สงครามจุดโทษ
อาร์เซน่อล ขึ้นนำได้ก่อนจากจุดโทษของ วิคตอร์ โยเคเรส แต่ แอต.มาดริด ก็ทวงคืนจากจุดโทษของ ฮูเลียน อัลวาเรซ ทำให้สถานการณ์ในนัดสองที่ลอนดอนยังคงเปิดกว้าง
การเจอกันของคู่นี้ถูกมองว่าจะแตกต่างโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับอีกคู่ที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดบ้านเฉือนชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในสกอร์มโหฬาร 5-4
แอต.มาดริด ในยุค ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ขึ้นชื่อในเรื่องเกมรับมาแต่ไหนแต่ไร ขณะที่ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า ก็สร้างทีมด้วยพื้นฐานเกมรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา และในฤดูกาลนี้ก็เสียประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีก น้อยกว่าทุกทีม (5 ประตูจาก 12 นัด)
เป็นการต่อสู่ของทีมที่ให้ความสำคัญกับ "เกมรับ" อย่างมาก และนั่นทำให้เริ่มต้นเกมอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะกับนัดแรกของบอลถ้วยรอบน็อกเอาต์แบบนี้
ทว่าทั้งสองทีมก็พยายามหาโอกาสในเกมรุกของตัวเองในทุกจังหวะที่ทำได้ ช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ฮูเลียน อัลวาเรซ ตัวทีเด็ดของ แอต.มาดริด มีทั้งจังหวะยิงไกลทดสอบความหนึบของ ดาบิด ราย่า เช่นเดียวกับได้โหม่งข้ามคาน
ขณะที่ อาร์เซน่อล มีโอกาสทั้งจาก ปิเอโร่ อินกาปิเย่, มาร์ติน โอเดการ์ด และ โนนี่ มาดูเอเก้ ก่อนเป็นฝ่ายปลดล็อกได้ก่อนในท้ายครึ่งแรกจากจุดโทษที่ ดาวิด ฮานซ์โก้ วิ่งชนใส่ด้านหลัง วิคตอร์ โยเคเรส ซึ่งลุกขึ้นมาซัดเองไม่พลาด
โยเคเรส มีสถิติซัดจุดโทษที่ชัวร์มาก ตลอด 2 ปีหลังสุดหรือนับตั้งแต่มีนาคม 2024 เขารับหน้าที่สังหารลูกนิ่ง 12 หลาทั้งหมด 27 ครั้งทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นประตูทั้งหมด ไม่มีพลาดเลย

ความชัวร์ในการยิงจุดโทษของ โยเคเรส ช่วยทีมได้เยอะ
อย่างไรก็ตาม ครึ่งหลังเหมือนหนังคนละม้วน "ตราหมี" เร่งเครื่องบดหนักจนได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 56 จากจังหวะลูกยิงของ มาร์กอส ยอเรนเต้ ไปแฉลบขาแล้วโดนมือ เบน ไวท์ ซึ่งผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษหลังเช็ก วีเออาร์ และเป็น ฮูเลียน อัลวาเรซ ที่ซัดเต็มแรงเสียบตาข่ายชนิดที่ ราย่า แทบไม่ได้ขยับตัว
จุดโทษนี้เป็นประเด็นถกเถียงอยู่พอสมควร แต่ความเห็นของกูรูส่วนใหญ่ หรือแม้แต่ตัว มิเกล อาร์เตต้า เองก็มองว่าป็นไปตามมาตรฐานของ ยูฟ่า แม้อาจดูโหดร้ายไปนิดในสายแฟนบอลอังกฤษที่คุ้นเคยกับการตัดสินในพรีเมียร์ลีกมากกว่า
อาร์เตต้า ไม่ได้โต้แย้งลูกแฮนด์บอลจังหวะนี้ โดยบอกว่าผู้ตัดสินมีมาตรฐานเดียวกันกับคู่ปารีสฯ ซึ่งเขายอมรับได้เพราะมันคือกฎที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ และเทียบเคียงได้กับจุดโทษที่ บาเยิร์น มิวนิค เสียจากจังหวะ อุสมาน เดมเบเล่ เปิดบอลไปแฉลบตัวแล้วโดนมือ อัลฟอนโซ่ เดวิส
ในรายการสโมสรยุโรป ผู้ตัดสินให้ความสำคัญกับ "วิถีบอล" และ "ตำแหน่งแขน" เป็นหลัก หากแขนกางออกมาขวางทางบอล (แม้จะแฉลบขามาก่อน) จะถือเป็นจุดโทษทันทีตามคำนิยามของ ยูฟ่า ซึ่งเคสของ เบน ไวท์ เข้าข่ายนี้
แต่เป็นที่เป็นดราม่ามากกว่าคือช่วงท้ายเกมเมื่อ เอเบเรชี่ เอเซ่ ที่ลงเป็นสำรองถูก ฮานซ์โก้ สกัดในเขตโทษ ผู้ตัดสิน แดนนี มัคเคลี ชี้เป็นจุดโทษในตอนแรก แต่กลับลำยกเลิกหลังถูกเรียกไปดูจอ วีเออาร์

อาร์เซน่อล ถูกริบจุดโทษคืนในจังหวะ เอเซ่ โดนย่ำ
อาร์เตต้า แสดงความไม่พอใจหลังจบเกมว่า "จากการที่ได้คุยกับลูกทีมและทำความเข้าใจเหตุการณ์จุดโทษลูกที่สองที่ถูกยกเลิกไป ผมมองว่ามันขัดต่อกฎ และผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น"
"ผมหัวเสียมาก มันมีการปะทะที่ชัดเจน ผู้ตัดสินตัดสินใจไปแล้ว และคุณไม่ควรจะกลับคำตัดสินได้หากคุณต้องย้อนดูภาพซ้ำถึง 13 รอบ"
"ถ้าต้องดูซ้ำขนาดนั้น มันจะไปเป็นความผิดพลาดที่ 'ชัดเจน' ได้ยังไง? มันเปลี่ยนทิศทางของเกมไปเลย"
คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าชื่อดังเสริมว่า "ฮานซ์โก้ เล่นลูกนี้ได้ซุ่มซ่ามมาก เขาเหยียบลงไปที่เท้าของ เอเซ่ และสังเกตไหมว่านักเตะแอตฯ แทบจะไม่ประท้วงเลย"
"ผมมักจะคิดเสมอว่านี่คือ 'ตัวบ่งชี้ที่ชัดที่สุด' จากปฏิกิริยานักเตะ ทีตอนจังหวะจุดโทษของ โยเคอเรส พวกเขายังรุมประท้วงผู้ตัดสินอย่างรุนแรงแท้ๆ"
"เวลาเห็นผู้ตัดสินเดินไปที่จอ คุณก็รู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมอยากเห็นผู้ตัดสินหนักแน่นกว่านี้ เขาเป่าให้เป็นจุดโทษไปแล้วในเวลาปกติ และจากทุกมุมที่ผมเห็นจากจอมอนิเตอร์ มันมีการปะทะที่เท้าของเอเซ่จริง ดังนั้นควรเป็นจุดโทษ และ อาร์เซน่อล ควรได้กลับบ้านด้วยสถานการณ์ที่ได้เปรียบกว่านี้มาก"

ลุ้นกันต่อนัดสอง
ส่วน สตีฟ แม็คมานามาน อดีตแข้งทีมชาติอังกฤษที่เคยเล่นในสเปนกับ เรอัล มาดริด ให้ความเห็นว่า "ผมคิดว่าพฤติกรรมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ และเหล่าทีมงานสต๊าฟฟ์ของเขานั้น 'เลวร้ายมาก'! มันทำให้ผมรู้สึกสับสนและงุนงงไปหมด ผมมองว่าผู้ตัดสินทำหน้าที่ในเกมนี้ได้แย่สุดๆ"
แม้จะชวดชัยชนะไปอย่างน่าเสียดาย แต่ อาร์เซน่อล แสดงให้เห็นถึงความเคี่ยวในเกมรับกับการลงเล่นในรังเหย้าของตราหมีซึ่งไม่เคยเป็นงานง่ายสำหรับใครก็ตามที่ไปเยือน
ส่วน โยเคเรส พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือดีลที่คุ้มค่า ความเด็ดขาดในการสังหารจุดโทษช่วยสร้างรากฐานสำคัญให้ทีม ขณะที่ ราย่า โชว์ซูเปอร์เซฟสำคัญหลายครั้งช่วยให้ทีมไม่ปราชัย การกลับไปเล่นในบ้านด้วยสกอร์ที่เสมอกัน ถือเป็นสถานการณ์ที่ มิเกล อาร์เตต้า น่าจะพอใจลึกๆ
ทางฝั่ง แอต.มาดริด ซิเมโอเน่ ได้พูดก่อนเกมว่าเป็นเรื่องปกติที่หลายทีมใหญ่สนใจในตัว อัลวาเรซ ซึ่งรวมถึง อาร์เซน่อล ด้วย และเกมนี้ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินาก็ทำให้เห็นว่าเขาคือหัวใจของเกมรุกตราหมีอย่างแท้จริง ทั้งการสร้างโอกาสเองและการยิงจุดโทษที่ทรงพลังชนิดที่ ราย่า ได้แต่ยืนขาตาย
สิ่งที่ตราหมีต้องลุ้นคือ อาการบาดเจ็บในช่วงท้ายเกมที่อาจทำให้การลงเล่นนัดสองมีเครื่องหมารคำถาม และหาก ซิเมโอเน่ หวังจะพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ อดีตแข้ง แมนฯ ซิตี้ รายนี้คือคนที่ขาดไม่ได้จริงๆ
บทสรุปของยกแรกระหว่างตราหมีกับปืนใหญ่แสดงให้เห็นว่า "ช่องว่าง" ของมาตรฐานการตัดสินระหว่างฟุตบอลยุโรปและลีกในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตัดสินผลแพ้ชนะพอๆ กับแท็กติกในสนาม
จุดโทษของทั้งสองทีม รวมถึงจุดโทษที่ไม่เป็นจุดโทษของ เอเซ่ ล้วนเป็นจังหวะที่ดูก่ำกึ่งทั้งหมด และทำให้นัดสองสัปดาห์หน้ายังคงน่าติดตาม และยากต่อการคาดเดาทั้งผลการแข่งขัน รูปเกมที่เกิดขึ้น และแน่นอนอิทธิพลจากผู้ตัดสินที่ชี้เป็นชี้ตายได้อย่างมาก

