ปิดฉากมหากาพย์ไวกิ้ง

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ทีมชาตินอร์เวย์ปิดฉากการเดินทางในฟุตบอลโลก 2026 ที่รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังคือหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่แฟนบอลต้องจดจำไปอีกนาน

การหวนคืนสู่เวทีฟุตบอลโลกหนแรกในรอบ 28 ปีของทัพ "ไวกิ้ง" ไม่ใช่เพียงแค่การมาให้ครบตามจำนวน แต่คือการประกาศศักดาว่าพวกเขากลับมาอยู่ในระดับท็อปของโลกอย่างเต็มตัว 

นอร์เวย์ ทำผลงานโดดเด่นตั้งแต่รอบคัดเลือกที่คว้าแชมป์กลุ่มของโซนยุโรป พวกเขาจัดการทีมแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง อิตาลี ได้อยู่หมัดทั้งไปและกลับ พร้อมพกสถิติลุยรอบสุดท้ายด้วยผลงานชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์

นัดแรกกับการเล่นฟุตบอลโลกในรอบเกือบสามทศวรรษ นอร์เวย์ ภายใต้การนำของกุนซือ สตาเล่น โซลบัคเค่น โชว์ศักยภาพให้เห็นทันทีด้วยการไล่อัด อิรัก 4-1 ตามด้วยเฉือนชนะ เซเนกัล 3-2 คว้าตั๋วเข้ารอบได้อย่างรวดเร็ว

ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่กลายเป็นตำนานบทใหม่ ทัพนักเตะไวกิ้งสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการโค่นยักษ์ใหญ่ "บราซิล" ลงได้อย่างงดงามด้วยแท็กติกที่รัดกุม คอนโทรลเกมเหนือชั้น และโต้กลับที่เฉียบคม ส่งให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ไปทั่วโลก 

แม้ท้ายที่สุด นอร์เวย์ ไม่สามารถฝ่าด่านเข้าถึงรอบตัดเชือกได้จากการพ่าย อังกฤษ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่ผลงานตลอดทัวร์นาเมนต์ก็มาไกลเกินคาดอย่างมาก

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของผู้เล่นในทีมโดยเฉพาะสองตัวหลักอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และ มาร์ติน โอเดการ์ด จนกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของแฟนบอลทั่วโลก


ฮาแลนด์ เป็นดาวซัลโวของรอบคัดเลือกโซนยุโรปด้วยผลงาน 16 ประตู ทิ้งห่างคู่แข่งรายอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น (รองลงมาคือทำได้ 8 ประตู) ก่อนที่จะตอกย้ำความเห็นเครื่องจักรสังหารด้วยการทำไป 7 ประตูในรอบสุดท้าย

หัวหอกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นฝันร้ายของทุกกองหลังที่ขวางหน้า ทุกครั้งที่เขาขยับตัวเข้าใกล้กรอบเขตโทษ เสียงเชียร์จากแฟนบอลจะดังกระหึ่มขึ้นทันที 

2 ประตูในนัดแรกกับ อิรัก ตามด้วยอีก 2 ประตูกับ เซเนกัล ที่ทำให้ทีมเข้ารอบ จากนั้นซัดประตูชัยเฉือนชนะ ไอวอรี โคสต์ 2-1 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย และที่สุดของที่สุดคือเหมาทั้งสองประตูโค่นแชมป์โลก 5 สมัย บราซิล ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ขณะที่ โอเดการ์ด ก็ได้รับคำชมไม่แพ้กัน เขาคือจอมทัพที่คอยกำหนดจังหวะการเล่นของทีม และทำไปถึง 4 แอสซิสต์  การอ่านเกมและคอนโทรลเกมที่เฉียบคมของกัปตันทีมจาก อาร์เซน่อล คือปัจจัยหลักที่พานอร์เวย์เดินทางมาได้ไกลขนาดนี้

โซลบัคเค่น พูดถึงผลงานของทีมว่า "เราบอกว่าเราจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นเมื่อมาถึงฟุตบอลโลก และเราก็ทำสำเร็จ นั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจที่สุด"

นอกเหนือจากผลงานในสนาม สิ่งที่ทำให้นอร์เวย์กลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนคือ "จิตวิญญาณ" ที่ส่งผ่านจากอัฒจันทร์สู่สนาม 


ภาพจำการเชียร์แบบ "Viking Row" (ท่าพายเรือไวกิ้ง) ของแฟนบอลนอร์เวย์ที่กระหึ่มไปทั่วสนาม กลายเป็นไวรัลที่แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความสนุกสนาน และพลังใจที่ผลักดันให้เหล่านักเตะสู้ไม่ถอยจนถึงนาทีสุดท้าย กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครที่ได้ชมการแข่งขันของนอร์เวย์ต่างก็หลงรักทีมนี้โดยไม่รู้ตัว

แม้จะพ่ายแพ้ในรอบก่อนรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย แต่แมตช์ที่ต้องสู้กับอังกฤษจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษนั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ตื่นเต้นที่สุดของทัวร์นาเมนต์ 

โอเดการ์ด เปิดใจหลังเกมว่า "มันน่าเจ็บใจที่ต้องตกรอบ แต่การเดินทางครั้งนี้มันยอดเยี่ยมและเป็นเหมือนการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่มาก เราภูมิใจในตัวเองได้เลย เรากลับมาฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบหลายปีและสร้างชื่อในแบบที่เราทำ"

"ทั้งโลกกำลังพูดถึงเรา การเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ และเราได้เห็นแล้วว่าเราไม่ได้ห่างชั้นจากทีมที่ดีที่สุดในโลกเลย"


ส่วน ฮาแลนด์ เสริมว่า "สิ่งเหล่านี้มันเหนือจริงมาก ผมคิดว่าทัวร์นาเมนต์นี้ได้เปลี่ยนผมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง มันยากที่จะประมวลผลทุกอย่างในตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป แต่การได้เป็นส่วนหนึ่งของงานแบบนี้มันพิเศษเหลือเกิน จากที่เคยแต่นั่งดูอยู่ข้างสนาม แต่วันนี้ผมได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง" 

"ถ้าผมพยายามคิดอย่างรวดเร็วผ่าน 40 วันเหล่านี้ มันบ้าคลั่งอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เจ๋งที่สุดที่ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งมา และผมคิดว่าคนนอร์เวย์ทุกคนก็ซาบซึ้งกับมันจริงๆ เช่นกัน ผมหวังว่ามันได้นำพาผู้คนมาอยู่ร่วมกัน พวกเราควรจะภูมิใจ แต่ในเวลาเดียวกัน เรียนรู้จากสิ่งนี้"

นักเตะนอร์เวย์แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่ยอดเยี่ยม วิ่งสู้ฟัดจนวินาทีสุดท้าย และในวันที่ทัพนักเตะเดินทางกลับถึงบ้านเกิด พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและยิ่งใหญ่สมกับเป็นวีรบุรุษของชาติ 

แฟนบอลนับแสนที่มารอรับต่างพากันโบกธงชาติและตะโกนชื่อของ ฮาแลนด์, โอเดการ์ด และทุกคนในทีม เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความทรงจำที่ยอดเยี่ยม

ฟุตบอลโลก 2026 อาจจบลงด้วยความผิดหวังในเชิงผลการแข่งขัน แต่สำหรับชาวนอร์เวย์ นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคทองยุคใหม่ ทัวร์นาเมนต์นี้ได้พิสูจน์แล้วว่า "ไวกิ้ง" ชุดนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อผ่านทาง แต่พวกเขามาเพื่อสร้างตำนานที่ผู้คนทั่วโลกจะพูดถึงไปอีกนานแสนนาน 


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด