สัญญาณบวกจาก วิคตอร์ โยเคเรส
หลังจากขึ้นนำได้ 2-0 พร้อมโอกาสลุ้นประตูเกือบสิบครั้งในครึ่งแรก "ปืนใหญ่" น่าจะเก็บชัยชนะได้สบาย แต่สถานการณ์พลิกตาลปัตรในครึ่งหลัง ฟอร์มอันตื่นตาตื่นใจกลับหายไปดื้อๆ มีโอกาสเพิ่มแค่ 4 ครั้ง แถมปล่อยให้ สลาเวีย ปราก ได้ลุ้นยิงถึง 17 ครั้ง ทั้งที่ 45 นาทีแรกโอกาสเพียงครั้งเดียว
มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับผิดหวังกับผลงานในครึ่งหลังของทีม และได้บทเรียนที่จะต้องนำไปเรียนรู้ต่อไป แต่ก็พอใจผลงานในภาพรวมของทีมนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาลที่ต้องเล่นนอกบ้านถึง 11 นัดจาก 16 นัด
แต่ในความรู้สึกสองขั้วในฟอร์มการเล่นของทีม สิ่งที่ดีที่สุดที่ทุกคนมองเหมือนกันคือ ฟอร์มการเล่นของ วิคตอร์ โยเคเรส
โยเคเรส เริ่มต้นฤดูกาลค่อนข้างลำบาก เขากลายเป็นตัวเลือกสำรองของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และเพิ่งได้ออกสตาร์ตัวจริงในเกมลีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น
หลายต่อหลายนัดที่ได้โอกาสก็โดนวิจารณ์อยู่ตลอด นอกจากทำประตูแทบไม่ได้แล้ว การเล่นก็เหมือนไม่เข้ากับเพื่อนร่วมทีม และดูจะขาดความมั่นใจพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ผลงานช่วงหลังของดาวยิงทีมชาติสวีเดนเริ่มมีอะไรให้พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งนัดล่าสุดกับ สลาเวีย ปราก ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าจะเป็นหนึ่ในผลงานที่ดีสุดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมก็ว่าได้
โยเคเรส ทำไป 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในครึ่งแรก ซึ่งเมื่อดูจากฟอร์มของทีมที่ดร็อปลงในครึ่งหลัง การนำ 2-0 ที่ โยเคเรส มีส่วนทั้งสองลูก ก็กลายเป็นผลงานสุดล้ำค่าที่ช่วยทีมควักชัยชนะกลับออกมาได้

นอกจากการมีส่วนร่วมทำประตูแล้ว การเล่นโดยรวมก็น่าประทับใจจนทำให้สโมสรและแฟนบอลต่างคาดหวังว่าผลงานนัดนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับหัวหอกวัย 28 ปีได้ในฤดูกาลนี้
ย้อนไปในฤดูกาล 2025-26 ที่ย้ายร่วมทีมฤดูกาลแรก โยเคเรส ต้องแบกรับภาระหนักหน่วงในฐานะกองหน้าตัวเป้าธรรมชาติเพียงคนเดียวของทีม แต่ในฤดูกาลนี้ อาร์เตต้า ดูจะชื่นชอบสไตล์การเล่นของ ไค ฮาแวร์ตซ์ มากกว่า
สำหรับ โยเคเรส ที่คุ้นเคยกับการเป็นตัวหลักมาตลอดตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับ โคเวนทรี ซิตี้ และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน การตกเป็นสำรองบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้จึงไม่ใช่สถานการณ์ที่ง่ายแน่นอน
อย่างไรก็ตาม การมีกองหน้าสองสไตล์ที่แตกต่างกันอยู่ในมือ เปิดโอกาสให้ อาร์เตต้า สามารถเลือกใช้แท็คติกและการเข้าทำให้เข้ากับโจทย์ของแต่ละนัดได้อย่างลงตัว
สำหรับการบุกเยือนกรุงปรากครั้งนี้ อาร์เตต้า เปิดเผยว่าการส่ง โยเคเรส ลงสนามเป็นตัวจริง เป็นการวางแผนมาอย่างตั้งใจ
"เรามองว่าเกมนี้เหมาะกับเขา ทั้งในแง่ของโจทย์ที่คู่แข่งตั้งรับและพื้นที่ว่างที่เราสามารถโจมตีได้" อาร์เตต้า อธิบาย
"เขาทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก ไม่ใช่แค่การทำแอสซิสต์กับประตู แต่เขายังเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้อย่างไหลลื่น นี่คือข่าวดีสุดๆ เพราะเขาคู่ควรกับฟอร์มการเล่นแบบนี้"
โยเคเรส เป็นคนแอสซิสต์ประตูเปิดหัวให้ โนนี่ มาดูเอเก้ ตั้งแต่ช่วงต้นเกม จากจังหวะพักบอลเอาบอลลงก่อนตวัดเร็วทะลุแนวรับสลาเวียให้ปีกทีมชาติอังกฤษหลุดเข้าเขตโทษไปยิงผ่านมือ นาซาร์ ดอมชัค นายด่านดาวรุ่งวัย 19 ปีเจ้าถิ่นเข้าไปอย่างเยือกเย็น

อาร์เตต้า ชื่นชมผลงานนัดล่าสุดของ โยเคเรส
ก่อนหมดเวลาครึ่งแรกไม่นาน โยเคเรส ก็มาบวกสกอร์เพิ่มให้ตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประตูที่สวยที่สุดจาก 23 ลูกที่เขาทำได้กับสโมสรจากจังหวะทำชิ่งกับ มิเกล เมริโน่ ก่อนบรรจงปั่นโค้งๆ ส่งบอลเช็ดเสาไกลเข้าประตูไปอย่างเยือกเย็น
ลูกยิงสุดเนียนตานี้เรียกเสียงปรบมือและรอยยิ้มจากเพื่อนร่วมทีมที่กำลังวอร์มอยู่ข้างสนามได้สนั่น นอกจากความเหนือชั้่นในการจบสกอร์แล้ว สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือจังหวะการต่อบอลประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมในแดนหน้า
โยเคเรส แสดงให้เห็นถึงการสัมผัสบอลและเซนส์ฟุตบอลที่เฉียบคมแบบเดียวกับที่เขาเคยแอสซิสต์ให้ เดแคลน ไรซ์ ซัดตีเสมอช่วงท้ายเกมในนัดบุกเสมอ บาเยิร์น มิวนิค 2-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนหน้านี้
ต้องยอมรับนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 73.5 ล้านยูโรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โยเคเรส ไม่ได้ดูเข้าขากับแนวรุกของทีมแบบแนบเนียนมากนัก การจับบอลแรกของเขาดูเก้ๆ กังๆ และจังหวะการเคลื่อนที่มักจะหลุดสเต็ปไม่สอดคล้องกับจังหวะการเล่นของทีม
ข้อบกพร่องเหล่านี้ รวมถึงหลายจังหวะในการเล่นทำให้บางครั้งเขาดูเหมือนส่วนเกินที่ไม่เข้ากับระบบของ อาร์เซน่อล
อย่างไรก็ตาม "สัญญาณล่าสุดบอกเราว่ารอยต่อที่เคยติดขัดกำลังได้รับการปรับจูนใกล้ลงตัวมากขึ้น

ซิวรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากนัดล่าสุด
อาร์เตต้า ยอมรับว่าประทับใจทั้งการเคลื่อนที่และการเชื่อมเกมของหัวหอกรายนี้ไม่แพ้ลูกยิงสุดสวย "เขาทำสิ่งนั้นได้ดีมากๆ เขามีความเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ว่าจังหวะไหนควรอยู่ไปตรงไหน และจังหวะไหนควรวิ่งฉีกแนวรับ"
ตัวของ โยเคเรส เองก็เชื่อว่าความคุ้นเคยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับเพื่อนร่วมทีมคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
"มันมาพร้อมกับเวลาที่คุณได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกันและกัน ยิ่งคุณได้ลงสนามร่วมกันมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งรู้ว่าพวกเขาอยู่ตรงจุดไหนในสนาม และมีจุดเด่นอะไรบ้าง"
สถิติ 5 นัดหลังสุดกับสโมสรเจ้าตัวจัดการกดไปแล้ว 3 แอสซิสต์กับ 2 ประตู หลังจากออกสตาร์ตด้วยความฝืด ตอนนี้ดูเหมือนว่าเครื่องยนต์ของเขาเริ่มร้อนและฤดูกาลนี้กำลังจะเข้าที่เข้าทางแล้ว
ฟอร์มการเล่นในกรุงปรากช่วยสร้างความมั่นใจได้ทั้งสองด้านทั้งความเฉียบคมในการทำประตู และเทคนิคชั้นยอดในการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม
แต่น่าเสียดายสำหรับ อาร์เตต้า ตรงที่เกมรุกอันดุดันไหลลื่นในครึ่งแรกกลับหายวับไปกับตาในครึ่งหลังที่รูปเกมอึดอัดขึ้น "เราเล่นกันคนละเรื่องเลยในสองครึ่งนี้ ครึ่งแรกเราเล่นด้วยสปีด เทมโป้ ความเข้มข้น และความเด็ดขาดในระดับที่สูงมากตามที่เกมเรียกร้อง"
"แต่พอเริ่มครึ่งหลังปุ๊บ เรากลับหลุดมาตรฐานไปไกลลิบ ทั้งในเรื่องพื้นฐานเบสิก ไอเดีย และทุกอย่างที่เราตกลงกันไว้เพื่อไม่ให้เกมมันออกมาหน้าตาแบบนี้"
ทำแอสซิสต์ช่วยทีมบุกเสมอเสือใต้
มันอาจจะยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่าเกมๆ เดียวจะสามารถลบข้อกังวลทั้งหมดเกี่ยวกับความเหมาะสมของโยเคเรส กับระบบของอาร์เตต้าได้ บททดสอบสำคัญต่อจากนี้คือการรักษามาตรฐานความเข้มข้นแบบนี้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในลีกซึ่งมักเจอคู่แข่งที่ไม่เปิดพื้นที่ว่างแนวรับให้เล่นก็ตาม
กระนั้น สัญญาณชีพบ่งบอกว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย โยเคเรส ไม่ได้ดูโดดเดี่ยวจากเพื่อนร่วมทีม แต่เขากำลังกลายเป็น "ฟันเฟืองชิ้นสำคัญ" ที่ถูกประกอบเข้ากับระบบของทัพปืนใหญ่ได้อย่างลงตัว
และเมื่อบวกกับฟอร์มการยิงประตูของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ในรอบสัปดาห์นี้ อาร์เตต้า จึงมีทางเลือกในแดนหน้าถึงสองคนที่กำลังแย่งกันทำผลงาน
การตื่นขึ้นมาของ วิคตอร์ โยเคเรส ในยามที่ทีมต้องการ ไม่เพียงแต่ต่อลมหายใจให้ดาวยิงสวีดิชในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเท่านั้น แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ อาร์เซน่อล ยืนระยะลุ้นแชมป์รายการสำคัญไปตลอดรอดฝั่งในฤดูกาลนี้

