จิ๊กซอว์ที่รอคอย

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล ลงเล่นนัดสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส เอาชนะ ไครัต อัลมาตี้ 3-2 ทำสถิติชนะ 8 นัดรวด เก็บ 24 คะแนนเต็ม

ไฮไลต์สำคัญไม่ได้มีเพียงทำผลงานดีสุด พ่วงด้วยยิงประตูได้มากสุด และเสียประตูน้อยสุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงตัวจริงในรอบเกือบหนึ่งปีของ ไค ฮาแวร์ตซ์ อีกด้วย

ฮาแวร์ตซ์ ออกสตาร์ทตัวจริงนัดแรกในรอบ 357 วัน หรือนับตั้งแต่เกมพรีเมียร์ลีกนัดชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของฤดูกาลที่แล้ว 

จากนั้นได้รับบาดเจ็บแฮมสตริงต้องพักยาว กลับมาอีกทีเป็นสำรอง 2 นัดสุดท้ายในลีกที่ตอนนั้น อาร์เซน่อล หมดลุ้นแชมป์ไปแล้ว

พอเริ่มฤดูกาลใหม่ก็โชคร้ายอีกรอบบาดเจ็บหัวเข่าตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้พักไปเกือบ 5 เดือน กลับมาอีกทีเป็นสำรองในเอฟเอ คัพ นัดบุกชนะ พอร์ทสมัธ เมื่่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา 

ความฟิตของ ฮาแวร์ตซ์ ยังไม่เข้าที่เข้าทางเต็มร้อยนักเพราะมีอาการกำเริบในช่วงฟื้นฟูร่างกาย เขาได้ลงเล่นอีกเพียงนัดเดียวในฐานะสำรองเกมคาราบาว คัพ พบทีมเก่า เชลซี 

จนกระทั่งนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ได้ลงตัวจริง และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีมีทั้งประตูและแอสซิสต์ตั้งแต่ 15 นาทีแรก ซึ่งทั้งสองจังหวะล้วนทำได้ยอดเยี่ยมทั้งการแทงบอลให้ วิคตอร์ โยเคเรส กดประตูเปิดหัว และหลุดเข้าเขตโทษไปโยกแล้วซัดเองอย่างเฉียบขาดในลูกสอง


ประตูที่สามของทีม ฮาแวร์ตซ์ ก็มีส่วนเต็มๆ และน่าจะได้เครดิตแอสซิสต์อีกลูกด้วยซ้ำ หลังจ่ายบอลให้ โยเคเรส ชาร์จจ่อๆ แต่โดนแค่เฉือนๆ บอลจึงเลยไปถึง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ปิดงานเสาไกล โยเคเรส เลยได้แอสซิสต์ไปแทน

นอกจากการมีส่วนร่วมทั้งสามประตูแล้ว การเล่นของ ฮาแวร์ตซ์ ตลอด 45 นาทีก็ทำได้ดีในทุกจังหวะการเล่น จังหวะจับบอล ต่อบอลกับเพื่อนร่วมทีมได้ลื่นไหล เหมือนลงเล่นมาตลอด ไม่ได้เพิ่งหายเจ็บกลับมา

ฮาแวร์ตซ์ โดดเด่นถึงขนาดที่ว่าได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำแมตช์ทั้งที่ลงเล่นเพียงครึ่งแรกครึ่งเดียว

มิเกล อาร์เตต้า กล่าวชม ฮาแวร์ตซ์ ว่า "คุณภาพที่เขาแสดงออกมา วิธีที่เขาเชื่อมเกมกับทีม และประตูที่เขาทำได้ มันเป็นการทำหน้าที่ที่ยอดเยี่ยมมาก เขาจะช่วยทีมได้อีกเยอะเลย" 

อาร์เตต้า เผยต่อว่าดาวเตะทีมชาติเยอรมนีต้องการเล่นต่อในครึ่งหลัง แต่ทีมวางแผนเอาไว้แล้วว่าให้เล่นแค่นี้เพราะเพิ่งหายเจ็บกลับมา ต้องค่อยเป็นค่อยไป 

"สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจ ความสุข และพลังงานให้กับทั้งตัวเขาเองและทีมด้วย เพราะทุกคนรู้ดีว่า ไค มีความสำคัญกับเราแค่ไหน"

"การที่เขาทำแบบนั้นได้หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานมา ถือว่าน่าประทับใจมาก"

ผลงานตัวจริงนัดแรกของ ฮาแวร์ตซ์ เหมือนการส่งสัญญาณว่าเขาพร้อมมากยิ่งขึ้นที่จะช่วยทีมในเกมสำคัญโดยเฉพาะกับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วง 3-4 เดือนสุดท้าย รวมถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบน็อกเอาต์ที่จะทวีความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

ฮาแวร์ตซ์ พร้อมทั้งตำแหน่ง "จอมทัพ" คอยปั้นเกมเหมือนนัดล่าสุดที่ทำหน้าที่นี้ร่วมกับ เอเบเรชี่ เอเซ่ รวมถึง "หน้าเป้า" ที่หลายคนเชื่อว่าเขาน่าจะทำได้ดีกว่ากองหน้าจริงๆ ทั้ง วิคตอร์ โยเคเรส และ กาเบรียล เชซุส


