เหนื่อยกว่าคาด แต่ไม่พลาดเป้า
เป็นเกมที่เหนื่อยกว่าที่คาด แต่ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ก็ไม่พลาดในการเอาชนะคู่แข่งจาก ลีก วัน คว้าตั๋วเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ
อาร์เตต้า ปรับทัพถึง 9 ตำแหน่ง จากเกมลีกล่าสุดที่ชนะ เชลซี 2-1 พร้อมทดลองใช้ระบบหลัง 3 ที่เก็บเข้ากรุไปนานมาก หลังเคยใช้มาบ้างแล้วในฤดูกาลแรกที่คุมทีมได้แชมป์ได้เอฟเอ คัพ
ความจำเป็นในการโรเตชั่น ก่อนลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก บวกกับการบาดเจ็บของ เบน ไวท์ และ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ ที่โทษแบน อาร์เตต้า จึงต้องงัดแท็กเก่าออกมาใช้ได้ แม้ซ้อมร่วมกันเป็นแค่ 10 นาที
ไฮไลท์สำคัญคือการส่งสองดาวรุ่งวัย 16 ปีอย่าง มาร์ลี แซลมอน และ แม็กซ์ ดาวแมน ลงสนามพร้อมกัน ซึ่งทำให้ อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ส่งนักเตะอายุไม่เกิน 16 ปีลงตัวจริงพร้อมกันถึง 2 คนในแมตช์ทางการ
แม้จะเพิ่งหายเจ็บข้อเท้าที่พักไปตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ แม็กซ์ ดาวแมน ในวัย 16 ปี 66 วัน พิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมเขาถึงได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 14
ดาวแมน เกือบทำประตูได้ตั้งแต่ต้นเกมและแสดงความมั่นใจเกินวัยในการสร้างสรรค์เกมรุก จนถูกยกให้เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของทีมในครึ่งแรก
โนนี่ มาดูเอเก้ ซัดประตูสุดสวยให้ทีมนำในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่รูปเกมกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

แมนส์ฟิลด์ อยู่ห่างจาก อาร์เซน่อล 60 อันดับ แต่สู้ขาดใจและหาโอกาสส่องประตูได้ถึง 11 ครั้งในครึ่งแรกเพียงครึ่งเดียว ซึ่งถือเป็นจำนวนครั้งที่ อาร์เซน่อล โดนส่องมากที่สุดใน 45 นาทีแรกนับตั้งแต่ปี 2022 เลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน การเล่นหลัง 3 ของ อาร์เซน่อล ก็ขาดความลงตัว เพราะกองกลางตัวรุกที่ลงพร้อมกัน 5 คนทั้ง โนนี่ มาดูเอเก้, แม็กซ์ ดาวแมน, ไค ฮาแวร์ตซ์, เลอันโดร ทรอสซาร์ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ดูจะสับสนในบทบาทการเล่น และวิ่งทับตำแหน่งก่อนบ่อยครั้ง
ทันทีที่ ทรอสซาร์ บาดเจ็บ อาร์เตต้า จึงรีบถอดออกไปแบบไม่คิดมาก และปรับมาเล่นแบ็กโฟร์ด้วยการส่ง ปิเอโร่ อินกาปิเย่ ลงสนามในนาที 38 โดยเป็น อินกาปิเย่ ยืนเซนเตอร์คู่กับ คริสเตียน มอสเกร่า พร้อมกับมี ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กับ มาร์ลี แซลมอน เป็นแบ็กสองข้าง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นต้นครึ่งหลัง เมื่อ แซลมอน พลาดท่าจ่ายบอลสั้นเกินไปบนสภาพสนามที่เล่นยาก ทำให้ วิลล์ อีแวนส์ ฉกไปยิงตีเสมอ 1-1
แต่ อาร์เตต้า ก็แสดงให้เห็นถึงความเก๋าด้วยการส่งผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง เอเบเรชี่ เอเซ่ และ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ลงมาคุมสถานการณ์ซึ่งก็ช่วยให้ทีมคอนโทรลเกมได้ดีขึ้น และเป็น เอเซ่ ที่พาทีมเอาตัวรอดด้วยการซัลโวประตูชัยหลังผ่านครึ่งได้ราว 20 นาที

ดาวแมน และ แซลมอน สองดาวรุ่งวัย 16 ปี
แม้หลายอย่างไม่เป็นไปตามคาดทั้งสภาพสนาม ความใจสู้ของเจ้าถิ่น และการที่ต้องส่งตัวหลักลงมากระชับการเล่นให้แน่นขึ้นช่วงท้าย แต่ อาร์เซน่อล ก็ไม่ได้ปล่อยให้มีเหตุการณ์พลิกล็อกเกิดขึ้น สามารถรักษาเส้นทางลุ้น 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้เอาไว้ได้ต่อไป
อาร์เตต้า มองมุมบวกในเกมนี้ว่า "นี่แหละคือความสวยงามและมนต์ขลังของรายการนี้ ทั้งบริบทของเกม คู่แข่ง สภาพสนาม และเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่ใส่พลังกันมาเต็มที่ มันทำให้เกมนี้ดูสวยงามและมีเอกลักษณ์ คุณต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้ชัยชนะมา"
ขณะที่การลงสนามของ ดาวแมน และ แซลมอน ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากกุนซือชาวสเปนเช่นกัน "พวกเขาทั้งคู่มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยมในการเล่น เราภูมิใจมากที่พวกเขาได้เปิดตัวในรายการนี้"
แซลมอน อาจมีความผิดพลาดในจังหวะเสียประตู รวมถึงบางจังหวะในการเล่นเกมรับ แต่ทั้งหมดคือประสบการณ์ชั้นดีสำหรับเจ้าตัวซึ่งคงหาไม่ได้ง่ายๆ ในวัย 16 ปีแบบนี้
เจเด็น ดิ๊กสัน ปราการหลังวัย 18 ปีที่ดึงมาจาก สโต๊ค ซิตี้ ในตลาดหน้าหนาว ได้ประเดิมสนามในช่วงท้ายด้วย และเป็นผู้เล่นดาวรุ่งรายที่ 6 ที่ได้ลงเล่นชุดใหญ่ครั้งแรกให้ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้

อาร์เซน่อล ตีตั๋วสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 และจะมีการจับสลากประกบคู่ในคืนวันจันทร์นี้ (เวลา 02.00 น.)
อีกเรื่องดีจากเกมนี้คือ ประตูขึ้นนำของ โนนี่ มาดูเอเก้ ในช่วงครึ่งแรก คือประตูที่ 100 ของ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าทึ่งมากเมื่อเทียบกับฤดูกาลที่แล้วที่ทีมต้องรอจนถึงวันที่ 20 เมษายน กว่าจะทำได้ครบ 100 ประตู
อาร์เตต้าให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า "นั่นเป็นจำนวนประตูที่เยอะมาก และเราทำได้เร็วกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือเรามีผู้เล่นถึง 19 คนที่ช่วยกันทำประตูในฤดูกาลนี้ นี่คืออาวุธลับที่สำคัญที่สุดของทีม และเราต้องรักษามันเอาไว้ต่อไป"
ชัยชนะในเอฟเอ คัพ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตีตั๋วสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายครั้งแรกในรอบ 6 ปีเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความยืดหยุ่นของขุมกำลังภายใต้การทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ทำให้ความหวังกับการลุ้นความสำเร็จทั้ง 4 รายการในฤดูกาลนี้

