สัญญาใหม่เพื่อสร้างยุคทอง
การช่วยให้ อาร์เซน่อล กลับคืนสู่แถวหน้าของวงการให้ได้ทั้งในประเทศและในยุโรป เป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างมากเมื่อเขากลับมายังสโมสรในฐานะผู้จัดการทีมเมื่อเดือนธันวาคม 2019 หลังเคยค้าแข้งในฐานะนักเตะระหว่างปี 2011 ถึง 2016
ห้าวันก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ทาง อาร์เตต้า นั่งอยู่เคียงข้าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซุ้มม้านั่งสำรองของทีมเยือนที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ความรู้สึกของเขาตอนนั้นไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้เลย
อาร์เซน่อล ถูกยิงนำถึงสามประตูตั้งแต่ครึ่งแรก และจบเกมในแบบที่นั่งว่างเปล่าหลายพันตัวพร้อมกับบรรยากาศที่เงียบเหงาอย่างน่าใจหาย
ในระหว่างทำหน้าที่ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ที่กอบโกยความสำเร็จมากมาย แต่อีกด้าน อาร์เตต้า รับรู้ความตกต่ำของสโมสรเก่า
เมื่อเขาได้รับมอบหมายภารกิจในการคืนชีพให้ อาร์เซน่อล อีกครั้ง การทำให้แฟนบอลกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับทีมและสโมสรจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญลำดับแรกๆ กระบวนการนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยความลำบาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง
แฟนบอลปืนใหญ่ออกมาต้อนรับรถบัสของทีมตามท้องถนนก่อนเข้าสู่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และร่วมกันสร้างหนึ่งในบรรยากาศที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในขณะที่ อาร์เซน่อล ยุติการรอคอยแชมป์พรีเมียร์ลีกยาวนาน 22 ปี และก้าวไปถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

มิเกล อาร์เตต้า ต่อสัญญาคุมทีม อาร์เซน่อล จนถึงปี 2030
ความใส่ใจในรายละเอียดคือหนึ่งในคุณสมบัติชั้นดีของ อาร์เตต้า และครอบคลุมไปถึงทุกตารางนิ้วของสโมสร
เขาขอให้ถอดหลังคาอุโมงค์ทางเดินออก เพื่อให้ทั้งสองทีมได้ยินเสียงเชียร์ของแฟนบอลก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกม ซึ่งช่วยปลุกใจนักเตะของเขาและกดดันฝ่ายตรงข้าม
เขายังนำเพลง North London Forever มาใช้เป็นเพลงประจำสโมสรในวันแข่ง ซึ่งเป็นเพลงที่ผูกพันกับการฟื้นตัวของทีมในปัจจุบัน
ข้อความสร้างแรงจูงใจถูกติดไว้ตามผนังที่ศูนย์ฝึกซ้อมลอนดอน โดยข้างๆ ข้อความว่า "Together we make history" อาร์เตต้า ได้ติดตั้งรูปเงาดำของถ้วยรางวัลพรีเมียร์ลีก โดยจะเปิดไฟสว่างขึ้นเมื่อคว้าแชมป์ได้สำเร็จเท่านั้น ผู้เล่นใหม่ทุกคนจะถูกพามาดูรูปเงาถ้วยแชมป์นี้ พร้อมรับฟังคำอธิบายถึงความหมายและเป้าหมายที่มันถูกตั้งไว้ตรงนั้น"
ตลอดระยะเวลาเกือบเจ็ดปีที่ อาร์เซน่อล เขาได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแรงจูงใจ และสร้างวัฒนธรรมที่มุ่งไปสู่ประสิทธิภาพระดับสูง
ในเดือนพฤษภาคม 2023 อาร์เตต้า ได้นำสุนัขพันธุ์ช็อกโกแลต ลาบราดอร์ เข้ามาในสนามฝึกซ้อม และมอบหมายให้สตาฟฟ์คนหนึ่งเป็นผู้ดูแลหลัก
"เธอชื่อ วิน (Win) พวกเราทุกคนชอบการเอาชนะ (Winning) และวินก็ต้องการความรักอย่างมาก" อาร์เตต้า กล่าวในตอนนั้น "ดังนั้น ความรักที่มีต่อวินจึงเป็นความรู้สึกพื้นฐานของพวกเรา"
เหล่านักเตะต่างหลงรัก "เจ้าวิน" และสลับกันพาไปเดินเล่น
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เขาได้ปลูกต้นมะกอกอายุ 150 ปีไว้ในบริเวณสนามฝึกซ้อม พร้อมอธิบายว่า "เราต้องดูแลรากเหล่านั้นทุกๆ วัน เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ได้รับพิษ ไม่เสียหาย และอยู่ในสภาพที่เหมาะสม" เขากล่าว

