วิคตอร์ โยเคเรส กับฟุตบอลโลกในความทรงจำ
โยเคเรส คือหนึ่งในขุนพลคนสำคัญที่ช่วยให้ทีมชาติสวีเดนกลับมาลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้ง หลังจากคนในชาติต้องอกหักเมื่อ 4 ปีก่อนไม่ได้ไปรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์
ในบอลโลกหนนี้ สวีเดน อยู่ในกลุ่ม เอฟ ร่วมกับ เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น และ ตูนีเซีย โดยเริ่มต้นสวยงามไล่อัด ตูนีเซีย 5-1 โดยที่ โยเคเรส เปิดตัวบนเวทีฟุตบอลโลกได้ยอดเยี่ยมด้วยการจัดไป 1 ตุง กับอีก 1 แอสซิสต์
นัดสอง สวีเดน เจองานหนักดวลกับ เนเธอร์แลนด์ ก่อนโดนทัพกังหันไล่ต้อน 5-1 ต้องมาลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้ายกับ ญี่ปุ่น และเอาตัวรอดได้ด้วยการตีเสมอ 1-1 เยอเคเรส มีอีก 1 แอสซิสต์จ่ายให้ แอนโธนี่ เอลังก้า ซัดประตูแบ่งแต้มได้
ทว่าหลังจากเอาตัวรอดผ่านรอบแรกมาได้ ลูกทีมของ แกรม พ็อตเตอร์ กลับต้องโคจรมาเจอกระดูกชิ้นโตอย่างฝรั่งเศส ทีมเต็งแชมป์ที่กำลังยิงสลุต
ผลการแข่งขันในคืนนั้นก็เป็นไปตามหน้าเสื่อที่เกจิทุกสำนักคาดการณ์ไว้ ทัพ "ตราไก่" แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่าชัดเจนสามารถไล่ต้อนเอาชนะสวีเดนขาดลอย 3-0 คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กดสองประตู อีกลูกเป็นผลงานของ แบร็ดลีย์ บาร์โคล่า
โยเคเรส ไม่สามารถซ่อนความผิดหวังหลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกมได้ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเลือกที่จะมองโลกในแง่ดีและเพื่อปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีม

"มันไม่มีเวทีไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าฟุตบอลโลกอีกแล้ว มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก และผมก็ภูมิใจสุดๆ ที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้" โยเคเรส เปิดใจ หลังจบเส้นทางในฟุตบอลโลก
อีกหนึ่งสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของทัพไวกิ้งในทัวร์นาเมนต์นี้คือ แฟนบอลชาวสวีเดนที่แม้จะโดนกองเชียร์ฝรั่งเศสส่งเสียงข่มมิด แถมทีมยังโดน เอ็มบั๊ปเป้ ซัดประตูปลดล็อกก่อนหมดครึ่งแรกไม่กี่อึดใจ แต่พวกเขาก็ยังคงส่งเสียงร้องเพลงเชียร์แบบไม่มีแผ่วตลอด 90 นาที
"พวกเราเล่นเพื่อแฟนบอล ถ้าไม่มีพวกเขา พวกเราคงทำสิ่งนี้ไม่ได้ ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่พวกเราพาทีมไปไม่ถึงฝั่งฝัน" หัวหอกวัย 28 ปี กล่าวต่อ
นอกจากนี้ โยเคเรสยังมองว่าทัพตราไก่ชุดนี้มีภาษีดีพอที่จะเดินหน้าไปคว้าแชมป์โลกอีกสมัยได้
"ในแง่ของเกมรุก พวกเขาต่อบอลและประสานงานกันได้ดีมาก ๆ พวกเขาเข้าใจกันดี ซึ่งคุณสามารถเห็นและสัมผัสได้เลยเมื่ออยู่ในสนาม" โยเคเรส ยอมรับ
"ถ้าพวกเขายังคงเล่นได้แบบนี้ต่อไปและจัดระเบียบเกมรับให้เหนียวแน่น ไม่ปล่อยให้คู่แข่งมีช่องเจาะเข้าทำง่ายๆ ผมคิดว่าพวกเขาจะไปได้ไกลมากในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแน่นอน พวกเขาเป็นทีมที่ดีมากจริงๆ"

ดาวยิงจาก อาร์เซน่อล แทบหาโอกาสลุ้นประตูไม่ได้เพราะนอกจากโดนประกบติดหนึบแล้ว ยังต้องลงมาช่วยเกมรับในหลายครั้ง และในประตูแรกที่โดนเจาะ เขาพยายามป้องกันการโซโล่เดี่ยวของ เอ็มบั๊ปเป้ แต่ก็เอาไม่อยู่จริงๆ
"เขาเป็นผู้เล่นที่น่าทึ่งและยอดเยี่ยมมากๆ" โยเคเรส กล่าวถึงดาวยิงตราไก่ที่กดประตูในบอลโลกรอบสุดท้ายรวมไปแล้ว 18 ประตู
ที่น่าสนใจคือ วิลเลียม ซาลีบา ปราการหลังเพื่อนร่วมสโมสรปืนใหญ่ คือหนึ่งในคีย์แมนที่ปักหลักยืนเป็นกำแพงหิน ช่วยให้แผงหลังตราไก่เหนียวแน่นแข็งแกร่งจนแนวรุกสวีเดนแทบหาทางเจาะไม่เข้า
"มันเป็นเกมที่สนุกมากที่ได้ดวลกับเขา เขาคือกองหลังระดับโลก และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบอยู่แล้ว คือการได้วัดรอยเท้ากับผู้เล่นที่เก่งที่สุด" โยเคเรส กล่าวถึงการดวลกับ ซาลีบา
ท้ายที่สุด โยเคเรส ตั้งเป้าที่จะพาทีมกลับมาแก้ตัวอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2030 ที่โมร็อกโก, โปรตุเกส และสเปน เป็นเจ้าภาพร่วม โดยเขาเชื่อว่าทีมชุดนี้เพิ่งจะเริ่มต้นนับหนึ่งเท่านั้น
"พวกเราเป็นทีมสายเลือดใหม่ ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังไม่เคยผ่านทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับเมเจอร์มาก่อนเลย น่าจะมีแค่คนเดียวมั้งในทีมที่เคยมีประสบการณ์"
"พวกเรายังเป็นน้องใหม่แกะกล่องเมื่อเทียบกับทีมอื่น อย่างฝรั่งเศสเนี่ย พวกเขาเจนสนาม กระดูกบอลแข็งกว่าเยอะ และเล่นด้วยกันมานาน"
"แต่ผมมั่นใจว่าทีมเรามีแข้งพรสวรรค์สูงอยู่เพียบ ขอเวลาเก็บชั่วโมงบินและพัฒนาขึ้นไปอีกหน่อย ผมเชื่อว่าในอนาคต พวกเราจะกลายเป็นทีมที่เคี้ยวเขี้ยวลากดินและน่ากลัวมากๆ แน่นอน" โยเคเรส ทิ้งท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

