พลาด...แต่ต้องเดินหน้าต่อไป

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อาร์เซน่อล พลาดโอกาสยืดระยะห่างจากจากคู่แข่งเป็น 6 คะแนนเหมือนเดิม หลังจากทำได้เพียงเสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด อย่างน่าผิดหวัง

โปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 26 จัดคิวเป็นนัดกลางสัปดาห์ อาร์เซน่อล ต้องลงเล่นหลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชิงโอกาสบีบช่องว่างเหลือ 3 คะแนน ด้วยการอัด ฟูแล่ม ไม่ยากเย็น 3-0 ดังนั้น มิเกล อาร์เตต้า ต้องพาทีมบุกชนะ เบรนท์ฟอร์ด ให้ได้เท่านั้น

อาร์เตต้า มีทั้งข่าวดีและร้ายในการจัดตัว เขาได้ บูคาโย่ ซาก้า และ มาร์ติน โอเดการ์ด หายเจ็บกลับมามีชื่อสำรอง เช่นเดียวกับ เลอันโดร ทรอสซาร์ ที่ฟิตลงตัวจริงทันเวลา ทว่าไม่มี วิลเลียม ซาลีบา เซนเตอร์แบ็กตัวเก่งที่ป่วย คริสเตียน มอสเกร่า จึงได้ลงทำหน้าที่แทนในการจับคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส เช่นเดียวกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เจ็บอีกรอบ โอกาสจึงเป็นของ เอเบเรชี่ เอเซ่ 

ในช่วงครึ่งแรก อาร์เซน่อล เจอปัญหาในการเจาะแนวรับที่จัดระเบียบมาอย่างดีของ เบรนท์ฟอร์ด ทำให้ตลอด 45 นาทีแรกมีโอกาสลุ้นเพียงครั้งเดียวจากลูกโหม่งของ กาเบรียล มากัลเญส ที่ติดบล็อก 

ความยอดเยี่ยมของ เบรนท์ฟอร์ด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คีธ แอนดรูว์ พาทีมที่ถูกมองว่าอาจต้องลุ้นหนีตกชั้นจากการเสียแกนหลักไปหลายคน รวมถึงตัวกุนซือ โธมัส แฟร้งค์ ให้กลายเป็นทีมลุ้นโควตายุโรปได้อย่างน่าทึ่ง

ฤดูกาลนี้ พวกเขาแพ้ในบ้านแค่ 2 นัดเท่านั้น และลงสนามรับมือจ่าฝูง อาร์เซน่อล ด้วยความมั่นใจที่กำลังพุ่งปรี๊ดจากการบุกชนะ แอสตัน วิลล่า และ นิวคาสเซิล ได้สองนัดติดต่อกัน

อาร์เซน่อล ไม่สามารถเล่นในเกมของตัวเองได้เลยในครึ่งชั่วโมงแรก เบรนท์ฟอร์ด ดึงเข้าสู่เกมของตัวเองได้ตลอดด้วยการไล่เพรสตั้งแต่แดนบน ทำให้การเซตบอลจากด้านหลังของทีมปืนใหญ่ตะกุกตะกัก ไม่ละเอียดอย่างที่ควรจะเป็น


ดาบิด ราย่า ออกบอลไม่ดีจนโดนตัดก่อนจบที่ลูกโขกเต็มศีรษะของ อีกอร์ ติอาโก้ แต่ ราย่า ยังแก้งานของตัวเองด้วยซูเปอร์เซฟไม่ให้ทีมเสียประตูในครึ่งแรก

แข้งปืนใหญ่ได้กดใส่เจ้าถิ่นแบบจริงจังคือช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนพักเบรก แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำประตูขึ้นนำได้ อาร์เตต้า จึงต้องปรับเกมรุกถอด เอเบเรชี่ เอเซ่ ออกช่วงพักครึ่งแล้วส่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ลงมาปั้นเกมในครึ่งหลัง 

เอเซ่ ได้ลงตัวจริงในลีกครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ไม่สามารถคว้าโอกาสของตัวเองได้ เขามีส่วนร่วมในเกมรุกน้อยมาก ขณะเดียวกัน เบนท์ฟอร์ด สามารถเล่นในเกมของตัวเองกับสไตล์บอลยาวจากหลังถึงหน้าในไม่กี่จังหวะ ตัวรุกอย่าง เอเซ่ จึงเล่นได้ยาก

"มันไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อคุณย้ายไปยังสโมสรใหม่ และเมื่อคุณต้องเล่นกับทีมอย่าง เบรนท์ฟอร์ด ลูกบอลหลายต่อหลายครั้งไม่ได้อยู่บนพื้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นที่มีความสร้างสรรค์ มันยิ่งยากลำบากมากขึ้น" อาร์เตต้า กล่าวถึงการตัดสินใจเปลี่ยนตัว เอเซ่ 

โอเดการ์ด ลงมาแทนในครึ่งหลัง เกมของ อาร์เซน่อล ยกระดับขึ้นมาได้ชัดเจน และสามารถขึ้นนำได้สำเร็จจากลูกโหม่งของ โนนี่ มาดูเอเก้ ที่เป็นโอกาสลุ้นประตูเข้ากรอบครั้งแรกของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้ด้วย

แต่ อาร์เซน่อล ก็ไม่สามารถต้านทาน เบรนท์ฟอร์ด ทีมที่เล่นลูกตั้งเตะได้ดีที่สุดของลีกไม่แพ้ใคร และพวกเขาตามตีเสมอได้ในอีกเพียง 10 นาทีถัดมาจากทีเด็ดลูกทุ่มที่จบด้วยการโหม่งของ คีน อูลิส-พ็อตเตอร์


อาร์เตต้า กล่าวถึงความอันตรายของ เบรนท์ฟอร์ด ในการเล่นลูกนิ่งว่า "คุณต้องมีวินัยอย่างมาก ต้องไม่เสียฟาวล์ การเคลียร์บอลโดยเฉพาะบอลตามช่องต้องทำอย่างถูกต้อง เพราะนาทีที่คุณพลาดและเสียลูกตั้งเตะหรือลูกทุ่มไกล คุณต้องป้องกันด้วยชีวิต จากนั้นคุณอาจต้องตั้งรับลูกตั้งเตะอีกครั้ง ซึ่งมันยากมากที่จะหลุดออกจากเกมแบบนั้น"

เกมเปิดมากขึ้นหลังสกอร์เป็น 1-1 ทั้งสองฝ่ายเกือบเป็นผู้ชนะ คริสเตียน มอสเกร่า ต้องบล็อกสุดชีวิตป้องกันลูกยิงของ อีกอร์ ติอาโก้ ขณะที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ มีโอกาสทองในช่วงทดเจ็บ แต่ว่าถูก ควีวีน เคลเลเฮอร์ พุ่งออกมาเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม

ท้ายที่สุด ต้องลงเอยด้วยการแบ่งคะแนนกันไป เบรนท์ฟอร์ด รักษาโอกาสไปเล่นถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรกของสโมสรฤดูกาลหน้า ส่วน อาร์เซน่อล ได้เพิ่มเพียงคะแนนเดียว และทำให้ช่องว่างจาก แมนฯ ซิตี้ หลังจบโปรแกรมกลางสัปดาห์อยู่ที่ 4 คะแนน

"เรารู้ว่าเราควรทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะในกรอบเขตโทษ ถ้าคุณอยากชนะ คุณต้องป้องกันลูกบอลที่โยนเข้ามาในพื้นที่นั้นให้ได้ เพราะคู่แข่งไม่ต้องการโอกาสอะไรมากมายเลย" 

"เราเกือบชนะจากโอกาสของ กาบี้ ในช่วงท้าย แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่ดีพอ เรายิงไม่เข้าเป้าบ่อยพอและทิ้งโอกาสมากเกินไป" อาร์เตต้า ยอมรับความบกพร่องของทีมว่าควรต้องแก้ไขทั้งเกมรุและเกมรับ

สถิติที่น่ากังวลของแนวรุก อาร์เซน่อล ในเกมนี้คือมีค่า xG เพียง 0.6 น้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของฤดูกาลนี้ เป็นรองแค่เกมที่ เจอลิเวอร์พูล ทั้งสองนัด 


ขณะที่ วิคตอร์ โยเคเรส ไม่มีโอกาสยิงเลย แม้จะพักบอลให้ทีมได้บ่อยครั้ง ส่วน เอเซ่ ไม่มีประตูหรือแอสซิสต์เลยตลอด 10 เกมลีกหลังสุด นับตั้งแต่ทำแฮตทริกในศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ กับ สเปอร์ส 

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ อาร์เซน่อล ไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนที่ต้องการได้ และทำให้การลุ้นแชมป์เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ผู้ตามอย่าง แมนฯ ซิตี้ ได้กำลังใจมากยิ่งขึ้น และพวกเขาเคยทำให้เห็นว่าสามารถแซงได้ 

ขณะที่ เดแคลน ไรซ์ กล่าวหลังเกมเอาไว้ว่า "ฤดูกาลนี้เหมือนกับการขึ้นรถไฟเหาะ เราจะใสซื่อจนคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายไม่ได้เด็ดขาด คุณไม่มีทางรักษามาตรฐานให้อยู่ในระดับสูงสุดได้ตลอดทั้ง 70 เกมในหนึ่งฤดูกาลหรอก แต่คุณต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้"

"เราต้องเจอกับทีมที่ดีที่สุดสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เราต้องผลักดันต่อไปและเชื่อมั่นในตัวเอง ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ เราต้องตัดเสียงรบกวนจากโลกภายนอก ซึ่งที่ผ่านมาเราทำได้ดีมาก ผู้คนอาจจะพูดถึงการลุ้นแชมป์และพูดถึง อาร์เซน่อล ไปต่าง ๆ นานา แต่กลุ่มนักเตะของเรามีความสงบนิ่งมาก"

"ผมไม่ได้มองข้าม เบรนท์ฟอร์ด พวกเขาเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในลีกและฟอร์มล่าสุดก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว นี่คือหนึ่งแต้มที่ได้มาระหว่างทาง แม้ว่าจริง ๆ แล้วเราต้องการเป็นผู้ชนะในเกมนี้ก็ตาม"

แน่นอนว่า อาร์เซน่อล จะถูกตั้งคำถามว่าเริ่มแสดงอาการแกว่งภายใต้ความกดดันของการลุ้นแชมป์สมัยแรกนับตั้งแต่ปี 2004 หรือไม่ แต่ มิเกล อาร์เตต้า ยังมีโอกาสแก้ตัวในวันพุธนี้ที่จะพบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งหากชนะได้ พวกเขาจะทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ ไปเป็น 7 คะแนน

การได้เพียงแต้มเดียวจากทีมที่จัดระเบียบเกมรับได้ดีอย่าง เบรนท์ฟอร์ด สะท้อนให้เห็นว่ารายละเอียดเล็กๆ ทั้งในเกมรุกและเกมรับยังต้องถูกยกระดับ และทุกนัดจากนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือบททดสอบทางด้านจิตใจว่า อาร์เซน่อล แกร่งพอที่จะเป็นแชมป์หรือไม่


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})