ตัวจริงนัดแรกที่คุมทีม
อาร์เตต้า คิดอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับข้อความที่ต้องการส่งต่อ โดยปรับแต่งการฝึกซ้อมให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา
ในเซสชันหนึ่ง เขาเปิดวิดีโอตัดต่อจาก TikTok บนหน้าจอขนาดใหญ่ขณะที่นักเตะกำลังฝึกซ้อมอยู่ด้านล่าง ในอีกเซสชันหนึ่ง พวกเขาตั้งวงกลมและทรงตัวด้วยปากการะหว่างนิ้วมือขณะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับลูกบอล เพื่อฝึกฝนสมาธิและความจดจ่อ
เขาดีใจที่ได้เห็นเหล่านักเตะริเริ่มและสร้างสรรค์ไอเดียของตัวเองขึ้นมา
พลังงานเป็นธีมที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอในสารคดี All or Nothing ของ Amazon ตอนที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำเบื้องหลังในฤดูกาล 2021/22
หลังจากแพ้สามจากห้าเกมแรก ก่อนถึงศึกดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือ อาร์เตต้า ได้วาดภาพการ์ตูนรูปหัวใจที่เขียนว่า "passion" (ความหลงใหล) และสมองที่เขียนว่า "clarity" (ความชัดเจน) กำลังจับมือกัน โดยมีแฟนบอล อาร์เซน่อล ถือธงเป็นฉากหลังบนกระดาน
"ทุกคน เราต้องเล่นด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกัน เราต้องเล่นด้วยสมองที่ชาญฉลาด และสองสิ่งนี้ต้องทำงานร่วมกัน" พวกเขายิงนำ 3-0 หลังจากผ่านไปเพียง 34 นาที และคว้าชัยชนะไปได้อย่างสบายๆ
ก่อนเกมอื่นๆ เขาเคยเชิญ สจ๊วร์ต แม็คฟาร์เลน ช่างภาพของสโมสรที่ทำงานมานาน 30 ปี มาพูดปลุกใจ และครั้งหนึ่งเขาเคยเล่าเรื่องการผ่าตัดหัวใจที่เขาได้รับเมื่อตอนเป็นเด็กให้เหล่านักเตะฟัง

แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปีที่แฟนบอลรอคอย
มีอยู่ครั้งหนึ่ง อาร์เตต้า พยายามกระตุ้นนักเตะก่อนเกมเยือนนัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล โดยการเปิดเพลงประจำสโมสรของหงส์แดง "You'll Never Walk Alone" ผ่านลำโพงกลางสนามฝึกซ้อม
ในอีกฉากหนึ่งในห้องแต่งตัว อาร์เตต้า ได้เสียบปลั๊กหลอดไฟขนาดใหญ่เข้ากับเต้ารับเพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังงานและการเชื่อมโยงกัน เขากล่าวว่า "ลำพังหลอดไฟคงไม่มีความหมาย แต่สิ่งที่ผมต้องการคือทีมที่มีจุดเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ และส่องสว่างออกมาเป็นพลัง"
อาร์เตต้า มองหาคุณสมบัติสามประการในตัวนักเตะหรือสตาฟฟ์ใหม่ทุกคน นั่นคือ ความหลงใหล (passion), ความเคารพ (respect), และสิ่งที่เขาเรียกว่า "the we" (ความเป็นหนึ่งเดียว) ความมุ่งมั่นต่อส่วนรวม
เขาเชื่อว่าเขาได้พบสิ่งนั้นในตัวทีมงาน และชิ้นส่วนสุดท้ายของทีมงานเบื้องหลังชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ก็มาจากความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อ 26 ปีที่แล้ว
ขณะถูกยืมตัวไปเล่นให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวัย 18 ปี อาร์เตต้า สนิทสนมกับ กาเบรียล ไฮน์เซ่ ซึ่งเข้ามาแทนที่ การ์ลอส เกสต้า ในฐานะผู้ช่วยของเขาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว
ดีดีเย่ร์ ดอมิก อดีตเพื่อนร่วมทีมเล่าว่า ไฮน์เซ่ เปรียบเหมือน "พี่ชาย" ของ อาร์เตต้า โดยเขาได้เข้ามาดูแลระเบียบการจัดทัพและความดุดันเข้มข้นของเกมรับ ซึ่งเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดและเก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ลูกตั้งเตะก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญ นิโกล่าส์ โยเวอร์ โค้ชลูกตั้งเตะผู้พา อาร์เซน่อล ทำลายสถิติ มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับ อาร์เตต้า ก่อนจะมาร่วมงานกันที่ อาร์เซน่อล ในฤดูร้อนปี 2021

กลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อได้รับรู้ความรู้สึกจากแฟนบอล
สมัยอยู่ที่ แมนฯ ซิตี้ ทาง อาร์เตต้า ได้แนะนำ โยเวอร์ ให้กับ กวาร์ดิโอล่า และการเข้ามาร่วมงานในฐานะผู้ช่วยที่เน้นเรื่องลูกตั้งเตะในเดือนกรกฎาคม 2019 ทำให้เขาเป็นบุคคลสำคัญในการคว้าแชมป์ลีกปี 2020/21 ของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ อาร์เตต้า ในอีกสองเดือนต่อมา
โยเวอร์ เคยทำงานใกล้ชิดกับ อินญากี้ กาย่า โค้ชผู้รักษาประตูที่ เบรนท์ฟอร์ด โดย กาย่า เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์กลุ่มแรกๆ ที่ อาร์เตต้า ดึงมาร่วมงาน เพียงสี่วันหลังจากเขาดำรงตำแหน่งเฮดโค้ช
โค้ชชาวสเปนรายนี้เคยร่วมงานและฝึกซ้อม ดาบิด ราย่า มาตั้งแต่สมัยอยู่ เบรนท์ฟอร์ด ก่อนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ ราย่า คว้ารางวัลถุงมือทองคำได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งยึดรางวัลนี้ในฤดูกาลล่าสุดเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ อัลเบิร์ต สตีเฟนเบิร์ก ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่วันแรกเช่นกัน
ตลอดเวลาหกปีกว่าในตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ อาร์เซน่อล เหลือผู้เล่นเพียงคนเดียวเท่านั้นจาก 11 ตัวจริงในเกมแรกที่ อาร์เตต้า ลงคุมทีม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ อาร์เตต้า สร้างทีมต่อเนื่อง และผู้เล่นคนเดียวที่เหลืออยู่คือ บูคาโย่ ซาก้า
ในวันบ็อกซิ่งเดย์ที่สายฝนโปรยปรายชายฝั่งทางตอนใต้ ซาก้า ในวัย 18 ปี ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายนัดที่เสมอกับ บอร์นมัธ 1-1
อาร์เซน่อล ถูกยิงนำไปก่อน และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทำประตูตีเสมอได้ แต่กองหน้าชาวกาบองคนนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เล่นซีเนียร์รวมถึง เมซุต โอซิล และ ดาวิด ลุยซ์ ที่ค่อยๆ ถูกถอดออกเพื่อเปิดทางให้กลุ่มดาวรุ่งก้าวขึ้นมา

นอกจาก ซาก้า แล้ว เอมิล สมิธ โรว์ ก็เป็นดาวรุ่งยุคแรกๆ ที่แจ้งเกิด ตามมาด้วย อีธาน วาเนรี่ และ ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ ส่วนรายล่าสุดคือ แม็กซ์ ดาวแมน ผู้กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อเขายิงประตูใส่ เอฟเวอร์ตัน ในเดือนมีนาคม
คนใกล้ชิด อาร์เตต้า อธิบายถึง "ความมุ่งมั่นแน่วแน่" อันเป็นสิ่งจำเป็นในการตัดสินใจที่ยากลำบาก
อารอน แรมส์เดล ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2022/23 และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ ถึงกระนั้น อาร์เตต้า ก็ยังตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ราย่า และท่ามกลางการตั้งเครื่องหมายคำถามอย่างหนัก เขาก็ค่อยๆ ดันมือหนึ่งชาวสเปนรายนี้ขึ้นมาเป็นตัวจริงประจำทีม สุดท้ายแล้วนี่คือการตัดสินใจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้องอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบ "the we" เขาเห็นบางอย่างในตัว ราย่า ที่ช่วยยกระดับทั้งทีมขึ้นไปในแบบที่พรสวรรค์ของ แรมส์เดล เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้
จากวันที่นั่งมองความตกต่ำในซุ้มม้านั่งสำรองด้วยความรู้สึกที่แทบไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สู่ทีมแห่งความสำเร็จที่เขาลุกขึ้นมาลงมือสร้างมันขึ้นมาทีละอิฐทีละชิ้นด้วยตัวของเขาเอง
มิเกล อาร์เตต้า ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มันคือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม ความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่รากเหง้าของวัฒนธรรมสโมสร ไปจนถึงความกล้าหาญในการตัดสินใจที่เด็ดขาดเพื่อสโมสร
ด้วยสัญญาที่ยาวไปจนถึงปี 2030 และความมุ่งมั่นที่ไม่เคยลดน้อยลง นายใหญ่ชาวสเปนรายนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้จัดการทีมที่พา อาร์เซน่อล กลับคืนสู่บัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่เขายังได้สถาปนาตัวเองให้กลายเป็นสถาปผู้สร้าง "ยุคทอง" บทใหม่ ที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรไปอีกนานแสนนาน

