สัปดาห์ที่สวยงาม
หลายทีมใหญ่ทั้ง ลิเวอร์พูล, เชลซี และแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถบุกชนะที่รังเหย้าของลีดส์ ยูไนเต็ด ได้เลยในฤดูกาลนี้ แต่การที่ อาร์เซน่อล ทำได้ และทำได้อย่างหมดจดงดงามนั้นน่าประทับใจมาก
มิเกล อาร์เตต้า เริ่มพาทีมฟื้นความมั่นใจได้เล็กน้อยในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดปิดท้ายรอบลีกเฟส ที่เฉือนชนะ ไครัต อัลมาตี้ 3-2 พร้อมทำสถิติชนะ 8 นัดรวด แต่เป้าหมายหลักคือการกลับมาชนะในลีกอีกครั้ง
อาร์เตต้าต้องปรับทัพกะทันหันหลังจาก บูคาโย่ ซาก้า บาดเจ็บตอนวอร์มอัพก่อนเกม โนนี่ มาดูเอเก้ จึงถูกส่งลงสนามแทน อาร์เซน่อล จึงใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเซตเกมให้เข้าที่เข้าทาง และคนที่ต้องลงสนามแบบไม่ทันตั้งตัวอย่าง มาดูเอเก้ ก็มีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูให้ทีมนำในครึ่งแรก
ลูกตั้งเตะยังคงเป็นอาวุธหลักในการโจมตี ครั้งนี้ได้ผลจากลูกเตะมุมครั้งที่ 4 เดแคลน ไรซ์ เก็บบอลจังหวะสองก่อนถ่ายออกขวาให้ มาดูเอเก้ โยกหาจังหวะเปิดเข้าเขตโทษอีกรอบ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ สอดไปโขกเสียบตาข่ายสวยงาม
อาร์เตต้า จัดตัวได้น่าสนใจโดยให้โอกาส ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงตัวจริงครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี หลังจากฟอร์มเด่นในเกมยุโรป ทำให้กัปตันทีมอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ต้องเป็นเพียงสำรอง โดย ฮาแวร์ตซ์ ไม่ได้ลงมาปั้นเกมตรงกลางเหมือน โอเดการ์ด แต่กลายเป็นตัวเสริมในเขตโทษเหมือนเล่นกองหน้าคู่กับ วิคเตอร์ โยเคเรส
ฮาแวร์ต ช่วยดึงตัวประกบ ซูบีเมนดี้ จึงได้โขกไร้กังวล
กุนซือปืนใหญ่กล่าวถึงการตัดสินใจนี้ว่า "เป็นเพราะรูปแบบของเกมที่ผมคาดไว้ และความดุดันรวมถึงการเล่นไดเรกต์ของลีดส์ในช่วงหลัง ผมเชื่อว่าเกมจะเปิดพื้นที่ให้เรามากขึ้น และจังหวะของเกมจะลดลงในช่วงครึ่งหลังหรือช่วงท้าย ซึ่งเป็นจุดที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้อีกครั้งด้วยคุณภาพที่แตกต่างกันในทีม"
การมีทั้ง โยเคเรส และ ฮาแวร์ตซ์ คอยค้ำในเขตโทษทำให้มิติเกมรุกของ อาร์เซน่อล ต่างออกไป เกมรับลีดส์ต้องทำงานหนักขึ้นในการประกบตัว แม้จะพยายามประกบทั้งคู่ในจังหวะเสียประตูแรก แต่เมื่อมีผู้เล่นเติมเข้าเขตโทษเพิ่มอย่าง ซูบีเมนดี้ ผลลัพธ์คือการได้ขึ้นโขกแบบไร้ตัวประกบ
ซูบีเมนดี้ ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นสถิติดีที่สุดต่อฤดูกาลเท่ากับที่เคยทำได้ตอนค้าแข้งให้โซเซียดาด และยังเป็นการแก้ตัวจากความผิดพลาดในเกมพ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ก่อนได้สำเร็จ
ประตูที่สองตามมาในเวลาไม่นานจากลูกเตะมุมอีกครั้ง มาดูเอเก้ปั่นโค้งวิถีบอลเข้าหาประตูแน่นอน คาร์ล ดาร์โลว์ พยายามชกบอลตัดหน้า โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน แต่กลายเป็นบอลเข้าประตูไป ตอนแรกพรีเมียร์ลีกให้เป็นการทำเข้าประตูตัวเอง (Own goal) ของนายทวารยูงทอง แต่มีการแก้ไขในวันต่อมาให้เป็นเครดิตประตูของ มาดูเอเก้ ซึ่งทำให้ปีกชาวอังกฤษทำได้ทั้งประตูและแอสซิสต์ในนัดเดียว และยังเป็นประตูแรกและแอสซิสต์แรกในพรีเมียร์ลีกภายใต้สีเสื้อปืนใหญ่อีกด้วย
อาร์เตต้า พูดถึงความยอดเยี่ยมของ มาดูเอเก้ ว่า "เราบอกทุกคนเสมอว่าให้เตรียมพร้อม เพราะช่วงเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุดเกิดขึ้นได้เสมอ และโนนี่พร้อมอย่างแน่นอน วิธีที่เขาเตรียมตัวในทุกวันนั้นยอดเยี่ยมมาก และเขาได้สร้างความแตกต่างให้ทีม"

เกมรุกฝั่งขวายังมีทีเด็ดแม้ไร้ ซาก้า
เกมของ ลีดส์ ที่ทำได้ดีในช่วง 25 นาทีแรกจากการบีบพื้นที่ "คลายตัว" ลงทันทีหลังเสียประตูแรก การยืนตำแหน่งไม่แน่นเหมือนเดิมและเกมเปิดมากขึ้น แต่จังหวะสวนกลับของลีดส์ใช้ไม่ได้ผลเลย เพราะคู่กองกลางอย่าง เดแคลน ไรซ์ และ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ เก็บบอลจังหวะสองได้เกือบหมด ขณะที่แบ็กสองข้างอย่าง ปิเอโร่ อินกาปิเย่ และ เจอร์เรียน ทิมเบอร์ ก็ทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ ที่เหลือก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ วิลเลียม ซาลีบา, กาเบรียล มากัลเญส และ ดาบิด ราย่า
ตลอดทั้งเกม ลีดส์ ได้ลุ้นยิงเพียง 3 ครั้ง ต่างจากเกมอื่นในบ้านที่มักจะมีโอกาสอย่างน้อย 10 ครั้งต่อเกม ดาเนียล ฟาร์เค่ พยายามปรับแท็กติกในครึ่งหลังโดยส่ง โนอาห์ โอคาฟอร์ ลงมาเสริมเกมรุกและปรับมาใช้แบ็กโฟร์ ซึ่งทำให้เกมดูดีขึ้นและมีโอกาสตีไข่แตกจากลูกโหม่งของ ปาสกาล สเตราค์ แต่ติดเซฟของ ราย่า
อาร์เซน่อล อาศัยจังหวะสวนกลับ เลอันโดร ทรอสซาร์ สบโอกาสตวัดบอลให้โยเคเรสหลุดเดี่ยว แต่ช้าไปครึ่งก้าวจนถูก โจ โรดอน ตามมาบล็อกได้ทัน อาร์เตต้า จึงปรับเกมอีกครั้งโดยส่ง โอเดการ์ด และ มาร์ติเนลลี่ ลงมาแทน ฮาแวร์ตซ์ และ มาดูเอเก้
แม้ช่วง 20 นาทีแรกของครึ่งหลัง ลีดส์ จะครองบอลได้เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่โมเมนตัมก็ชะงักลงเมื่อ อาร์เซน่อล บวกประตูที่สามได้สำเร็จ โอเดการ์ด แทงขึ้นทางขวาให้ มาร์ติเนลลี่ พลิกหนี สเตราค์ ก่อนเปิดด้วยซ้ายให้ โยเคเรส เบียดชนะ เจย์เดน โบเกิ้ล แล้วกระทุ้งจ่อๆ เข้าไป

เชซุส ลงสำรองมาปิดงาน
ประตูนี้ปิดโอกาสคัมแบ็กของยูงทองทันที เกมหลังจากนั้นปืนใหญ่นวดต่อด้วยการส่ง กาเบรียล เชซุส, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ลงมา เกมรับลีดส์หลวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เชซุสลงมาเพียง 15 นาทีแต่มีโอกาสยิงถึง 4 ครั้ง และทำได้ 1 ประตูสุดสวยจากการคลึงหาช่องพลิกตัวยิงเสียบมุม
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ อาร์เซน่อล กลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ผ่อนคลาย แถมยังมีข่าวดีเมื่อคู่แข่งอย่าง แมนฯ ซิตี้ และ แอสตัน วิลล่า ต่างพากันสะดุด ช่องว่างจาก ซิตี้ เพิ่มเป็น 6 คะแนน และห่างจาก วิลล่า 7 คะแนน
นี่คือสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของ อาร์เตต้า ทั้งการปิดจ๊อบในยุโรปด้วยสถิติชนะรวด การทำแต้มทิ้งห่างในลีก และข่าวดีที่ทีมหญิงผงาดคว้าแชมป์โลกได้อีกด้วย ทั้งหมดนี้คือโมเมนตัมสำคัญก่อนเปิดศึกคาราบาว คัพ นัดที่สองกับ เชลซี ในวันอังคารนี้ ซึ่ง อาร์เซน่อล ถือไพ่เหนือกว่าจากการตุนชัยชนะ 3-2 มาในนัดแรก

