ฟ้าหลังฝนที่นอร์ธลอนดอน

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ โรงเตี๊ยมลูกหนัง โดย ทอมมี่ ท่ามะกา
166
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หลังจากต้องเผชิญกับเมฆหมอกแห่งความหวั่นไหวจากการสะดุดบ่อยครั้งในช่วงหลัง ในที่สุด "ฟ้าหลังฝน" ก็ปรากฏขึ้นเหนือกรุงลอนดอนตอนเหนืออีกครั้ง

อาร์เซน่อล กลับมาประกาศศักดาด้วยการบุกไปกำราบ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ถึงถิ่น ทวงคืนความมั่นใจและขยายช่องว่างจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็น 5 คะแนน 

พลพรรค "ปืนใหญ่" ลงสนามนัดนี้ด้วยสภาวะหลังพิงฝา ความกดดันถาโถมเข้าใส่หลังจากพวกเขาเพิ่งทำแต้มหล่นอย่างไม่น่าเชื่อด้วยการนำสองประตูแต่จบด้วยผลเสมอกับทีมบ๊วย วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ชนะได้เพียง 2 นัดจาก 7 นัดหลังสุดในลีก 

มรสุมความกังวลยิ่งทวีคูณเมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่ปรับตัวฉกาจได้กลิ่นคาวเลือด บีบระยะห่างเข้ามาใกล้ด้วยชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิ่ล เมื่อวันเสาร์

อย่างไรก็ตาม ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ครั้งนี้ อาร์เซน่อล พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขายังแข็งแกร่งพอจะผ่านมรสุม

เอเบเรชี่ เอเซ่ กลายเป็น "ตัวแสบ" หลอกหลอน สเปอร์ส อีกครั้ง หลังเคยทำแฮตทริกใส่มาแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายน


เกมนี้เริ่มด้วยความหวังของเจ้าบ้านภายใต้กุนซือใหม่ อีกอร์ ทูดอร์ ที่หวังจะใช้ความสดใหม่รับมือทีมเยือน แต่ความเยือกเย็นของ อาร์เซน่อล นั้นเหนือกว่า เอเซ่ เบิกประตูแรกในนาทีที่ 32 แม้จะโดน ร็องดาล โกโล มูอานี่ ตีเสมอให้ สเปอร์ส ในอีก 2 นาทีถัดมา แต่นั่นก็เป็นเพียงเมฆครึ้มชั่วคราว

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อ วิคเตอร์ โยเคอเรส กองหน้าที่มักถูกวิจารณ์เรื่องความสม่ำเสมอ สบโอกาสซัดไกลสุดสวยให้ทีมนำอีกครั้ง และ เอเซ่ ก็มาเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้นด้วยประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่ 61

สิ่งที่ต่างออกไปจากเกมที่พ่าย วูล์ฟส์ คือ ครั้งนี้ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่ถอยไปอุดเพื่อรอรับหายนะ แต่กลับเดินหน้าคุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จ ก่อนที่ โยเคอเรส จะโชว์ความแข็งแกร่งย้ำชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปิดฉากดาร์บี้แมตช์ด้วยชัยชนะขาดลอย

สำหรับ เอเซ่ เกมนี้เหมือนการกลับมาอย่างมบูรณ์แบบ หลังจากช่วงที่ผ่านมาฟอร์มดูซบเซาและต้องนั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ เขาไม่สามารถทำประตูในเกมลีกได้เลยนับตั้งแต่แฮตทริกในนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ นัดแรก 


เอเซ่ กลายเป็นนักเตะ อาร์เซน่อล คนแรกที่ทำประตูใส่ สเปอร์ส ได้ถึง 5 ลูกในฤดูกาลเดียว และมีเพียง โรแบร์ ปิแรส (7 ประตู) กับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (6 ประตู) ที่ทำประตูในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ให้กับทีมได้มากกว่าเขา 

ในวันที่ความนิ่งของทีมถูกตั้งคำถาม อาร์เซน่อล ตอบกลับด้วยการเล่นที่เปี่ยมไปด้วยสมาธิโดยเฉพาะครึ่งหลังที่ควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น แม้มีบางจังหวะหวาดเสียวอยู่บ้างจาก โกโล มูอานี่ ได้ยิงตุงตาข่ายอีกครั้งแต่เป็นการฟาวล์เสียก่อน รวมถึง ดาบิด ราย่า ต้องสปรินต์กลับไปควักบอลออกจากเส้น

โยเคอเรส ที่โดนสบประมาทมาตลอดสามารถยิงได้ถึงสองประตู ยิ่งทำให้ความอึมครึมที่เคยมีกลับมาสดใส เพราะนั่นหมายถึงอาวุธหนักในแนวรุกที่กลับมาทำงานพร้อมกันในเวลาที่ทีมต้องการมากที่สุด

สองประตูล่าสุดทำให้ดาวยิงทีมชาติสวีเดนซัดถึง 10 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย และนี่คือรางวัลตอบแทนสำหรับการทำงานหนักตลอดทั้งเกม และเป็นฟอร์มที่ดีสุดในสีเสื้อปืนใหญ่ก็ว่าได้ 


ตรงกันข้ามกับ สเปอร์ส ที่ยิ่งจมดิ่งมากยิ่งขึ้น การประเดิมคุมทีมที่จบด้วยความน่าผิดหวังของ อีกออร์ ทูดอร์ ย้ำเตือนว่าในเวลานี้มีช่องว่างที่ห่างจากทีมลุ้นแชมป์เกินไป และด้วยอันดับ 16 ที่อยู่เหนือโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนน ภารกิจของ ทูดอร์ ไม่ใช่การพาทีมไปสู่ยุโรป แต่คือการเอาตัวรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปให้ได้ 

ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงแต่เป็น 3 แต้มสำคัญ แต่ อาร์เซน่อล ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะสะดุดล้มจนเปียกปอนไปบ้าง แต่พวกเขาก็ยังมีศักยภาพพอที่จะกลับมายืนหยัดและมองเห็นเส้นทางสู่แชมป์ที่ชัดเจนอีกครั้ง



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})