จับเข่าคุย 'บิ๊กกาบี้'

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หากจะพูดถึงปราการหลังที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก ชื่อของ กาเบรียล มากัลเญส ย่อมต้องอยู่ในลำดับต้นๆ

ปราการหลังทีมชาติบราซิลกำลังสนุกกับฤดูกาลที่เขาบอกว่าเป็น "ปีที่ดีที่สุด" นับตั้งแต่ย้ายร่วมทีม อาร์เซน่อล แต่ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่มีเวลามานั่งดื่มด่ำกับผลงาน 8 เดือนที่ผ่านมา เพราะเป้าหมายเดียวคือ 5-6 สัปดาห์สุดท้ายที่จะตัดสินความสำเร็จของทีม

ด้วยวัย 28 ปี กาเบรียล ไม่ได้เป็นแค่กำลังสำคัญในแนวรับที่ช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยที่สุดในลีกเท่านั้น แต่เขายังกลายเป็นอาวุธหนักในเกมรุก โดยทำไปแล้ว 4 ประตูในฤดูกาลนี้ จนมีชื่อติดโผผู้ท้าชิงรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี

"ผมว่าเราต้องมองไปข้างหน้าอย่างเดียว ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดี ดังนั้นโฟกัสแค่เกมที่รออยู่ตรงหน้าก็พอ" กาเบรียล กล่าวอย่างมุ่งมั่น

แม้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เขาจะต้องพักยาวถึง 9 เกมจากอาการบาดเจ็บที่ต้นขา แต่การกลับมาของเขาก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญ 

"ทันทีที่ผมกลับมา ผมพยายามทุ่มเททุกอย่างในสนามเพื่อทีม ผมอยากมอบทุกสิ่งให้ตราสโมสรบนอกเสื้อใบนี้ งานของผมคือการป้องกัน และส่งต่อพลังงานให้เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล"


สถิติที่น่าทึ่งของ กาเบรียล คือการซัดไปแล้ว 24 ประตูตลอดอาชีพค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล และล่าสุดเขาเพิ่งลงสนามนัดที่ 250 ให้สโมสร กลายเป็นนักเตะบราซิลที่ลงสนามมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลของทีม (แซงหน้า กิลเบอร์โต ซิลวา และเป็นรองเพียง กาเบรียล มาร์ติเนลลี เท่านั้น)

เมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว กาเบรียล จะทำได้ 1 ประตูในทุกๆ 10 เกม ซึ่งเป็นตัวเลขที่กองหน้าบางคนยังต้องอาย โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก เขายิงไปแล้ว 20 ประตู ตามหลังเจ้าของสถิติกองหลังจอมถล่มประตูของทีมอย่าง โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ เพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้น

"ผมอยากมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ของสโมสร สมัยเด็กๆ ผมเคยเล่นกองหน้ามาก่อนนะ เลยยิงประตูได้เยอะ พอมาเป็นกองหลังมันยากกว่าเดิมแน่ๆ แต่ผมก็ฝึกหนักและเรียนรู้อะไรมากมาย"

อาร์เซน่อล ขึ้นชื่อเรื่องความอันตรายจากลูกตั้งเตะซึ่ง กาเบรียล คือหัวใจสำคัญ แม้เขาจะทำประตูจากลูกเตะมุมได้เพียง 2 ลูกในฤดูกาลนี้ (นัดเจอ นิวคาสเซิล และ แอสตัน วิลล่า) แต่บทบาทของเขาในสนามนั้นมีมากกว่านั้น ทั้งการดึงตัวประกบ การโหม่งชง หรือแม้แต่การสั่งการเพื่อนร่วมทีม

"ถ้าไม่มีการสื่อสาร ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สตาฟฟ์โค้ชมอบหน้าที่ให้ผมเป็นคนเรียกเพื่อนและบอกว่าเราจะทำอะไรกันในจังหวะนั้น" กาเบรียล เล่าต่อ


"คุณจะเห็นว่าทั้ง ทิมเบอร์ หรือกองหลังคนอื่นๆ ก็สอดขึ้นมาทำประตูได้เยอะ เพราะเราทำงานกันเป็นทีม มันไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแกร่งทางร่างกาย แต่มันคือเรื่องของสมาธิและจังหวะในการเข้าทำ"

เบื้องหลังความแข็งแกร่งของแนวรับ อาร์เซน่อล คือการจับคู่กันที่ทั่วโลกยอมรับในความแข็งแกร่งระหว่าง กาเบรียล และ วิลเลียม ซาลีบา

"เขาเหมือนน้องชายผม" กาเบรียล พูดพร้อมรอยยิ้ม "เราเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วันแรกที่เขามาที่นี่ ผมรู้ว่าเขาชอบเล่นแบบไหน เขาก็รู้ใจผม มันคือส่วนผสมที่ลงตัวมาก รวมถึงเพื่อนร่วมทีมแนวรับคนอื่นๆ และผู้รักษาประตูที่อยู่ข้างหลังเราด้วย เราซ้อมด้วยกันมาหนักมากจนใครลงเล่นก็ได้ เพราะเราเข้าใจกันหมด"

อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์นี้ กาเบรียล มีอีกหนึ่งภารกิจสำคัญรออยู่ นั่นคือการร่วมทัพทีมชาติบราซิลไปลุยฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะเป็นเวทีระดับโลกครั้งแรกของเขา

"ฟุตบอลโลกคือความฝันของผมและครอบครัว ผมรอที่จะไปที่นั่นไม่ไหวแล้ว เพราะผมเชื่อว่าบราซิลมีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา ผมต้องพักเรื่องนั้นไว้ก่อน เพราะตอนนี้สมาธิของผมและเพื่อนๆ ทุกคนอยู่ที่ อาร์เซน่อล เท่านั้น"




ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด