ไม่สวยงามแต่ตามเป้า

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ในโลกของฟุตบอล หลายต่อหลายครั้ง "ผลลัพธ์" ก็สำคัญกว่า "ศิลปะ" และเกมที่เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ไบรท์ตัน กับ อาร์เซน่อล คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด

มิเกล อาร์เตต้า ยอมทิ้งความสวยงามเพื่อชัยชนะที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเสียงวิจารณ์ แต่มันคือ 3 แต้มที่ส่งให้ อาร์เซน่อล นำห่างคู่แข่ง 7 คะแนน พร้อมกับเสียงเพลง "We’re gonna win the league" จากแฟนบอลทีมเยือนที่ดังกึกก้องราวกับกำลังลงเล่นในบ้าน

อาร์เซน่อล บุกไปเยือน ไบรท์ตัน ด้วยแท็กติกที่เน้นผลการแข่งขันโดยเฉพาะครึ่งแรกที่นำเร็วตั้งแต่ต้นเกมจาก บูคาโย่ ซาก้า

45 นาทีแรก ลูกยิงของ ซาก้า ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ อาร์เซน่อล ได้ลุ้นยิงประตู ค่า xG โอกาสอยู่ที่เพียง 0.01 ซึ่งถือว่าต่ำมาก แต่กลายเป็นประตูขึ้นนำเพราะแฉลบ การ์ลอส บาเลบ้า ก่อนลอดขา บาร์ต แฟร์บรู๊กเก้น ตุงตาข่าย

หากจะบอกว่าจังหวะนี้มี "โชค" ก็เป็นสิ่งที่ลูกทีม อาร์เตต้า ควรได้รับบ้าง หลังจาก "ดวงกุด" มาหลายนัดก่อนหน้านี้

หลังจากได้ประตูนำ อาร์เซน่อล เลือกปิดเกมจนถูกมองว่าเล่น "อุด" เพื่อรักษาสกอร์นำ บวกกับคลีนชีตแรกในรอบ 5 นัดด้วยการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น และกัดไม่ปล่อย 

นัดนี้ อาร์เตต้า ไม่สามารถใช้งาน วิลเลียม ซาลีบา ที่เจ็บข้อเท้าเล็กน้อยจากเกมลอนดอนดาร์บี้ที่ชนะ เชลซี ทำให้ คริสเตียน มอสเกร่า ได้ออกสตาร์ตแทน


ประตูเดียวของ ซาก้า เพียงพอต่อชัยชนะ

ช่วง 20 นาทีแรก ไบรท์ตัน ทำได้เหนือกว่าชัดเจน ทั้งการเพรสซิ่งที่กดดันจน อาร์เซน่อล ตั้งตัวไม่ติด และตลอด 45 นาทีแรกก็เป็นเจ้าถิ่นครองบอลมากกว่า จ่ายบอลมากกว่า สัมผัสบอลในเขตโทษมากกว่า และหาโอกาสลุ้นประตูมากกว่า แต่ไม่ได้ชัดเจนมากพอที่จะเป็นประตูตีเสมอ

อาร์เซน่อล ดูเหมือนคนมีอาการล้าจากการกรำศึกหนักกับ สเปอร์ส และ เชลซี รูปเกมจึงฝ่ายตั้งรับเสียส่วนใหญ่

แต่ความแตกต่างของปืนใหญ่ในปีนี้คือ "การรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้ชนะ" มิเกล อาร์เตต้า ปรับหมากส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ลงมา เกมก็ดูมีความนิ่งและการควบคุมพื้นที่ได้ดีขึ้นชัดเจน

ช่วงเวลาที่เหลือ อาร์เซน่อล ต้องการจัดระเบียบเกมรับอย่างละเอียด ดาบิด ราย่า ก็โชว์ความเก๋าด้วยการเซฟลูกยิงของ จอร์จินโญ่ รุตแตร์ ก่อนจะเจ็บไหล่จนต้องหยุดพักเกมชั่วคราว ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ทำให้ทีมได้หายใจหายคอและตั้งหลักใหม่

แม้ไม่ใช่ฟุตบอลที่ดูสนุก แต่มันคือวิธีการของทีมที่ต้องการกลับมาคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปีให้ได้  

ดราม่าเดือดปะทุขึ้นในห้องแถลงข่าวเมื่อ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือเจ้าบ้าน เก็บอาการไม่อยู่พร้อมจิกกัดสไตล์การเล่นของ อาร์เซน่อลว่า "ผมไม่มีวันเป็นผู้จัดการทีมประเภทที่พยายามชนะด้วยวิธีแบบนั้น"


กุนซือหนุ่มจากเยอรมันหมายถึงการถ่วงเวลาและการทิ้งตัวลงไปนอนของนักเตะปืนใหญ่ โดยเฉพาะ ดาบิด ราย่า ที่ลงไปกองกับพื้นถึง 3 ครั้งในเกมเดียว

แต่ อาร์เตต้า ในโหมด "แสบสัน" ไม่แพ้กันก็ตอกกลับสั้นๆ แบบหน้าตายว่า "ก็น่าประหลาดใจนะ" พร้อมทิ้งท้ายอย่างเฉียบคมว่า เขาจะแคร์คำวิจารณ์หรือไม่นั้น "มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนพูด และพูดเพื่ออะไร" เพราะในท้ายที่สุด ตารางคะแนนไม่ได้บันทึกว่าคุณเล่นสวยแค่ไหน แต่มันบันทึกว่าใครได้ 3 แต้ม

สิ่งที่ทำให้ชัยชนะครั้งนี้หอมหวานกว่าครั้งไหนๆ ไม่ใช่แค่การล้างอาถรรพ์ที่เคยสะดุดกับ ไบรท์ตัน เมื่อปีก่อน แต่มันคือข่าวจากอีกสนามที่ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแต้มหลุดมือเสมอ ฟอเรสต์ 2-2 

นี่คือโมเมนต์ที่แฟนบอลปืนใหญ่รอคอย ได้เฮเสียงดังกับชัยชนะตรงหน้า และเสียงดังยิ่งขึ้นกับข่าวดีจากเอติฮัด สเตเดี้ยม

อาร์เซน่อล ทำในสิ่งที่ต้องทำสำเร็จ แม้จะเป็นการชนะรากเลือดและถูกตราหน้าว่าเล่นไม่สวยงาม แต่นี่คือสัญญาณเตือนถึงคู่แข่งทุกทีมว่าพวกเขาพร้อมจะเดินหน้าต่อเพื่อให้ไปถึงฝั่งฝัน ไม่สะทกสะท้านใดๆ กับเสียงรอบข้าง 

เส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับมาอยู่ในกำมือของ อาร์เซน่อล อีกครั้งแล้ว


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})