เกมใหญ่ต้องกล้าตัดสินใจ
การกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของ อาร์เตต้า คือเปลี่ยนเอา บูคาโย่ ซาก้า ออกจากสนามในนาทีที่ 60 ขณะที่ทีมตามหลังอยู่ 0-1
การเปลี่ยนผู้เล่นที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดและเป็นกัปตันทีมในนัดนี้ออก เป็นการเดิมพันที่สูงลิ่ว แต่ผลตอบแทนคุ้มค่า เพราะคนที่ลงไปแทนอย่าง โนนี่ มาดูเอเก้ ทำผลงานได้เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่าและเรียกจุดโทษนำไปสู่ประตูตีเสมอให้ทีมในช่วงท้ายเกม
แม้เป็นจุดโทษที่ดูตอนแรกเหมือนจะเบาไปนิด แต่ก็ผ่านการเช็กจาก วีเออาร์ ที่ทำให้เห็นอีกมุมว่า มาดูเอเก้ โดนล้มทับเท้าซ้ายจริง ก่อนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ จะสังหารเข้าไปอย่างเลือดเย็น และเป็นการทำประตูทีมเก่าที่เขาเคยอยู่มานาน 10 ปีตั้งแต่เป็นเยาวชน
อาร์เตต้า อธิบายถึงการเปลี่ยนตัวครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า "เราต้องการบางอย่างที่ต่างออกไป" ซึ่งเป็นการยอมรับกลายๆ ว่า ซาก้า ทำผลงานไม่ได้อย่างที่ต้องการ และต้องรีบตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ต่างออกไป
ซาก้า มีเกมที่น่าผิดหวัง ไม่สามารถสร้างจังหวะในเกมรุกได้ แถมเสียบอลบ่อยครั้ง เขาเจองานหนักในการดวลกับแนวรับ เลเวอร์คูเซ่น ที่วางแผนมาเป็นอย่างดีจนทำให้ปีกทีมชาติอังกฤษเล่นไม่ออก
ขณะที่ มาดูเอเก้ ลงมาพร้อมพลังและความปราดเปรียว มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนเกมให้ทีมตามที่ อาร์เตต้า ต้องการ ความสามารถในการเลี้ยงกินตัวก็ทำให้แนวรับคู่แข่งต้องปั่นป่วน การยืนตำแหน่งที่เคยแน่นหนาก็เริ่มหละหลวม

มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลัง อาร์เซน่อล กล่าวเสริมว่า "มาดูเอเก้ ดูมีพลังมากเมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงมา และนั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนโฉมหน้าของ อาร์เซน่อล ไปเลย"
อาร์เซน่อล ไม่ควรต้องดิ้นรนและรอคอยประตูตีเสมอจากจุดโทษในช่วงท้ายเกม แต่โอกาสจะแจ้งที่ควรขึ้นนำได้ก่อนในครึ่งแรกจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ก็ไปชนคานอย่างจัง
ขณะเดียวกัน ก็เริ่มต้นครึ่งหลังไม่เป็นไปตามคาดเมื่อโดน เลเวอร์คูเซ่น ทำประตูขึ้นนำจาก "เตะมุม" ที่เป็นอาวุธสำคัญของ อาร์เซน่อล แต่กลับโดนย้อนเกล็ดจาก โรเบิร์ต อันดริช ขึ้นโขกเสาไกลไร้คนประกบ
เลเวอร์คูเซ่น รู้พิษสงลูกเตะมุม รวมถึงลูกตั้งเตะทั้งหลายของ อาร์เซน่อล ทำให้เล่นอย่างระมัดระวัง และไม่เสียเตะมุมเลยจนกระทั่ง มาดูเอเก้ ถูกเปลี่ยนตัวออกมาช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และมีส่วนช่วยให้ทีมจากลอนดอนได้เตะมุมครั้งแรก
อาร์เตต้า กล่าวถึงฟอร์มการเล่นของทีมว่า "มันเป็นเกมที่มีหลายช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เรามีช่วงที่ครองเกมได้อย่างชัดเจนในครึ่งแรก แต่เรายังขาดคุณภาพในพื้นที่สุดท้าย และควรทำเรื่องง่ายๆ หลายอย่างในการเล่นจังหวะสุดท้ายให้ดีกว่านี้"
"จากนั้นเราต้องปรับเปลี่ยนบางอย่าง และหวังว่าจะเริ่มต้นครึ่งหลังได้อย่างแข็งแกร่ง แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เราโดนเล่นงานจากลูกเล่นที่ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่จังหวะเขี่ยเริ่มเกม ทั้งที่เรารู้อยู่แล้ว"

อาร์เซน่อล หาโอกาสลุ้นประตูได้ไม่มากนักในเกมนี้ นอกจากการเล่นที่ดูไม่ตื่นตัว และขาดไอเดียใหม่ๆ แล้ว ก็ต้องชมการเล่นเกมรับของ เลเวอร์คูเซ่น ด้วย และการที่ทัพห้างยาเป็นทีมที่เสียประตูในบ้านน้อยสุดในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เกมนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความยากลำบากในการลุ้นแชมป์ 4 รายการ อาร์เซน่อล เกือบพังเพราะความประมาทในช่วงต้นครึ่งหลัง อาร์เตต้า บ่นถึงความไม่กระตือรือร้ ซึ่งเกือบทำให้ทีมตกที่นั่งลำบาก
อย่างไรก็ตาม การที่ อาร์เซน่อล สามารถประคองตัวกลับมาเสมอได้ในวันที่ฟอร์มโดยรวมต่ำกว่ามาตรฐาน แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่เพิ่มขึ้น ทั้งของตัวผู้เล่นและตัวผู้จัดการทีม รวมถึงการตัดสินใจปรับเปลี่ยนเกมในเวลารวดเร็ว
ผลเสมอ 1-1 อาจไม่ใช่สกอร์ที่สวยหรู แต่มันคือผลลัพธ์จากการตัดสินใจที่เด็ดขาดในเวลาที่เหมาะสม เมื่อเกมใหญ่ระดับนี้ไม่มีที่ว่างให้ความลังเล อาร์เตต้า แสดงให้เห็นแล้วว่าเขากล้าที่จะเดิมพันเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าของเกม และทำให้สถานการณ์ไม่เสียเปรียบก่อนลงเล่นก่อนกลับมาเล่นนัดสองในรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของตัวเอง

