มาร์ติน โอเดการ์ด: จากแข้งอัจฉริยะวัย 15 สู่กัปตันทีมลุยฟุตบอลโลก
เวลาผ่านไปเกือบ 12 ปี ปัจจุบันเขาคือกัปตันทีม อาร์เซน่อล ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก และกำลังเตรียมตัวสร้างประวัติศาสตร์เป็นกัปตันทีมชาติคนแรกที่พานอร์เวย์ก้าวเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นับตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งเป็นปีที่ตัวเขาเองยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ
ย้อนไปในวันได้รับหมายเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต โอเดการ์ดในวัย 15 ปีให้สัมภาษณ์ด้วยความตื่นเต้นว่า "ผมช็อกมาก มันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย"
โอเดการ์ด เกิดในเมืองดรัมเมน เป็นลูกชายของอดีตนักบอลอาชีพ ฮันส์ เอริก โอเดการ์ด ทำให้เขาผูกพันกับฟุตบอลมาตั้งแต่จำความได้ เขาเริ่มเตะบอลในสวนหลังบ้านทันทีที่เริ่มหัดเดิน
ฝีเท้าของเขาโดดเด่นมากจนได้ลงเล่นเกมกระชับมิตรให้สโมสรสตรอมส์ก็อดเซต ตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนจะลงเล่นเกมทางการนัดแรกตอนอายุ 15 ปี 118 วัน จนฟอร์มไปเข้าตา เปอร์-มาเทียส ฮ็อกโม ผู้จัดการทีมนอร์เวย์ในขณะนั้น และเรียกตัวเขามาติดธงชุดใหญ่ทันที

ประเดิมทีมชาติด้วยวัยเพียง 15 ปี
ในเกมประเดิมสนาม โอเดการ์ด ไม่ได้ลงมาเพียงแค่สัมผัสเกมสั้นๆ แต่เขาได้รับโอกาสให้อยู่บนสนามครบ 90 นาทีเต็มท่ามกลางแฟนบอลกว่า 7,000 คน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับในภายหลังว่า "ตอนนั้นทุกอย่างมันบ้าคลั่งและผ่านไปเร็วมาก"
หลังจบแมตช์แรก สปอตไลท์ทุกดวงส่องมาที่เด็กหนุ่มคนนี้ทันที โอเดการ์ดกล่าวว่าเขาเซอร์ไพรส์มากที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงและอยู่จนจบเกม เกือบจะทำประตูได้ด้วยซ้ำ ฮ็อกโม เอ่ยชมว่า โอเดการ์ด แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในเกมรุกที่ยอดเยี่ยม
ขณะที่ มอร์เตน กัมส์ พีเดอร์เซน อดีตดาวเตะแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมในวันนั้น ได้กล่าวชื่นชมดาวรุ่งรุ่นน้องว่า "สำหรับเด็กอายุเท่านี้ เขามีความเข้าใจเกมและทักษะฟุตบอลที่น่าเหลือเชื่อมาก ผมไม่เคยเห็นใครมีพรสวรรค์สูงขนาดนี้มาก่อน แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือเขาเป็นเด็กที่น่ารัก อ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เขาไปได้ไกลในอาชีพค้าแข้ง"
ถัดจากนั้นเพียง 47 วัน โอเดการ์ด ก็ทำลายสถิติอีกครั้งด้วยการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในศึกยูโร 2016 รอบคัดเลือก (พบกับบัลแกเรีย)
ความฮือฮาในตัวเขาพุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ แฟนบอลนอร์เวย์ที่โหยหาซูเปอร์สตาร์มานานต่างคลั่งไคล้ในตัวเด็กหนุ่มจากเมืองดรัมเมนคนนี้ จนในที่สุดชื่อของเขาก็ไปเชื่อมโยงกับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และได้ย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์ในที่สุด

เป็นกัปตันทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2021
แม้ช่วงเวลาในสเปนเขาจะไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก แต่การย้ายมาร่วมทีม อาร์เซน่อล ในปี 2021 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชุบชีวิตอาชีพค้าแข้งของเขาให้กลับมารุ่งโรจน์จนก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก
ก่อนที่จะได้รับหน้าที่เป็นกัปตันทีมปืนใหญ่ถาวร โอเดการ์ด ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาตินอร์เวย์มาก่อนแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021
สตาเล่ โซลบัคเคน ผู้จัดการทีมชาตินอร์เวย์ในตอนนั้น มองว่า โอเดการ์ด เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในยุโรปอย่างโชกโชนแม้จะอายุยังน้อย ซึ่งการตัดสินใจนี้ได้รับการยอมรับอย่างท่วมท้นจากเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่มองว่าเขาคือผู้นำโดยธรรมชาติที่ทุ่มเทเกินร้อยทั้งในและนอกสนาม
หลังจากทำหน้าที่กัปตันทีมชาติมา 4 ปี ในที่สุด โอเดการ์ด ก็ทำความฝันให้เป็นจริงด้วยการพานอร์เวย์ผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกได้สำเร็จ ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกซึ่งรวมถึงการเอาชนะอดีตแชมป์โลกอย่างอิตาลีได้ทั้งเหย้าและเยือน พร้อมสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานของประเทศนับตั้งแต่ศึกฟร้องซ์ 98

พาปืนใหญ่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกก่อนลุยฟุตบอลโลก
"พวกเราเคยล้มเหลวในรอบคัดเลือกมาหลายต่อหลายครั้ง และต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก การได้พานอร์เวย์ไปเล่นทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ร่วมกับกลุ่มผู้เล่นชุดนี้ จึงเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อและเป็นหนึ่งในความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผม" โอเดการ์ด กล่าว
จากเด็กอัจฉริยะในวันนั้น สู่กัปตันผู้แบกรับความหวังของคนทั้งชาติในวันนี้ มาร์ติน โอเดการ์ด ได้พิสูจน์แล้วว่าพรสวรรค์ที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นสามารถเปลี่ยนผ่านจาก "ดาวรุ่งพุ่งแรง" สู่ "ผู้นำระดับตำนาน" ได้อย่างสง่างาม

