เราต้องสู้เพื่อกลับมา" อาร์เตต้า กล่าวถึงผลงานของลูกทีมหลังเปลี่ยนเกือบยกชุด

"ต้องให้เครดิต พอร์ทสมัธ ที่ทำให้เราลำบากในช่วงแรก แต่พอเราเริ่มทำเรื่องง่ายๆ ให้ถูกต้องและครองเกมได้มากขึ้น คุณภาพของนักเตะเราก็เริ่มแสดงออกมา" 

"เกมนี้มีเรื่องบวกหลายอย่าง ทั้งการชนะ การเข้ารอบ และโดยเฉพาะ ไค ที่กลับมาฟิตสมบูรณ์หลังพยายามอย่างหนักมาหลายเดือน"

นอกจากการคืนสนามของ ฮาแวร์ตซ์ แล้ว มาร์ลี แซลมอน กองหลังดาวรุ่งก็ได้ลงเล่นด้วยในฐานะตัวสำรองจนกลายเป็นแข้งอายุน้อยสุดของทีมลงเล่นในถ้วยเอฟเอ คัพ ด้วยวัยเพียง 16 ปี 135 วัน 

อาร์เซน่อล ต้องลงเล่นเกมเยือน 4 นัดติดต่อกัน และเป็น 4 รายการในช่วงเวลา 10 วัน การโรเตชั่นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับการเล่นของบางคนที่ต้องรับหน้าที่แก้ขัดในตำแหน่งที่ไม่ใช่ตำแหน่งประจำ

คริสเตียน นอร์การ์ด ต้องถอยไปยืนเซนเตอร์แบ็กอีกนัดเพราะตัวเลือกเกมรับเหลือน้อย ขณะที่ มิเกล เมรีโน่ ก็ต้องเล่นในบทบาทกลางรับหมายเลข 6 ครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเพื่อให้ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ และ เดแคลน ไรซ์ ได้พัก

แต่ทั้งคู่รวมถึงอีกหลายคนก็ต่างทำผลงานได้ดีช่วยทีมกลับมาชนะสวยงาม พร้อมคว้าตั๋วเข้ารอบสี่ และอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ครบทั้ง 4 รายการ

ในรอบต่อไปหรือรอบ 32 ทีมสุดท้าย อาร์เซน่อล จะได้กลับไปเล่นในรังเอมิเรตส์ สตเดี้ยม เจออดีตแชมป์รายการนี้เช่นกันคือ วีแกน ที่ปัจจุบันหล่นไปอยู่ในระดับลีก วัน 

ชัยชนะล่าสุดในเอฟเอ คัพ คืออีกครั้งที่ อาร์เซน่อล แก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่มักตกรอบเร็ว ขณะที่ มาร์ติเนลลี่ สามารถเปลี่ยนเสียงวิจารณ์ให้กลายเป็นเสียงปรบมือ และส่งทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างสมศักดิ์ศรี



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})