โยเคเรส มีหนึ่งประตูในเกมยุโรป แต่ภาพรวมยังใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง และที่ผ่านมาก็ทิ้งว้างโอกาสนับครั้งไม่ถ้วน ยังถือว่าไม่ตอบโจทย์มากนัก 

"เขาสามารถยกระดับทีมไปสู่อีกขั้นได้เลย" อาร์เตต้า ทิ้งท้ายเหมือนมีภาพในหัวว่าจะใช้งาน ฮาแวร์ตซ์ อย่างไรในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ไม่ใช่แค่ อาร์เตต้า ที่คาดหวังในตัวอดีตแข้ง เชลซี รายนี้ แต่แฟนบอล อาร์เซน่อล ก็รอคอยการกลับมา "คิง ไค" ไม่แพ้กัน เพราะเขาอาจกลายเป็น "จิ๊กซอว์" ที่จะช่วยให้ทีมไปถึงเป้าหมายในฤดูกาลนี้ก็เป็นได้

และอีกคนที่ไม่พูดไม่ได้คือ "ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่" 

ฤดูกาลนี้ กองหลังทีมชาติอิตาลีทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ก่อนได้รับบาดเจ็บในปลายเดือนธันวาคม และกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเกมยุโรปล่าสุด

แม้เขาจะมีค่ำคืนที่มีทั้งดีและร้ายปนกันจากการทำเสียจุดโทษตั้งแต่ต้นเกม แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก เพราะสิ่งที่แฟนบอลโล่งใจมากกว่าคือ ทั้งเขาและ ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นจบ 45 นาทีแรกโดยไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกตามแผน

คาลาฟิออรี่ ถูกจับเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก แต่ตำแหน่งหลักที่เล่นคือ "แบ็กซ้าย" ที่ฟอร์มการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับในฤดูกาลนี้ทำให้ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ ต้องนั่งสำรองยาว 

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ อาร์เซน่อล จะมีตัวรุกเก่งๆ หลายคน แต่ทีมกลับดูอันตรายน้อยลงทันทีเมื่อไม่มี คาลาฟิออรี่ ยืนแบ็กซ้าย เขาคือนักเตะที่มีความเฉพาะตัวในระบบการเล่นที่ค่อนข้างตายตัวของทีม


สื่อในอังกฤษเปรียบแนวรับวัย 23 ปีว่าเหมือน "ม้าป่า" (wild horse) ที่โผล่ไปทั่วทุกที่และสร้างความวุ่นวายให้คู่แข่ง

อาร์เตต้า ให้อิสระเขาในการเติมเกมไปทั่วสนาม ซึ่งทำให้ตำแหน่งการสัมผัสบอลของเขามีอยู่ทั่วสนาม และไม่ได้มีรูปทรงคล้ายกับใครเลย ไม่ได้ใกล้เคียงกับการเล่นแบ็กซ้ายด้วยซ้ำ

ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มีนักเตะ อาร์เซน่อล เพียง 8 คนเท่านั้นที่มีโอกาสยิงมากกว่าเขา และไม่มีใครส่งบอลสำเร็จในพื้นที่สุดท้ายได้เปอร์เซ็นต์สูงเท่าเขาอีกแล้วทั้งที่พลาดการลงสนามไปถึง 7 นัด

อาร์เตต้า กล่าวถึงกองหลังทีมชาติอิตาลีรายนี้ว่า "เขามีสัญชาตญาณ มีความสามารถในการดมกลิ่นอันตราย และบุกเข้าโจมตีพื้นที่ที่คู่แข่งป้องกันได้ยาก ซึ่งเขาทำมันได้อย่างเป็นธรรมชาติ"

การกลับมาของ คาลาฟิออรี่่ ยังถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับ เลอันโดร ทรอสซาร์ อีกด้วย ทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมทางฝั่งซ้าย โดย 5 จาก 7 ประตู และ 4 จาก 6 แอสซิสต์ของ ทรอสซาร์ ในฤดูกาลนี้ เกิดขึ้นในขณะที่มี คาลาฟิออรี่ อยู่ในสนามด้วย

ทรอสซาร์ เคยกล่าวไว้ว่า "บางครั้งผมสามารถส่งบอลให้เขาได้แบบหลับตาเลยก็ได้ เพราะรู้ว่าเขาจะไปอยู่ตรงนั้น ความที่ไม่สามารถคาดเดาได้ของเขานี่แหละที่คอยโจมตีคู่แข่งได้"

ช่วงที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ถูกจับทางได้ง่ายไปเพราะขาดผู้เล่นอย่าง คาลาฟิออรี่ จนแต้มนำบนจ่าฝูงถูกบีบเหลือเพียง 4 คะแนนหลังจากไม่ชนะใครมา 3 นัดติดในลีก 

หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บมายาวนาน ในที่สุดแฟนบอล อาร์เซน่อล ก็ได้เห็นภาพที่รอคอยเสียทีกับการมีทั้ง ไค ฮาแวร์ตซ์ คอยคุมจังหวะแดนหน้า และ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ คอยป่วนเกมรุกจากกราบซ้ายพร้อมกัน 

นี่คือสัญญาณเตือนไปถึงคู่แข่งลุ้นแชมป์ว่า อาร์เซน่อล พร้อมแล้วที่จะติดเครื่องอีกครั้งในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})