อาวุธลับที่กลายเป็น 'อาวุธหลัก'
ชัยชนะ 2-1 เหนือ เชลซี ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ไม่ใช่เกมที่ อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มได้ไหลลื่นที่สุด แต่มันคือชัยชนะของทีมลุ้นแชมป์ที่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อสถานการณ์ตึงเครียด และโอกาสในจังหวะจากโอเพ่นเพลย์ไม่ลงล็อก พวกเขาก็เปลี่ยนลูกตั้งเตะให้กลายเป็น 'หมัดน็อก'
การที่ อาร์เซน่อล ทำประตูจากลูกเตะมุมไปแล้วถึง 16 ประตูในฤดูกาลนี้ (ซึ่งกลายเป็นสถิติร่วมของพรีเมียร์ลีก) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลพวงจากการฝึกซ้อมและการวางแท็กติกที่ละเอียดอ่อนของ มิเกล อาร์เตต้า
ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 21 จากความพยายามของ กาเบรียล มากัลเญส และการจบสกอร์ของ วิลเลียม ซาลีบา รวมถึงลูกโหม่งตัดสินเกมของ เจอร์เรียน ทิมเบอร์ คือบทพิสูจน์ว่า ไม่ว่า เชลซี จะป้องกันอย่างไร หรือคู่แข่งจะทำการบ้านมาดีแค่ไหน แต่ด้วยประสิทธิภาพในการเล่นลูกเตะมุมระดับนี้ อาร์เซน่อล ก็ได้เปรียบตั้งแต่ก่อนบอลจะถูกเขี่ยจากมุมสนามด้วยซ้ำ
เลียม โรเซเนียร์ ยอมรับหลังเกมว่าพยายามหาทางหยุดการเล่นลูกตั้งเตะของ อาร์เซน่อล มาตลอดสัปดาห์ก่อนแข่ง แต่ก็โดนอยู่ดี
"ถ้าคุณคิดว่าเราไม่ได้เตรียมตัวรับมือเรื่องนี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ คุณคงบ้าไปแล้ว" โรซีเนียร์
สถิติที่ระบุว่า อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุมถึง 9 นัดในฤดูกาลนี้ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้สามารถคุมเกมและเล่นได้อย่างผ่อนคลายขึ้น และในวันที่เกมรุกจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ขาดๆ เกินๆ ลูกตั้งเตะคือไม่ตายที่ช่วยรักษาความหวังคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 22 ปีต่อไป

ทิมเบอร์ โขกประตูชัยครึ่งหลัง
ในหลายสัปดาห์หลัง ทีเด็ดจากลูกนิ่งของ อาร์เซน่อล ดูจะขาดหายไป และทำประตูจากโอเพ่นเพลย์เป็นหลัก ขณะเดียวกันก็โดนทีเด็ดลูกทุ่มของคู่แข่งจนทำแต้มหล่นบ่อยครั้ง
"เราไม่ได้ทำประตูจากลูกตั้งเตะมาสองสามสัปดาห์แล้ว แต่เราทำประตูจากการเล่นปกติได้เยอะมาก เกมนี้ถือเป็นโอกาสในการทำประตูจากสถานการณ์แบบนี้ เราทำได้ดีมาก แต่เราก็เสียประตูเช่นกัน" อาร์เตต้า กล่าว
ไมใช่เพียง อาร์เซน่อล ที่เล่นงานคู่แข่งจากลูกเตะมุมได้ เกมนี้พวกเขาก็โดน เชลซี เอาคืนจากเตะมุมเช่นกัน จังหวะแรก ดาบิด ราย่า ต้องออกแรงกระโดดปัดทิ้งหวุดหวิด แต่เตะมุมต่อมาก็เสียประตูจนได้ ปิเอโร่ อินกาปิเย่ โหม่งสกัดไม่ดีเข้าประตูตัวเอง
"มันคือลอนดอนดาร์บี้ขนานแท้ เราคาดไว้อยู่แล้วเพราะคุณภาพของคู่แข่ง และคุณภาพรายบุคคลที่พวกเขามี และเพราะเราเพิ่งเจอกับพวกเขามา 4 ครั้งแล้ว เราจึงรู้ดีว่าพวกเขาเก่งแค่ไหนและเล่นด้วยยากเพียงใด หลังจากที่เราเริ่มต้นเกมได้ดีมาก
"ครึ่งแรกเราเหนือกว่ามากจริงๆ ผมคิดว่าผลต่างและสกอร์ควรจะห่างกว่านี้ แต่เมื่อมันเป็น 1-1 เกมก็ยังดำเนินต่อไป ผมย้ำเตือนพวกเขาว่าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตอนเจอสเปอร์สเมื่อ 7 วันก่อนในห้องแต่งตัว"
ช่วงต้นครึ่งหลัง เกมของ เชลซี ทำได้ดีกว่า ต่อบอลเพื่อหาโอกาสจบได้อย่างต่อเนื่อง แต่ลูกโหม่งของ ทิมเบอร์ จากเตะมุมก็ทำให้สถานการณ์เหวี่ยงมาอยู่ที่ อาร์เซ่นอล อีกครั้ง ตามด้วยใบแดงของ เปโดร เนโต้

ราย่า เซฟช่วยทีมหลายครั้ง
อาร์เตต้า กล่าวถึงการเล่นในครึ่งหลังว่า "เราฉกฉวยโอกาสทำประตูที่สอง และหลังจากใบแดง เราทุกคนคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างออกไปมากในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้าย แต่เรากลับคุมสถานการณ์ไม่ได้ดีอย่างที่ต้องการ ยิ่งไปกว่านั้น เชลซี ทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากในช่วงนั้น และเราต้องพึ่งพา ดาบิด เพื่อคว้าชัยชนะให้เรา"
นี่คือความยากของพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้ แม้หลายจังหวะดูจะเป็นใจให้ อาร์เซน่อล แต่พวกเขาก็ไม่เนี้ยบเท่าที่ควร และไม่ได้สร้างความกดดันแบบนอนสต็อปเข้าใส่ เชลซี ในช่วงที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่าอย่างที่ควรจะเป็น แถมยังเกือบโดนตีเสมอหากไม่ได้ ดาบิด ราย่า ซูเปอร์เซฟไป 2-3 ครั้งโดยเฉพาะจังหวะพุ่งปัดลูกกึ่งยิงกึ่งเปิดของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ในช่วงทดเจ็บ
"ดาบิด เป็นผู้รักษาประตูที่รู้วิธีรักษาความจดจ่อและตัดสินเกมได้ในเวลาที่คุณต้องการเขา เพราะบางครั้งเขาอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมเลย แต่ในจังหวะเดียวคุณต้องอยู่ตรงนั้น และนั่นเป็นสิ่งที่ยากมาก และจังหวะเซฟในท้ายเกม"
"มันเป็นการเปิดบอลเข้ามา ไม่ใช่การยิง แต่มันกลายเป็นการยิงที่เหลือเชื่อ ผมอยู่ในมุมที่เห็นชัดและหัวใจผมเกือบหยุดเต้น แต่มีมือของ ดาบิด อยู่ตรงนั้นที่ช่วยดึงมันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง" อาร์เตต้า กล่าวยกย่องนายทวารทีมชาติสเปน
ไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบสำหรับ อาร์เซน่อล แต่ลูกเตะมุมก็ช่วยให้เอาตัวรอดเก็บ 3 คะแนนสำคัญเอาไว้ได้ ขณะเดียวกัน เชลซี ยังคงมีปัญหาเดิมๆ แม้ภาพรวมครึ่งหลังไม่ได้แย่เลย นั่นคือ "วินัยในการเล่น"

นำ 5 คะแนนอีกสัปดาห์
การถูกไล่ออกของ เปโดร เนโต้ คืออีกครั้งที่สะท้อนว่า เชลซี ชุดนี้ยังไม่เก๋าพอในยามที่กดดัน ใบแดงนี้ถือเป็นใบที่ 7 ในพรีเมียร์ลีกและใบที่ 9 รวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคร้าย แต่มันคือปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจที่ผิดพลาดในจังหวะสำคัญ
เลียม โรเซเนียร์ มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไข เพราะการที่ต้องขาดผู้เล่นตัวหลักท่ามกลางโปรแกรมที่ชุกและปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้า ยิ่งทำให้ความหวังไปเล่นถ้วยใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า เริ่มยากขึ้นทุกที
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ช่องว่างระหว่าง อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกขยายออกไปเป็น 5 แต้มเหมือนเดิม แม้ไม่ใช่เกมที่สวยงาม และ อาร์เตต้า รู้ดีว่าทีมควรต้องทำให้ดีกว่านี้ แต่ความนิ่งและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของ "ปืนใหญ่" ก็ยังคงเป็นสิ่งที่คู่แข่งต้องหวาดเกรงเพราะนี่คือหนึ่งในคุณสมบัติที่ทีมลุ้นแชมป์ต้องมี
อาร์เตต้า กล่าวอย่างน่าสนใจอีกว่า "มันเป็นความสวยงามของลีกนี้ที่แม้คุณจะชนะมามากมาย แต่คุณก็ยังไม่มีสิทธิ์หยุดหายใจ"
ในเกมระดับสูงสุดที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงการสูญเสียแต้มสำคัญ อาร์เซน่อลได้แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาพร้อมที่จะรับมือกับความกดดันนั้น และเอาตัวรอดได้ด้วยอาวุธที่มี
เส้นทางสู่ถ้วยแชมป์ไม่ได้วัดกันที่จำนวนประตูที่ทำได้ในเกมเดียว แต่วัดกันที่การเก็บแต้มในวันที่ฟอร์มการเล่นไม่ได้อยู่ในระดับสูงสุด ซึ่งนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ อาร์เซน่อล ในชัยชนะล่าสุด
อย่างไรก็ตาม มิเกล อาร์เตต้า มีการบ้านกองโตรออยู่ โดยเฉพาะการคุมสถานการณ์เมื่อได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นที่ทีมยังทำได้ไม่ดีพอ ความผิดพลาดเล็กน้อยที่เกือบเปลี่ยนผลการแข่งขันให้กลายเป็นฝันร้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ คือจุดที่พวกเขาต้องเร่งแก้ไขทันที เพราะในโค้งสุดท้ายของฤดูกาล คู่แข่งอย่าง แมนฯ ซิตี้ จะไม่ปรานีและไม่มีทางปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไปง่ายๆ เหมือนอย่างในนัดนี้แน่นอน

