รัวยับเจ้าสัว

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ฟอร์มดีสุดของ อาร์เซน่อล ในช่วง 2-3 เดือนหลัง มาได้ถูกจังหวะด้วยการเปิดบ้านไล่ต้อน ฟูแล่ม ไปอย่างขาดลอย 3-0 พร้อมขยับหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็น 6 คะแนน

ขีดเส้นให้เฉพาะเจาะจงคือ "45 นาที" ที่ดีสุดอีกนัดของฤดูกาลก็ว่าได้ ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมทั้งหมด และเป็นฟอร์มการเล่นที่ทำให้แฟนบอลในสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเปี่ยมด้วยความหวัง 

จุดที่น่าสนใจที่สุดในเกมนี้คือการตัดสินใจที่ "เสี่ยงแต่คุ้ม" ของ มิเกล อาร์เตต้า กับการส่ง ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ ลงเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลางเป็นครั้งแรกในการเล่นชุดใหญ่  

เด็กปั้นวัย 19 ปี ลงตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาตลอด 40 นัด และได้เล่นกองกลางเป็นครั้งคราวในฐานะสำรองท้ายเกม แต่ครั้งนี้ อาร์เตต้า เลือกใช้งานในพื้นที่สำคัญตั้งแต่นาทีแรก

การตัดสินใจของ อาร์เตต้า ให้ผลคุ้มค่า ลูอิส-สเกลลี่ เล่นได้อย่างเยือกเย็นเกินวัย ชนะการดวลลูกกลางอากาศและภาคพื้นดินถึง 5 จาก 6 ครั้งในช่วง 20 นาทีแรก จนเสียงเพลงเชียร์ชื่อเขาดังกระหึ่มสนาม

การปักหลักตำแหน่งเก่าที่เคยเล่นสมัยเยาวชนของ ลูอิส-สเกลลี่ ทำให้ อาร์เซน่อล มีมิติมากขึ้นทั้งครอบครองบอลเหนียวแน่น สลับกับออกบอลรวดเร็ว การเล่นจึงลื่นไหล และนำไปสู่โอกาสในเกมรุกที่สามารถโจมตีคู่แข่งได้อย่างต่อเนื่อง

ลูอิส-สเกลลี่ เป็นนักเตะที่กล้าเล่น กล้าลุยอยู่แล้ว และในวันที่เขาทำผลงานได้เข้าล็อกและดูเป็นธรรมชาติ ก็สามารถพาบอลลุยขึ้นหน้าได้เอง เช่นเดียวกับเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้เนียนตา แดนกลางจึงเหนือกว่าคู่แข่งชัดเจน


MLS โดดเด่นอย่างมากกับการเล่นกองกลาง

ตลอด 45 นาทีแรก อาร์เซน่อล สร้างโอกาสลุ้นประตูได้ถึง 14 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 3 ประตูนำห่างที่ทำสถานการณ์คลี่คลายอย่างมาก แม้ลงเล่นด้วยความกดดัน และมีเรื่องให้ อาร์เตต้า ต้องคิดมากมาย

พอเริ่มครึ่งหลัง อาร์เตต้า จึงจัดการถอด บูคาโย่ ซาก้า ออกไปพักได้ตามแผนเพราะเพิ่งฟิตกลับมาสมบูรณ์ และมีเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสองกับ แอตเลติโก มาดริด รออยู่

ซาก้า รวมถึง วิคตอร์ โยเคเรส เป็นอีกสองผู้เล่นที่โดดเด่นเหลือร้ายไม่แพ้ ลูอิส-สเกลลี่ ในครึ่งแรก การประสานงานกันของทั้งคู่กลายเป็นฝันร้ายของผู้มาเยือน

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ ซาก้า กลับมาออกสตาร์ตตัวจริงหลังหายจากอาการบาดเจ็บส้นเท้า เขาใช้เพียง 9 นาทีเผาเครื่อง ราอูล ฮิเมเนซ ทางฝั่งขวาก่อนถวายพานให้ โยเคเรส แท็บอินเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูเปิดหัวของปืนใหญ่

ห้านาทีก่อนจบครึ่งแรก ทั้งคู่สลับบทบาทกันเมื่อ โยเคเรส ตามไปเล่นบอลทางฝั่งขวาก่อนรอจังหวะให้ ซาก้า วิ่งเติมขึ้นมารับบอลตามช่องพาบอลเข้าเขตโทษแล้วกดเสาแรกผ่านมือ แบร์นด์ เลโน่ เข้าไปอย่างเด็ดขาด 

จากนั้น โยเคเรส มาโหม่งปิดกล่องลูกเปิดของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ทำให้ดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ซัดไปแล้ว 21 ประตูรวมทุกรายการ 


โยเคเรส กดเบิ้ลทำยอดรวม 21 ประตูในซีซั่นนี้

โยเคเรส กลายเป็นนักเตะ อาร์เซน่อล คนแรกที่ทำได้เกิน 20 ประตูในฤดูกาลเปิดตัว นับตั้งแต่ อเล็กซิส ซานเชซ เคยทำไว้ในปี 2014/15 กลบเสียงวิจารณ์เรื่องผลงานได้อย่างมาก 

อาร์เตต้า ได้โอกาสถอด โยเคเรส รวมถึง เดแคลน ไรซ์ ออกไปพักเช่นกันก่อนเข้าสู่ 25 นาทีสุดท้าย ตามด้วย เอเบเรชี่ เอเซ่ อีกรายเพื่อเก็บแรงไว้ทำศึกใหญ่ในวันอังคารนี้

"นี่เป็นผลงานของทีมที่ยอดเยี่ยมมาก มีผลงานส่วนตัวของนักเตะที่ยอดเยี่ยมหลายคนด้วย ซึ่งนั่นสำคัญมากเช่นกัน" อาร์เตต้า กล่าวหลังเกม

"เราเริ่มเกมได้ในแบบที่เราต้องการ มีความคึกคัก และใช้การไล่เพรสสูงที่หนักหน่วงจริงๆ เราทำให้แฟนบอลมีอารมณ์ร่วม และเมื่อสนามแห่งนี้สร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมาได้ มันก็ยากที่ใครจะรับมือ"

"เรามีผู้เล่นให้เลือกใช้งานมากขึ้น มันมีความสมดุลที่ดีมากในแง่ของคุณภาพนักเตะ มันเป็นฟอร์มการเล่นที่วิเศษอย่างยิ่ง นอกจากนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการควบคุมเกม ความมุ่งมั่น และความเยือกเย็น เรานำพลังงานมหาศาลมาสู่สนามแห่งนี้"

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล ชนะรวมทุกรายการไปแล้ว 40 นัด (จากการลงเล่น 58 นัด) มากกว่าฤดูกาลไร้พ่ายของ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ชนะทั้งหมด 39 นัด (จากการลงเล่น 60 นัด) และมีอัตราการชนะสูงถึง 70.7% ซึ่งดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร


ซาก้า มีทั้งประตูและแอสซิสต์

การเก็บ 3 แต้มและยิงได้ถึง 3 ประตู ยังช่วยในเรื่องของ "ผลต่างประตูได้เสีย" ที่ตอนนี้บวกเพิ่มห่างจาก แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว 4 ลูก และยิงประตูรวมมากกว่า 1 ลูก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยตัดสินแชมป์ในช่วงโค้งสุดท้าย

ที่สำคัญสุดคือ การลงสนามก่อนและชนะได้ก่อนพร้อมหนีเป็น 6 คะแนนคือการกดดันในเชิงจิตวิทยาที่ถือว่ามหาศาล เป็นการตั้งโจทย์ให้ผู้ไล่ตามต้องแก้ด้วยการ "ชนะ" เท่านั้น และต้องชนะให้ได้หลายประตู ไม่มีทางเลือกอื่น

อาร์เซน่อล เหลือโปรแกรมในลีกอีกเพียง 3 นัด และไม่ต้องเดินทางออกนอกลอนดอนเลย โดยจะไปเยือน เวสต์แฮม สัปดาห์หน้า ต่อด้วยกลับมาเล่นในบ้านเจอ เบิร์นลีย์ ที่ตกชั้นไปแล้ว และปิดฤดูกาลไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่มีโอกาสพักตัวหากได้เข้าชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในอีก 4 วันจากนั้น

และอีกแค่ชัยชนะเดียวในเกมยุโรปวันอังคารก็จะการันตีตั๋วรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 

ชัยชนะล่าสุดนี้ทำให้แฟนบอลปืนใหญ่มีเหตุผลมากพอที่จะตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวังว่าฤดูกาล 2025/26 จะเป็นฤดูกาลที่การรอคอยของพวกเขาจะสิ้นสุดลงเสียที


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด