ล้างตาแมวดำ

วันอาทิตย์ที่ 08 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ โรงเตี๊ยมลูกหนัง โดย ทอมมี่ ท่ามะกา
133
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล เคยเสียสถิติชนะ 10 นัดรวดในเกมที่โดน ซันเดอร์แลนด์ ตามตีเสมอ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ เมื่อเดือนพฤศจิกายน

เป็นผลการแข่งขันที่ช็อกแฟนบอลไม่น้อยเพราะในช่วงติดเครื่องชนะ 10 ติด อาร์เซน่อล เสียเพียงประตูเดียว ทว่าเมื่อถึงเวลาสะดุดก็โดนน้องใหม่ยิงถึง 2 ประตูในนัดเดียว

แต่อีก 3 เดือนถัดมาในการเจอกันอีกครั้งที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาร์เซน่อล เอาชนะได้ขาดลอย 3-0 

หลังจากย้ำแค้น เชลซี พร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ได้สำเร็จ มิเกล อาร์เตต้า ปรับทีม 5 ตำแหน่งให้ กาเบรียล เชซุส, ไค ฮาแวร์ตซ์, เลอันโดร ทรอสซาร์, ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ และ ดาบิด ราย่า กลับมาเป็นตัวจริง

ส่วน ซันเดอร์แลนด์ ไม่มี กรานิต ชาก้า กองกลางตัวเก่ง กลับมาเยือนถิ่นเก่าเนื่องจากบาดเจ็บ 

อาร์เซน่อล หาช่องเจาะไม่ง่ายเพราะแนวรับ ซันเดอร์แลนด์ ยืนเป็นระเบียบอย่างดี นอกจากนี้ก็ไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว แต่หาจังหวะขึ้นมาบีบสูง และยังมีบอลยาวจาก โรบิน รูฟส์ 

ทัพ "แมวดำ" สร้างความอึดอัดให้เจ้าถิ่นไม่น้อย แถมมีโอกาสลุ้นจาก ไบรอัน บร็อบบีย์ ได้ส้มหล่นยิงในเขตโทษ แต่ว่ามี ไค ฮาแวร์ตซ์ บล็อกเอาไว้ได้หวุดหวิด แม้วิถีบอลอาจไม่เข้ากรอบ

ในช่วงที่ อาร์เซน่อล ดูเหมือนกำลังหงุดหงิดเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ แต่ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ก็มาปลดล็อกทำประตูให้ทีมขึ้นนำได้สำเร็จจากการยิงไกลเช็ดเสาเด้งเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด


ซูบีเมนดี้ ส่งกำลังใจถึงเพื่อน

จังหวะนี้ อาร์เซน่อล บีบสูงขึ้นจนแย่งบอลจากฝั่งขวาได้ จากนั้นถ่ายไปฝั่งซ้ายถึง ทรอสซาร์ ที่ไหลกลับคืนเข้ากลางให้ ซูบีเมนดี้ ยิงประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้  และเป็นการยิงในลีก 2 นัดติดต่อจากเกมบุกชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 

โมเมนต์ที่ดีหลังจากทำประตูได้คือ ซูบีเมนดี้ ฉลองประตูด้วยการวิ่งอ้อมมุมธงซึ่งเป็นท่าดีใจของ มิเกล เมรีโน่ ที่ลงสนามไม่ได้เพราะบาดเจ็บ เป็นการให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

ลูกยิงจากหน้าเขตโทษของ ซูบีเมนดี้ คือหนึ่งใน 4 ครั้งที่ อาร์เซน่อล พยายามส่องไกลตลอดครึ่งแรก อีกจังหวะที่เกือบได้คือลูกยิงของ เดแคลน ไรซ์ ที่เฉียดเสาออกหลังนิดเดียว

ครึ่งหลัง อาร์เตต้า ปรับเกมเร็วส่ง วิคตอร์ โยเคเรส และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ลงมาในนาทีที่ 60 และเพียงแค่ 6 นาที โยเคเรส ก็มีสกอร์ทันที หลังรับบอลจาก ฮาแวร์ตซ์ แล้วล้มตัวยิงในเขตโทษเข้าไป

หัวหอกทีมชาติสวีเดนมาซัดอีกประตูในช่วงทดเจ็บจากการเล่นโต้กลับ และเป็นอีกตัวสำรองอย่าง มาร์ติเนลลี่ ใช้จุดเด่นสปีดอันจัดจ้านพาบอลลุยตั้งแต่กลางสนามก่อนถวายพายให้ซัดโล่งๆ 

มาร์ติเนลลี่ เลือกยิงเองก็ได้ แต่ตำแหน่งของ โยเคเรส มีโอกาสเป็นประตูมากกว่า เขาจึงเลือกจ่ายให้เพื่อนร่วมทีม

"ผมอยากทำประตู ผมอยากทำแอสซิสต์ และผมอยากช่วยสโมสรแห่งนี้คว้าแชมป์ นั่นคือเป้าหมายหลักของผม" มาร์ติเนลี่ เปิดใจหลังเกมซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนเป็นอย่างดีว่าเขาเป้าหมายของทีมเป็นหลัก ไม่สนว่าตัวเองจะเป็นคนยิงประตูหรือไม่


อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะได้ด้วยคุณภาพการเล่นอย่างแท้จริง ประตูแรกมาจากการยิงไกล แก้ปัญหาจากการต่อบอลในเขตโทษไม่ได้ ส่วนประตูที่สองก็ฉกฉวยความผิดพลาดที่แนวรับคู่แข่งเคลียร์บอลไม่ขาด ก่อนปิดท้ายด้วยลูกสวนกลับซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยอยู่ในช่วงในช่วงท้ายเกม

3 ประตูจากโอเพ่นเพลย์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่ได้พึ่งพาลูกตั้งเตะอย่างเดียว แสดงให้เห็นถึงคุณภาพทั้งตัวจริงและสำรอง แม้ในวันที่ขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด, บูคาโย่ ซาก้า และ มิเกล เมรีโน่

ฮาแวร์ตซ์ และ ทรอสซาร์ สลับกันทำหน้าที่ปั้นเกม และมีแอสซิสต์ด้วยกันทั้งคู่ ขณะที่ โยเคเรส ก็เริ่มทำประตูได้เรื่อยๆ ในช่วงหลัง

2 ประตูล่าสุดทำให้เขายิงในลีกไปแล้ว 8 ประตู และรวมเป็น 13 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งหากนับตั้งแต่ขึ้นปี 2026 เป็นต้นมา ก็ยิงได้ถึง 6 ประตู ไม่มีนักเตะพรีเมียร์ลีกคนใดยิงได้มากกว่านี้

แม้ 6 จาก 8 ประตูในลีกมาจากการยิง "น้องใหม่" ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด, เบิร์นลีย์ และ ซันเดอร์แลนด์ แต่นั่นก็คือสิ่งที่ อาร์เซน่อล ต้องการเพราะหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้นี้มักมีปัญหาเมื่อทีมเหล่านี้วางแท็ตกิกรับแน่นในแดนตัวเอง ตัวเป้าขนาดแท้อย่าง โยเคเรส จึงมีประโยชน์อย่างมาก 

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล ไม่แพ้ทีมน้องใหม่ในบ้านตัวเองเป็นนัดที่ 44 ติดต่อกัน กลายเป็นสถิติใหม่แทน เชลซี ที่เคยทำได้ 43 นัด 

เกมรับไม่ได้เจอง่ายเรียบง่ายเสียทีเดียวเพราะผู้เล่นอย่าง บร็อบบีย์ ก็สร้างปัญหาให้ไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ช่วยกันเก็บคลีนชีตที่ 13 ในลีก และนัดที่ 21 จากทุกรายการซึ่งมากกว่าฤดูกาลที่แล้วทั้งฤดูกาล

อาร์เซน่อล จบวันด้วยการทิ้งห่างคู่แข่ง 9 คะแนน เพราะ แอสตัน วิลล่า ได้เพียงเสมอ บอร์นมัธ ซึ่งครั้งล่าสุดที่นำห่างได้ขนาดนี้ก็ต้องย้อนไปในปีที่คว้าแชมป์ไร้พ่าย 22 ปีก่อนเลยทีเดียว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})