เมาหมัด
ถือเป็นครั้งแรกในฤดูกาลที่ อาร์เซน่อล แพ้ 2 นัดติดต่อกัน พร้อมหมดลุ้นแชมป์ 2 รายการทันที และยังเป็นการตกรอบเอฟเอ คัพ ด้วยน้ำมือทีมลีกต่ำกว่าครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022
โปรแกรมนัดแรกหลังเบรกทีมชาติกลับมา มิเกล อาร์เตต้า ต้องการพาทีมชนะให้ได้เพื่อแก้ตัวจากความผิดหวังในคาราบาว คัพ และเป็นการเรียกความมั่นใจก่อนลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีม นัดแรกที่ต้องไปเยือน สปอร์ติ้ง ลิสบอน กลางสัปดาห์หน้า
อาร์เตต้า ส่งแกนหลักอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่เพิ่งหายเจ็บลงสนาม รวมถึง ไค ฮาแวร์ตซ์ และ กาเบรียล มากัลเญส แถมในม้านั่งสำรองยังมีชื่อ มาร์ติน ซูบีเมนดี้, โนนี่ มาดูเอเก้, วิลเลียม ซาลีบา, ดาบิด ราย่า และ วิคตอร์ เยอเคเรส ที่เป็นเป็นฮีโร่พาทีมชาติสวีเดนคว้าตั๋วไปบอลโลก
เป็นชุดที่เน้นพอสมควร และมีศักยภาพพอที่จะเก็บชัยชนะได้ ทว่าความผิดพลาดส่วนตัวกลับทำพัง เบน ไวท์ พลาดแบบไม่น่าพลาดในการกะจังหวะโหม่งบอลแล้ววืดจนเสียประตูแรก แถมสถานการณ์ยังแย่ลงเมื่อ กาเบรียล มากัลเญส ได้รับบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก
กลุ่มผู้เล่นหลายคนที่มีปัญหาสภาพร่างกายจนต้องถอนตัวจากทีมชาติ ฟิตทันลงเล่นเกมนี้ได้ แต่อาการบาดเจ็บอีกครั้งของ กาเบรียล ก็สะท้อนถึงสภาพร่างกายของผู้เล่นที่กรำศึกหนักจนกรอบทั้งทีม
แม้ โยเคเรส จะลงสำรองทำประตูตีเสมอให้ปืนใหญ่ได้ แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็ฮึดยิงนำอีกรอบในช่วงท้ายจนกลายเป็นประตูชัยได้ผ่านเข้ารอบอย่างสมศักดิ์ศรีและมอบความทรงจำอันงดงามให้กับแฟนบอลในรังเหย้าเซนต์ แมรีส์ ของตัวเอง
ต้องยกเครดิตให้ "นักบุญ" ที่พกความมั่นใจจากสถิติไร้พ่าย 14 นัดรวดมาสู้ พวกเขาไม่ได้มาอุด แต่ใช้บอลยาววางหลังแบ็กจู่โจมจนทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกไปไม่เป็น และก่อความผิดพลาดเกิดขึ้นมากมาย

เด็กวัย 16 ปีกลายเป็นตัวแบกเกมรุก
เกมรับ อาร์เซน่อล ปั่นป่วนมากโดยเฉพาะฝั่งขวาที่ เบน ไวท์ ไม่สามารถหยุด เลโอ เซียนซ่า ตัวริมเส้นสุดจี๊ดของเจ้าถิ่นได้เลย แถมเป็นผู้เล่นที่เสียฟาวล์ถึง 5 ครั้งจากการฟาวล์ทั้งหมด 11 ครั้งของทีม กลายเป็นวันสุดย่ำแย่ของปราการหลังที่เพิ่งถูกเรียกตัวกลับไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง
ประตูชัยจาก เชีย ชาร์ลส์ ในช่วงท้ายเกม ไม่ใช่เรื่องโชคช่วย แต่เกิดจากแท็กติกที่วางมาอย่างแม่นยำ บวกกับความมั่นใจที่ทำให้เซาธ์แฮมป์ตันทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ไปเล่นที่สนามเวมบลีย์สำเร็จ
อาร์เตต้า ยอมรับตามตรงว่า อาร์เซน่อล เจอปัญหาในการรับมือแท็กนี้ "เราจัดการกับพวกลูกบอลยาวได้ไม่ดีพอ เราแค่ปล่อยให้ลูกบอลผ่านตัวเราไป มันยากที่จะอธิบายนะ แต่ก็ต้องให้เครดิตกับพวกเขา"
เซาธ์แฮมป์ตัน มีโอกาสลุ้นทำประตูเพียง 8 ครั้ง ทว่ามาแต่ละทีได้ลุ้นตลอด และเข้ากรอบไป 4 ครั้งก่อนเปลี่ยนเป็น 2 ประตู ส่วน อาร์เซน่อล ใช้โอกาสค่อนข้างเหลืองมีลุ้นยิง 23 ครั้ง แต่เข้ากรอบเพียง 7 ครั้ง
ขณะที่ลูกเตะมุมที่เป็นจุดเด่นซึ่งเรียกเตะมุมได้ถึง 7 ครั้งในครึ่งแรก แต่ก็ไม่สามารถโจมตีเจ้าถิ่นได้อย่างที่ควรจะเป็น
แนวรุกของ อาร์เซน่อล ทำผลงานน่าผิดหวัง แสงสว่างเดียวของทีมกลับเป็น แม็กซ์ ดาวแมน เจ้าหนูวัยเพียง 16 ปี ที่แทบจะแบกเกมรุกอยู่คนเดียว กัดฟันสู้สุดใจซึ่งหากไม่มีเจ้าตัวแล้ว เกมรุกของปืนใหญ่ในเกมนี้ก็ดูไร้จินตนาการอย่างมาก
อาร์เซน่อล ไม่ได้ไปต่อในเอฟเอ คัพ และตอนนี้ มิเกล อาร์เตต้า ต้องรีบดึงสติลูกทีมกลับมาให้เร็วที่สุดเพื่อสองรายการสำคัญที่เหลือทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เบน ไวท์ หนึ่งในคนที่ผลงานน่าผิดหวัง
แม้ในลีกจะยังนำห่าง 9 แต้ม แต่การแพ้รวดแบบนี้อาจทำให้ความมั่นใจหดหาย แถมในช่วงเวลาเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ก็เหมือนเครื่องติดอีกครั้ง ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต่อยอดความมั่นใจจากการคว้าแชมป์คาราบาว คัพ ด้วยการไล่ยำ ลิเวอร์พูล 4-0 ในเอฟเอ คัพวันเดียว
"ในหนึ่งฤดูกาล คุณต้องผ่านช่วงเวลาต่างๆ บางช่วงมันก็ยากลำบากด้วยเหตุผลบางประการ ตอนนี้เรามีผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังมาก 2 นัด และเราต้องดึงตัวเองกลับมาให้ได้"
"ตอนนี้เราต้องแสดงให้เห็นว่าเราถูกสร้างมาด้วยอะไร มีความแข็งแกร่งแค่ไหน และวิธีที่จะทำแบบนั้นคือการแสดงออกในสนาม ไม่ใช่ตรงนี้" อาร์เตต้า พยายามกระตุ้นลูกทีมให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
ความพ่ายแพ้ในเอฟเอ คัพ ล่าสุดนี้เป็นสิ่งน่าเจ็บปวดสำหรับ อาร์เซน่อล จากความฝัน 4 แชมป์ หายไป 2 ในเวลารวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องหาจุดเปลี่ยนเพื่อกลับสู่ฟอร์มที่ดีอีกครั้งให้ได้
ไม่อย่างนั้น ฤดูกาลที่ดูเหมือนจะสวยงามอาจจบลงด้วยการ "มือเปล่า" อีกครั้งก็เป็นได้

