นับหนึ่งให้ได้แล้วไปต่อ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วันอาทิตย์นี้คือวันที่สำคัญอย่างมากสำหรับ อาร์เซน่อล เพราะจะเป็นวันที่ได้รู้ว่า "แชมป์แรก" ของฤดูกาลจะทำได้หรือไม่

อาร์เซน่อล จะลงเล่นนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามเวมบลีย์ ซึ่งทั้งสองทีมต่างลุ้นความสำเร็จแรกในฤดูกาลนี้เช่นกัน

ทีมปืนใหญ่ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ครบ 4 รายการ หลังปิดจ๊อบเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ตามเป้าด้วยการเปิดรังเอาชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่เรือใบสีฟ้าเพิ่งพลาดรายการแรกไปในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โดน เรอัล มาดริด เขี่ยตกรอบ และกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในฤดูกาล ทำให้ความหวังในการกู้หน้ากลับมาอยู่ที่นัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ 

เส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศของทั้งสองทีมนั้น อาร์เซน่อล ซึ่งเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์ ทำได้ 9 ประตูจากผู้เล่นไม่ซ้ำหน้ากันเลย 


รอบ 3: ชนะ พอร์ท เวล 2-0 เอเบเรชี่ เอเซ่ ซัดประตูแรกในสีเสื้อปืนใหญ่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงปิดกล่อง

รอบ 4: ชนะ ไบรท์ตัน 2-0 แม็กซ์ ดาวแมน เด็กวัย 15 ปีลงตัวจริงให้ อาร์เซน่อล เป็นครั้งแรก ก่อนได้ อีธาน วาเนรี่ และ บูคาโย่ ซาก้า ช่วยกันยิงคนละประตู

รอบ 5: เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ชนะจุดโทษ 8-7) เกือบชนะในเวลาจากลูกสกัดเข้าประตูตัวเองของ มักซ็อง ลาครัวซ์ แต่มาโดนตีเสมอท้ายเกม สุดท้าย เกปา สวมบทฮีโร่เซฟจุดโทษพาทีมเข้ารอบ

รอบรองฯ นัดแรก: ชนะ เชลซี 3-2 เบน ไวท์, วิคตอร์ เยอเคเรส และ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ช่วยกันเก็บชัยชนะสุดมันส์ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ 

รอบรองฯ นัดที่สอง: ชนะ เชลซี 1-0 (เหย้า) ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสำรองยิงประตูชัยดับทีมเก่าในนาทีสุดท้าย พาทีมชนะสกอร์รวม 4-2

ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มดุสมราคา โดยเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศจากการเอาชนะคู่แข่งด้วยส่วนต่าง 2 ประตูขึ้นไปทุกนัด


รอบ 3: ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-0 ฟิล โฟเด้น และ ซาวินโญ่ ยิงคนละประตู 

รอบ 4: ชนะ สวอนซี 3-1 โดนนำก่อนแต่แซงคืนจาก เฌเรมี่ โดกู, โอมาร์ มาร์มูช และ รายาน แชร์กี

รอบ 5: ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 รายาน แชร์กี โชว์ปั่นโค้งสวยงาม และ ซาวินโญ่ ยิงแฉลบอีกลูก

รอบรองฯ นัดแรก): ชนะ นิวคาสเซิล 2-0 อองตวน เซเมนโย่ แนวรุกคนใหม่กดประตูแรก ก่อนที่ รายาน แชร์กี จะมายิงตอกฝาโลงนาทีบาป 

รอบรองฯ นัดที่สอง: ชนะ นิวคาสเซิล 3-1 (เหย้า) โอมาร์ มาร์มูช เหมาสองลูกตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก ตามด้วย ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส ยิงเพิ่ม พาทีมเข้าชิงแบบม้วนเดียวจบ 

คู่นี้เคยเจอกันในนัดชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ครั้งล่าสุด ในปี 2018  แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป เอาชนะ อาร์เซน่อล ขาดลอย 3-0 ซึ่งตอนนั้นยังเป็น อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทีมเป็นฤดูกาลสุดท้าย


สถานการณ์ในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ อาร์เซน่อล กุมความได้เปรียบเหนือซิตี้ถึง 9 แต้ม หลังจากที่ทัพเรือใบสีฟ้าทำแต้มหล่นหายมา 2 นัดติด ซึ่งตามสถิติแล้ว ทีมที่ตามหลังจ่าฝูง 9 แต้มในช่วงที่เหลือไม่กี่นัดแล้วกลับมาคว้าแชมป์ได้ มีเพียงทีมเดียวในประวัติศาสตร์คือ แมนฯ ซิตี้ ชุดปี 2013/14 เท่านั้น

หาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พลาดถ้วยนี้และผลงานอีก 3-4 นัดข้างหน้า (เจอ ลิเวอร์พูล ในเอฟเอ คัพ และ เชลซี ต่อด้วย อาร์เซน่อล ในลีก) ไม่เป็นใจ เขาอาจจะจบฤดูกาลแบบ "มือเปล่า" สองปีติดต่อกันเป็นครั้งแรกในชีวิตกุนซือ

ตามสถิติแล้ว แมนฯ ซิตี้ คือ "เจ้าพ่อ" รายการนี้ พวกเขาชนะนัดชิงชนะเลิศมาตลอด 7 ครั้งหลังสุด (1975/76, 2013/14, 2015/16, 2017/18, 2018/19, 2019/20 และ 2020/21) แต่พักหลังเริ่มมีอาการให้เห็นแพ้ในนัดชิงบอลถ้วยรายการอื่น เช่นแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซ ในเอฟเอ คัพ สองปีล่าสุด  

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ปลดล็อคทำประตูได้ในเกมกับมาดริด และเขามักจะถูกโฉลกยิง อาร์เซน่อล ได้ตลอด 3 นัดหลังที่เจอ แต่ประเด็นคือเขายังไม่เคยส่งลูกบอลไปซุกก้นตาข่ายที่เวมบลีย์ได้เลยแม้แต่ลูกเดียวจาก 6 เกมที่ลงเล่นสนามแห่งนี้ 


มิเกล อาร์เตต้า มีสถิติส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมที่เวมบลีย์ชนะได้ตลอด 10 นัด (รวมชนะจุดโทษ) ทั้งในฐานะนักเตะและกุนซือของ อาร์เซน่อล

ใน 10 นัดที่ยอดเยี่ยมนี้ เป็นการชนะ แมน ซิตี้ 3 นัด คือ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ในปี 2014 ตอนที่ยังเป็นผู้เล่น ส่วนในฐานะกุนซือเคยเอาชนะ 2-0 ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ในปี 2020 และล่าสุด คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2023 ที่ชนะจุดโทษ

ในการเจอกันช่วงหลังของทั้งสองทีม อาร์เซน่อล ไม่แพ้ แมนฯ ซิตี้ มา 6 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยนัดล่าสุดคือเกมลีกช่วงต้นฤดูกาลที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ทำประตูช่วงทดเจ็บให้ปืนใหญ่ไล่ตีเสมอ 1-1

อาร์เตต้า และ เป๊ป ผู้เคยเป็นเจ้านายที่ แมนฯ ซิตี้ ได้ปะทะฝีมือกันอีกครั้ง และนี่คือการเจอกันของสองกุนซือสเปน ซึ่งเป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์นัดชิงรายการนี้ที่เป็นกุนซือต่างชาติชาติเดียวกัน ครั้งแรกคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ vs โธมัส ทูเคิล ปี 2022 

ความสำคัญของเกมนี้ไม่ใช่การลุ้นแชมป์แรกของทั้ง อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ แต่มันอาจบ่งบอกเส้นทางที่เหลือของฤดูกาลได้อย่างมาก


อาร์เซน่อล ต้องการคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อนับหนึ่งความสำเร็จในฤดูกาลที่พวกเขากำลังถูกจับตามองอย่างมากว่าจะทำเรื่องเหลือเชื่อคว้าแชมป์ได้ครบ 4 รายการได้หรือไม่

ก่อนเริ่มฤดูกาล ถ้วยลีก คัพ หรือว่าคาราบาว คัพ ถูกจัดความสำคัญในลำดับท้ายๆ แต่ตอนนี้คือถ้วยที่สำคัญที่สุดสำหรับ อาร์เซน่อล เพราะถ้าคว้าแชมป์ได้จะส่งผลต่อความมั่นใจในอีก 3 รายการได้อย่างมาก บรรยากาศที่กำลังเป็นใจจากชัยชนะเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในลีก ต่อด้วยเข้ารอบ 8 ทีมถ้วยยุโรป จะถูกต่อยอดเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ก็ใส่สุดตัวแน่นอนเพื่อแก้ตัวจากความผิดหวังที่สะดุดบ่อยครั้งช่วงหลัง เป๊ป ต้องการทั้ง "จุดเปลี่ยน" ให้ทีมกลับมาชนะอีกครั้ง และเป็นการ "หยุด" อาร์เซน่อล ไปพร้อมกัน 

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ Opta วิเคราะห์ ให้โอกาส อาร์เซน่อล มีโอกาสคว้าแชมป์สูงถึง 51.9% ขณะที่แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสชนะเพียง 24.8% เท่านั้น


หาก อาร์เซน่อล สามารถคว้าแชมป์อย่างที่แฟนบอลตั้งความหวังอย่างมาก และทำลายสถิติอันยอดเยี่ยมในนัดชิงรายการนี้ของ แมนฯ ซิตี้ ลงได้ "แรงเหวี่ยง" มหาศาลจะส่งให้พลพรรคปืนใหญ่ทะยานเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลด้วยความฮึกเหิมที่ประเมินค่าไม่ได้ 

ในทางกลับกัน หาก เป๊ป สยบความร้อนแรงของปืนใหญ่พร้อมหยุดสถิติไร้พ่ายที่เวมบลีย์ของ อาร์เตต้า ลงได้ มันจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าพวกเขาตื่นขึ้นมาพร้อมทวงคืนทุกความสำเร็จแล้วเช่นกัน 

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร เสียงนกหวีดสุดท้ายที่เวมบลีย์วันอาทิตย์นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทสรุปที่ตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษอย่างแน่นอน



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})