วันปืนแตกที่ไฮบิวรี่
ฟลีตวู้ด ทาวน์ ทีมในลีก ทู หรือว่า ดิวิชั่น 4 ดวลจุดโทษชนะ อาร์เซน่อล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก
มันเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นต่อหน้าแฟนบอลห้าพันกว่าคนในสนาม และอีกหลายร้อยล้านคนทั่วโลกผ่านการทอดสด
ฟลีตวู้ด ทาวน์ เป็นเพียงทีมเดียวจากลีก ทู ที่หลุดเข้ารอบ 16 ทีมคาราบาว คัพ ในปีนี้ ที่เหลือเป็นพรีเมียร์ลีก 13 ทีม และลีก วัน 2 ทีม (เจอกันเองด้วยคือ แบร็ดฟอร์ด กับ ปีเตอร์โบโร่)
พวกเขาถูกมองว่า "อ่อนสุด" อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังต้องเจองาน "หนักสุด" ด้วยเพราะต้องรับมือทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุด และเป็นรองแชมป์เก่าของรายการนี้
ถ้าเอาอันดับในตารางมาเรียงต่อกัน อาร์เซน่อล จะอยู่เหนือ ฟลีตวู้ด ทาวน์ มากถึง 84 อันดับ
เอามูลค่านักเตะมาเทียบ อาร์เซน่อล สูงกว่าถึง 500 เท่า ขณะที่ค่าเหนื่อยนักเตะปืนใหญ่คนเดียว (เฉลี่ย 156,000 ปอนด์/สัปดาห์) สามารถจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะฟลีตวู้ด ‘ยกทีม’ (52,402 ปอนด์) ได้ถึง 3 เท่า
นี่คือความต่างระหว่างทั้งสองทีม
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่การันตีว่าเมื่อลงสนามเผชิญหน้ากันแล้ว ทีมที่ดูเล็กกระจิริดกว่าจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสมอไป
ฟลีตวู้ด ทาวน์ พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าพวกเขาสามารถทำเรื่องไม่น่าเชื่อให้เป็นไปได้ ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ก็ได้บทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำไปอีกนาน

โอกาสเพียบแต่ทำได้เพียงประตูเดียว
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือปืนใหญ่ไม่ได้ประมาทคู่แข่งจนเกินไป เขาจัดทัพผสมผสานระหว่างผู้เล่นชุดใหญ่กับดาวรุ่ง
แนวรุกมี ไค ฮาแวร์ตซ์ กับ วิคตอร์ โยเคเรส เล่นร่วมกับดาวรุ่งอย่าง แม็กซ์ ดาวแมน และ เซดัค โอนีล ตรงกลางก็มี ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ และ มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ส่วนเกมรับใช้ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ และ ปิเอโร่ อินกาปิเย่ ช่วยประคองคู่เซนเตอร์อายุน้อยทั้ง คริสเตียน มอสเกร่า และ มาร์ลี แซลม่อน
เป็น 11 ตัวจริงที่ถือว่ามีศักยภาพมากพอในการเอาชนะทีมระดับลีก ทู ได้ ตัวที่อายุน้อยที่สุดอย่าง ดาวแมน ในวัย 16 ปี ก็พิสูจน์ผลงานในบอลถ้วยให้เห็นหลายครั้ง ในรอบที่แล้วเขาก็ทำ 2 ประตูใส่ อิปสวิช พร้อมเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์
แถมข้างสนามก็มีตัวหลักสแตนด์บายในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้ง มาร์ติน โอเดการ์ด, บรูโน่ กิมาไรส์, เอซรี่ คอนซ่า ฯลฯ
แต่จุดที่ทำให้ผลการแข่งขันออกมาผิดคาดคือ เกมรุกของ อาร์เซน่อล ใช้โอกาสเปลือง ไม่มีความเด็ดขาด จนทำให้การแข่งขันล่วงเลยไปถึงยิงจุดโทษ
ตลอดทั้งเกม อาร์เซน่อล ได้ลุ้นยิงถึง 26 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้เพียงลูกเดียวจาก วิคตอร์ โยเคเรส แถมเป็นลูกยิงที่วืดในทีแรกด้วยซ้ำ ยังดีที่ตามจังหวะสองแบบแป๊กๆ เอาบอลเข้าประตูไปจนได้
ตรงกันข้ามกับ ฟลีตวู้ด มีโอกาสครั้งแรกและครั้งเดียวตลอดครึ่งแรกแล้วทำได้เลย อาร่อน ลูปาโล-บี พลิกหนี มาร์ลี แซลม่อน เข้าไปซัดประตูขึ้นนำอย่างเซอร์ไพรส์
อาร์เตต้า ยอมรับหลังเกมว่าลูกทีมควรจบสกอร์ให้ดีกว่านี้ เพราะเมื่อทำไม่ได้แล้ว ความผิดพลาดก็จะย้อนมาเล่นงานตัวเอง

ดาวแมน คุมอารมณ์ไม่อยู่จนโดนใบแดง
"เมื่อเราสร้างโอกาสทำประตูได้มากมายขนาดนี้ คุณต้องยิงให้ได้ 3, 4 หรือ 5 ประตู คุณต้องเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ คุณก็จะไม่มีโอกาสให้แก้ตัว และนี่คือความเป็นจริง"
หากวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพในการเปลี่ยนโอกาสที่มีให้กลายเป็นประตูแล้ว ความไม่เด็ดขาดในการจบสกอร์ก็คือส่วนหนึ่งในการเล่นที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ผู้เล่นหลายคนไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดี หรือตามคุณภาพฝีเท้าที่มี แถมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นง่ายๆ แม้เป็นฝ่ายครองบอลเหนือกว่า แต่ก็ไม่ได้กดคู่แข่งจนโงหัวไม่ขึ้น
มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ลงสำรองตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังกล่าวเสริมว่า "มันน่าผิดหวังมากที่ต้องตกรอบ ฟอร์มการเล่นของเราในวันนี้ไม่ได้อยู่ในระดับที่ควรจะเป็น เราควรต้องทำให้ดีกว่านี้อีกมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราแสดงออกมา มันน่าผิดหวังและน่าเสียดายจริงๆ"
ฟลีตวู้ด ทาวน์ ตั้งใจเล่นกันมาก สู้สุดชีวิต ยืนตำแหน่งกันแน่นหนาในเขตโทษจนสามารถบล็อกลูกยิง อาร์เซน่อล ได้ถึง 10 ครั้ง
บางจังหวะก็งัดลูกหนักออกมาเบรกการเล่นของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ อาร์เตต้า คาดเอาไว้อยู่แล้วว่าต้องเจอ และได้กำชับลูกทีมตั้งแต่ก่อนเกมว่าต้องควบคุมอารมณ์ให้ดี
ใบแดงของ แม็กซ์ ดาวแมน คือตัวอย่างชัดเจน ปีกดาวรุ่งวัย 16 ปี เจอเข้าเสียบหนักจนสติหลุดไปเอาคืน ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกต้องไล่ออกสถานเดียว

ฟลีตวู้ด ทาวน์ สร้างประวัติศาสตร์สุดเหลือเชื่อ
อาร์เตต้า ถูกนักข่าวถามว่าเขาพูดอะไรกับดาวรุ่งวัยทีนตอนเดินออกจากสนามหลังได้ใบแดง
กุนซือปืนใหญ่ตอบว่า "เป็นสิ่งที่เราได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้วก่อนการแข่งขัน"
คู่แข่งเล่นหนักเล่นแรง แต่การตอบโต้คืนไม่ใช่ทางเลือกที่ดี มันได้แค่ความสะใจเพียงชั่ววูบ เทียบไม่ได้กับผลกระทบที่เลวร้ายตามมา
เพื่อนร่วมทีมที่เหลือต้องออกแรงมากขึ้น ตัวหลักหลายคนที่ควรได้พักก็ต้องเหนื่อยแบบไม่จำเป็น ทั้งที่มีเกมลีกนัดสำคัญไปเยือน ลิเวอร์พูล รออยู่ ทุกอย่างส่งผลกระทบกันไปหมด
เมื่อการแข่งขันต้องไปตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ช่องว่างของทั้งสองทีมที่เคยต่างกันราวฟ้ากับเหวก็ถูกบีบแคบลง แถมมีเรื่องโชคผสมกันด้วย นอกเหนือจากเรื่องของฝีมือและสมาธิ โอกาสนั้น 50-50 อยู่แล้ว
ท้ายที่สุดเป็น ฟลีตวู้ด ทาวน์ ทำได้ และแน่นอนว่าชัยชนะนัดนี้คือค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร พวกเขาล้มทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลถ้วยได้สำเร็จ
ส่วน อาร์เซน่อล กับการลงเล่นในสนาม "ไฮบิวรี่ สเตเดี้ยม" ชื่อเดียวกับรังเหย้าเก่า แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กัน พวกเขาไม่ได้รับประสบการณ์ชื่นมื่นเหมือนวันวานที่ไฮบิวรี่จริงๆ ของตัวเอง แต่กลับพบฝันร้ายที่จะถูกพูดถึงไปอีกนาน

