ภารกิจปั้นเด็กปืนในมือ 'ปาสกาล เดอ แมสชาลค์'

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงของ อาร์เซน่อล ในซัมเมอร์นี้คือการก้าวเข้ามารับตำแหน่งของ ปาสกาล เดอ แมสชาลค์ ผู้อำนวยการอะคาเดมี่คนใหม่ของสโมสร ที่เข้ามาสานต่องานจาก แพร์ แมร์เตซัคเกอร์

"น้าแพร์" ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งหลังทำงานบริหารศูนย์ฝึกเฮล เอ็นด์ มานานถึง 8 ปี และมีส่วนปลุกปั้นและผลักดันดาวรุ่งหลายต่อหลายคนให้ขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชุดใหญ่ 

สำหรับ ปาสกาล เดอ แมสชาลค์ ผู้อำนวยการชาวเบลเยียมวัย 52 ปี เพิ่งแยกทางกับ สตราส์บูร์ก สโมสรในเครือบลูโคซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคมาตั้งแต่ปี 2024 ก่อนบรรลุข้อตกลงย้ายมาทำงานในลอนดอน

เดอ แมสชาลค์ มีประสบการณ์โชกโชนในการพัฒนาเยาวชนระดับแถวหน้าของยุโรป เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเยาวชนที่โมนาโก 3 ปี และเคยดูแลอะคาเดมี่ของคลับ บรูช ทีมดังในเบลเยียมนาน 10 ปี จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

การเข้ามารับตำแหน่งกับ อาร์เซน่อล ในครั้งนี้ เดอ แมสชาลค์ จะมาดูแลอะคาเดมี่ของสโมสรทั้งหมด ควบคุมการพัฒนาฝีเท้านักเตะรุ่นใหม่ ๆ พร้อมทั้งยกระดับการสรรหาและคัดเลือกแมวมองเพื่อเพิ่มโอกาสในการคว้าดาวรุ่งฝีเท้าดีทั้งในอังกฤษและทั่วโลกเข้าสู่ทีมให้มากขึ้น 

แฟนปืนใหญ่คาดหวังต่อการมาของ ปาสกาล เดอ แมสชาลค์ ได้มากน้อยแค่ไหน ดิ แอธเลติก วิเคราห์เอาไว้น่าสนใจทีเดียว


ประสบการณ์โชกโชน

ในแผนงานระยะสั้นที่ผู้อำนวยการคนใหม่ชาวเบลเยียมต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ จัดการอนาคตของเด็กๆ ในอะคาเดมี่ให้ชัดเจน

หลังจากที่ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ประกาศเตรียมอำลาตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม อะคาเดมี่ของสโมสรก็ขาดหัวเรือใหญ่มาระยะหนึ่ง 

ช่วงปรีซีซั่นแบบนี้คือช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดทั้งการจัดตารางซ้อม และการวางคิวเตะอุ่นเครื่อง ฯลฯ เดอ แมสชาลค์ จะเป็นคนที่เข้ามาเพื่อให้งานทุกอย่างเดินหน้าต่อ และนักเตะเยาวชนได้รู้ว่าใครคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจอนาคตของพวกเขา 

เด็กบางคนกำลังรอสัญญาใหม่ บางคนถึงเวลาขยับรุ่น บางคนอาจถูกปล่อยตัว บางคนอาจได้ขึ้นชุุดใหญ่ หรือร่วมซ้อมกับทีมในช่วงปรีซีซั่น สิ่งเหล่านี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดย เดอ แมสชาลค์ จะเข้ามาทำหน้าที่ประสานงานกับ มิเกล อาร์เตต้า โดยตรงและตัดสินใจร่วมกัน

ขณะที่โปรเจกต์ระยะกลางและระยะยาว โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายฝีมือคือ ความสามารถในการสร้างมูลค่าและทำรายได้เข้าสู่สโมสรจากการปล่อยตัวผู้เล่นดาวรุ่งที่ไม่ดีพอจะสอดแทรกขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ 

ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล ถูกมองว่าปล่อยผลผลิตของทีมออกไปในราคาที่ต่ำเกินไป โดยหลังจากนี้ เดอ แมสชาลค์ จะเข้ามาจัดการระบบการยืมตัวและจังหวะเวลาในการเจรจาสัญญา เพื่อเปลี่ยนดาวรุ่งเหล่านี้ให้เป็นเงินทุนกลับมาหมุนเวียนพัฒนาสโมสรต่อไป


ดาวแมน ก้าวขึ้นมาจากเยาวชนและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แล้ว

อีกจุดที่ อาร์เซน่อล คาดหวังในตัวผู้อำนวยการอะคาเดมี่คือคนใหม่คือ ประสบการณ์ของเขาที่เคยทำงานในเครือข่ายหลายสโมสร

อาร์เตต้า เคยแสดงความอึดอัดใจเกี่ยวกับ "ข้อจำกัด" ที่อะคาเดมี่ในอังกฤษต้องเผชิญในการเสาะหาผู้เล่นและการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงสนามนับตั้งแต่สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป  

กฎการเซ็นสัญญานักเตะเยาวชนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สโมสรในอังกฤษไม่สามารถเซ็นสัญญานักเตะต่างชาติที่อายุต่ำกว่า 18 ปีได้อีกต่อไป จากเดิมที่เคยดึงตัวมาร่วมทีมได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี เช่นในเคสของ เชส ฟาเบรกาส หรือ เอคตอร์ เบเยริน 

นอกจากนี้ นักเตะต่างชาติที่จะย้ายมายังต้องผ่านเกณฑ์คะแนน GBE (Governing Body Endorsement) ซึ่งวัดจากคะแนนการลงเล่นให้ทีมชาติหรือสโมสรเดิม ทำให้การคว้าดาวรุ่งเก่ง ๆ ที่อาจเป็น "เพชรเม็ดงาม" มาร่วมทีมตั้งแต่อายุยังน้อยทำได้ยากขึ้น

ข้อจำกัดในประเทศตรงนี้ทำให้ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในอยู่ในเครือซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป หรือ เชลซี ในเครือบลูโคล หาทางออกด้วยการฝากเลี้ยงเด็กกับสโมสรในเครือก่อน เพื่อให้อายุครบ 18 ปี เด็กก็ได้ลงสนามต่อเนื่อง และสะสมคะแนน GBE จนผ่านเกณฑ์ที่จะย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในอนาคต

แต่ อาร์เซน่อล ยังไม่มีเครือข่ายสโมสรพันธมิตรที่ชัดเจนในลักษณะนี้ ทำให้ อาร์เตต้า รู้สึกว่าทีมกำลังเสียเปรียบคู่แข่งในการแย่งชิงตัวดาวรุ่งระดับท็อป


นักเตะเยาวชนกลับมาปรีซีซั่นกันแล้ว

กุนซือปืนใหญ่ กล่าวว่า "นั่นคือสิ่งที่หลาย ๆ สโมสรมีในเวลานี้ ดังนั้นข้อจำกัดในประเทศนี้จึงกระตุ้นให้เกิดสิ่งที่สโมสรอื่น ๆ หลายแห่งมีในตอนนี้ เช่น สโมสรพี่น้อง หรือระบบหลายสโมสร ดังนั้นการมองไปข้างหน้าในอนาคต จึงเป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องสำรวจ เพราะเห็นได้ชัดว่าด้วยระบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันยากมาก " 

การดึงตัวผอ.ชาวเบลเยียม ซึ่งมีโปรไฟล์ทำงานกับ สตราส์บูร์ก ทีมในเครือข่ายบลูโคของ เชลซี จึงเหมือนการได้ตัวผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกในระบบ Multi-club หรือ โมเดลเจ้าของเดียวหลายสโมสร เข้ามาอยู่ในทีม 

เดอ แมสชาลค์ จึงไม่ใช่แค่คนที่มารับช่วงงานต่อจาก แมร์เตซัคเกอร์ ในการดูแลเยาวชน แต่อาจเป็นสัญญาณชี้ว่า อาร์เซน่อล กำลังเตรียมแผนงานใหญ่ในอนาคต หรืออาจมีพันธมิตรฟุตบอลกับสโมสรต่างแดนช่วยให้ทีมสามารถดึงดาวรุ่งแข่งกับคู่แข่งร่วมลีกได้สูสีมากขึ้น

น่าตื่นเต้นมากครับสำหรับการมาของ ปาสกาล เดอ แมสชาลค์ ในฐานะหัวเรือใหญ่คนใหม่ของอะคาเดมี่สโมสร และก้าวต่อไปของ อาร์เซน่อล นับจากนี้



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด