11 โมเมนต์ดีสุดของ มาร์ติเนลลี่ กับ อาร์เซน่อล
เด็กหนุ่มจากบราซิลย้ายร่วมทีม "ปืนใหญ่" ด้วยวัยเพียง 18 ปี และแทบไม่มีแฟนบอลในอังกฤษคนใดรู้จัก
แต่ในวันที่อำลาทีม มาร์ติเนลลี่ จากไปในฐานะ "แชมป์พรีเมียร์ลีก" ซึ่งเป็นรางวัลที่คู่ควรอย่างแท้จริงจากความทุ่มเทและทำเพื่อทีมตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของแนวรุกทีมชาติบราซิล เราขอพาทุกคนย้อนกลับไปดู 11 โมเมนต์ที่สำคัญของอดีตหมายเลข 11 ของเรากันอีกครั้ง
เริ่มต้นร้อนแรง
มาร์ติเนลลี่ ในวัย 18 ปี ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในบอลถ้วยคาราบาว คัพ พบกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อเดือนกันยายน 2019 และนับเป็นคืนที่น่าจดจำอย่างยิ่ง
ในการสวมเสื้อหมายเลข 35 มาร์ติเนลลี่ โหม่งประตูแรกให้กับสโมสร ก่อนจะบวกประตูที่สองของตัวเองในตอนท้ายเกม ถล่มทีม "เจ้าป่า" ที่ตอนนั้นอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพไปขาดลอย 5-0
โซโลเดี่ยวที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์
มาร์ติเนลลี่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลแรกกับ อาร์เซน่อล โดยทำประตูในนัดแซงชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 รวมถึงยิงคนเดียวสองประตูในเกมดราม่าที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 5-5 ที่แอนฟิลด์

หนึ่งในประตูที่ดีที่สุดของเขาเกิดขึ้นในเกมพบกับ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือนมกราคม 2020 ในสถานการณ์ที่เหลือผู้เล่น 10 คนและโดนนำอยู่ 1-0 มาร์ติเนลลี่ ที่กำลังช่วยทีมเล่นเกมรับ วิ่งไปรับบอลจากการโหม่งเคลียร์ของ ชโคดราน มุสตาฟี่ ก่อนจะควบตะลุยผ่านกลางสนามเข้าไปยิงประตูตีเสมออย่างสะใจต่อหน้าแฟนบอลปืนใหญ่ที่ตามไปเชียร์
ปราบสาลิกาดง
หลังจากได้รับบาดเจ็บที่เข่าในฤดูร้อนปี 2020 มาร์ติเนลลี่ กลับมาลงสนามแบบเต็มสูบในฤดูกาล 2021/22 ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีมพลังหนุ่มของ มิเกล อาร์เตต้า
หนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดเกิดขึ้นจากการสัมผัสบอลเพียงครั้งที่สองของเขาในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ที่ตวัดยิงตามน้ำส่งบอลเสียบมุมบนอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะ 2-0 ในสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
เจาะตาข่าย ลิเวอร์พูล ได้ถึง 6 ลูก
ทะลวงตาข่าย ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล คือทีมที่ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ทำประตูได้มากสุดในการเล่นให้ อาร์เซน่อล โดยยิงได้ถึง 6 ประตู และหนึ่งในนั้นคือประตูที่ดีสุดอีกลูกกับทีม
เพียง 41 วินาทีแรกในเกมเหย้า มาร์ติเนลลี่ วิ่งสอดไปรับลูกจ่ายทะลุช่องของ มาร์ติน โอเดการ์ด ก่อนซัดเข้าไปให้ทีมนำ 1-0 ในเกมที่ อาร์เซน่อล เบียดชนะอย่างสุดเร้าใจ 3-2 และเขายังทำประตูที่แอนฟิลด์ได้ในฤดูกาลเดียวกันในเกมที่เสมอกัน 2-2
ฉายแสงที่ เซบีย่า
การลงเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรกของดาวเตะชาวบราซิลจบลงด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อเขาทำประตูได้ในเกมที่เอาชนะ เซบีย่า 2-1
มาร์ติเนลลี่ ปิดบัญชีจากการสวนกลับเร็วในสเปน โดยใช้ความเร็วควบผ่านแนวรับของ เซบีย่า ก่อนล็อคหลบผู้รักษาประตูเข้าไปยิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0
ถอนคำสาป แมนฯ ซิตี้

อาร์เซน่อล ยังไม่เคยเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เลยก่อนลงสนามพบกันในเดือนกันยายน 2023
ขณะที่เกมเสมอกันอยู่ 0-0 ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ลูกยิงหน้าเขตโทษของ มาร์ติเนลลี่ แฉลบ นาธาน อาเก้ เข้าประตู กลายเป็นจุดชี้ขาดให้ปืนใหญ่เก็บสามแต้มสำคัญเหนือเรือใบสีฟ้าได้สำเร็จ
แมตช์ใหญ่ไว้ใจได้
มาร์ติเนลลี่ สร้างชื่อในฐานะผู้เล่นที่มักทำประตูสำคัญในนัดสำคัญบ่อยครั้ง เช่นเกมเปิดบ้านต้อนรับจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยต้องการชัยชนะเพื่อลดช่องว่างคะแนน
หลังจากได้ประตูนำจาก บูคาโย่ ซาก้า และมาโดนตีเสมอ มาร์ติเนลลี่ ก็สร้างอิมแพกต์ด้วยการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดระหว่าง อาลีสซง และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยิงพาปืนใหญ่ขึ้นนำอีกครั้ง ก่อนเอาชนะไปได้ 3-1
ซัดปิดท้ายเชี่ยทัพราชันตกรอบยุโรปคาบ้าน
ฝังราชันคารัง
หลังจากตุนชัยชนะในนัดแรกมา 3-0 ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดสองที่สเปน เรอัล มาดริด ต้องการให้เรารักษาพลิกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
ขณะที่สกอร์เสมอกันอยู่ 1-1 มาร์ติเนลลี่ ดับความหวังของทัพราชันแบบสนิทเมื่อวิ่งขึ้นมารับบอลจากการจ่ายของ มิเกล เมริโน่ ก่อนสปีดเข้าหาประตูและยิงผ่าน ติโบต์ กูร์ตัวส์ พร้อมกับเขี่ยแชมป์ยุโรป 15 สมัยตกรอบคาบ้าน
ซูเปอร์ซับ
มาร์ติเนลลี่ มักทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อพบกับทีมจากลาลีกา โดยนอกจากประตูที่ยิง เซบีย่า และ เรอัล มาดริด แล้ว เขายังลงมาเป็นซูเปอร์ซับเล่นงาน แอธเลติก บิลเบา ได้อีกในเดือนกันยายน 2025
เพียงหนึ่งนาทีหลังจากถูกส่งลงสนาม มาร์ติเนลลี่ ใช้ความเร็วลากลุยเข้าไปยิงลอดตัว อูไน ซีม่อน เป็นประตูนำ จากนั้นเลี้ยงเจาะเข้าเขตโทษไปแอสซิสต์ให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงปิดกล่องเอาชนะไป 2-0 ที่ ซาน มาเมส
ดาวยิงชาวบราซิลกลายเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ทำประตูได้ 5 นัดติดต่อกันในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงประตูสำคัญในเกมชนะ บาเยิร์น มิวนิค 3-1
หนึ่งแต้มสุดล้ำค่า
นัดสำคัญในช่วงต้นของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2025 เมื่อ แมนฯ ซิตี้ มาเยือนลอนดอน และขึ้นนำก่อนจากลูกยิงช่วงต้นเกมของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ และสกอร์ยังคงเป็นแบบนั้นจนเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
แมนฯ ซิตี้ ดูเหมือนจะคว้าชัยชนะในเกมสำคัญไปได้ แต่ อาร์เซน่อล ก็ปฏิเสธพวกเขาด้วยความสามารถเฉพาะตัวอันยอดเยี่ยมของ มาร์ติเนลลี่
ประตูสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกที่สำคัญยิ่งยวด
ลูกตักข้ามหัวกองหลังสุดแม่นยำของ เอเบเรชี่ เอเซ่ ส่งไปถึง มาร์ติเนลลี่ ก่อนที่เขาจะเอาบอลลงแล้วกระดกข้ามหัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ให้ทีมตีเสมอ 1-1 ซึ่งประตูนี้และหนึ่งแต้มนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 22 ปี
แฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้ง
มาร์ติเนลลี่ ทำประตูได้มากมายในเสื้อสีแดงของ อาร์เซน่อล แต่เขาต้องรอจนถึงเดือนมกราคม 2026 กว่าจะทำแฮตทริกแรกให้ปืนใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมชนะ พอร์ทสมัธ 4-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบสาม เขาโหม่งทำประตูไปสองลูกและชาร์จจ่อๆ อีกหนึ่งลูก
ประตูที่ 62 และเป็นประตูสุดท้ายของเขาเกิดขึ้นในเกมชนะ วีแกน 4-0 ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ส่งผลให้ มาร์ติเนลลี่ ถือสถิติอันยอดเยี่ยมคือ ไม่เคยจบลงด้วยการเป็นผู้แพ้เลยในทุกนัดที่เขาทำประตูให้กับเรา

