ทางผ่าน

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 คอลัมน์ บรรเลงเพลงแข่ง โดย แว่นดำ
325
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"ส่วนตัวฉัน จะขอเป็นทางผ่าน ขอเป็นทางผ่าน ให้เธอก้าวเดินผ่านไป" (บิ๊กแอส, 2540)

    ปี 2026 ... ปีม้าบ้าบอ!

    เพิ่งผ่านมาไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี เกิดการเปลี่ยนแปลงกุนซือ 3 สโมสรใหญ่อย่างไม่ได้นัดหมาย

    1 มกราคม เชลซี ปลด เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก่อนแต่งตั้ง เลียม โรซีเนียร์ แทนที่ในอีก 1 สัปดาห์ถัดมา

    5 มกราคม แมนฯ ยูไนเต็ด ตะเพิด รูเบน อาโมริม ตามด้วยการแต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค คุมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาลนี้

    ล่าสุด 12 มกราคม เรอัล มาดริด แยกทาง ชาบี อลอนโซ่ แล้วมีคำสั่งให้ อัลบาโร่ อาร์เบลัว ขยับจากโค้ชชุดเล็กขึ้นมารับหน้าที่ชั่วคราว

    กรณีของ "คุณชาย" ถือว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพียง 7 เดือนเศษ กุนซือหนุ่มอนาคตไกลกลายเป็นอดีตของ "ราชันชุดขาว" ไปเสียแล้ว

    

แค่ลมที่พัดไม่มีตัวตน

    ทำไมยุคของอลอนโซ่ที่ เรอัล มาดริด ถึงสิ้นสุดลงเร็วขนาดนี้?

    กีเยม บาลาเก้ นักข่าวชื่อดังสายฟุตบอลสเปนของบีบีซี เขียนเอาไว้ในคอลัมน์ของตัวเอง

    กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว สำหรับภาพของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่โบกมือให้เพื่อนร่วมทีมออกจากสนาม ขณะที่อลอนโซ่ขอให้ลูกทีมอยู่ในสนามต่อ เพื่อตั้งแถวเกียรติยศให้กับผู้เล่นบาร์เซโลน่า หลังจบเกมสแปนิช ซูเปอร์ คัพ ที่เรอัล มาดริดพ่าย 2-3

    อย่างไรก็ตาม "บิ๊กเป้" ยืนกรานปฏิเสธ และในที่สุด "บอสโซ่" ก็จำใจศิโรราบ เดินหันหลัง และทำตามที่ลูกทีมบังเกิดกล้าปรารถนา

    ไม่มีการตั้งแถวเพื่อแสดงความมีน้ำใจนักกีฬา จากฝั่งเรอัล มาดริด การยืนปรบมือให้คู่แข่งตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่าเป็นเรื่องหนักหนาเกินกว่าที่สิ่งที่เรียกว่า "สปิริต"

    สำหรับหลายคน มันดูเหมือนขาดความสง่างามทางกีฬา ซึ่งเป็นสิ่งที่อลอนโซ่ไม่เคยเกี่ยวข้องด้วย ไม่เพียงเท่านั้น มันยังบ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายนั่นคือ ผู้ควบคุมทีมตอนนี้ ไม่ใช่เฮดโค้ชไฟแรงอย่างเขาอีกแล้ว

    ว่ากันง่ายๆ ว่า อลอนโซ่รู้ซึ้งแล้วว่า ตนเองไม่สามารถควบคุมห้องแต่งตัว เรอัล มาดริด ซึ่งอุดมด้วยสตาร์พันล้านได้

    ลูกทีมฟังขาใหญ่อย่างเอ็มบั๊ปเป้ และปฏิเสธคำร้องขอของตนเอง ราวกับไม่เห็นหัว

    เพื่อนๆ คงจินตนาการได้ว่า อลอนโซ่รู้สึกอย่างไร บางที กุนซืออาจคิดในใจว่า "มันจบแล้วครับนาย"

    นี่ไม่ใช่การลาออก และไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า อลอนโซ่ไม่คาดคิดว่าจะต้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเรอัล มาดริด เพียงแค่ 7 เดือนครึ่ง หลังรับการแต่งตั้ง อย่างน้อยก็ยังไม่คิดถึงในเวลานี้

    ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เรอัล มาดริดระบุว่า นี่เป็นการ "ยินยอมทั้งสองฝ่าย" ซึ่งท้ายสุดแล้ว มันก็เป็นการลาจากที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

    หลังความขัดแย้งมากมายเกี่ยวกับแท็กติกและแนวทางการเล่นกับผู้จัดการทีมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ค่ำคืนวันจันทร์ บอร์ดบริหารสโมสรประชุมกัน โดยมีเรื่องเดียวที่ต้องพิจารณา คือการจากไปของอลอนโซ่

    คำอธิบายที่ให้กับเขาและทีมงานนั้นคลุมเครืออย่างมาก อาทิ

    "เขาไม่อาจนำฟุตบอลที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จที่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้ได้"

    "สภาพร่างกายของทีมไม่เหมาะสม" 

    "นักเตะไม่ได้พัฒนาขึ้น"

    "ผู้เล่นดูเหมือนจะไม่ได้เล่นเพื่อเขา (อลอนโซ่)" ฯลฯ

    ความพ่ายแพ้ที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ เกมพ่าย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-4 รอบรองชนะเลิศ สโมสรโลกในช่วงซัมเมอร์, ความพ่ายแพ้ต่อ แอต.มาดริด 2-5 ในลา ลีกา และอื่นๆ

    กระนั้น สถานการณ์ของเรอัล มาดริด ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นมิใช่หรือ?

    "ราชันชุดขาว" ยังอยู่ใน 8 อันดับแรก รอบลีก เฟส แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นรายการที่บ่งบอกถึงตัวตนของพวกเขา

    ส่วนในลา ลีกา ตามหลังบาร์เซโลน่าอยู่ 4 คะแนน เมื่อจบครึ่งทางลีก โดยเคยชนะ "เจ้าบุญทุ่ม" มาแล้วเมื่อเดือนตุลาคม และนั่นย่อมหมายถึงผลงานเฮดทูเฮดที่เหนือกว่าในกรณีที่แต้มเท่ากัน ... นี่เป็นวิกฤติงั้นหรือ?

ความปราชัยที่เธอลำเอียง

    บาลาเก้ มองว่า มากกว่าวิกฤติ มันคือการยืนยันว่า ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวผู้จัดการทีมของตัวเองอย่างแท้จริง

    อลอนโซ่ถูกเสนอชื่อและตกลงรับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสร แต่ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งที่สโมสรเก่าอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวอลอนโซ่ตั้งแต่วันแรกเช่นกัน

    จากนั้น ผลการแข่งขันที่ดีขึ้นก็มาถึง และนักเตะก็หันมาสนับสนุนเขา แต่ที่มาดริด แม้มีผลการแข่งขันที่ดี แต่ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ตั้งแต่เริ่มต้น อลอนโซ่รู้สึกโดดเดี่ยว

    การเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมที่ เรอัล มาดริด คือความท้าทายที่ยากสุดในวงการฟุตบอล ไม่มีใครปฏิเสธมาดริดได้ แม้แต่คนที่เข้าใจว่า มันยากแค่ไหนที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นจากความสามารถเฉพาะตัวให้กลายเป็นวัฒนธรรมแบบรวมกลุ่มสมัยใหม่ที่ทุกคนต้องเพรสและช่วยกันเล่นเกมรับ

    ผู้จัดการทีมจะมีอำนาจมากที่สุดเมื่อเขาทำงาน แต่มาดริดกลับบั่นทอนอำนาจของอลอนโซ่ตั้งแต่เริ่มต้น

    เขาต้องการเริ่มงานหลังจบฟุตบอลสโมสรโลก ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นหลังฤดูกาลที่ยาวนาน นักเตะหลายคนกำลังคิดถึงวันหยุดพักผ่อน และบางคนก็รู้ว่า พวกเขาจะไม่ได้อยู่กับทีมในปีถัดไป เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

    การเซ็นสัญญานักเตะใหม่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ฟรังโก้ มาสตานตูโอโน่ ที่สื่อบางส่วนยกย่องว่าเป็นคู่แข่งของ ลามีน ยามาล กลับไม่ได้สร้างผลกระทบอะไรมากนัก

    วิกฤตของ วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบ ฟอร์มของเขาตกต่ำลง และเขาก็โทษผู้จัดการทีมคนใหม่ จากนั้น แข้งบราซิเลียนก็ประท้วงอย่างดุเดือดหลังถูกเปลี่ยนตัวออกใน เอล กลาซิโก้ ก่อนออกมากล่าวขอโทษทุกคน ... ยกเว้นผู้จัดการทีม

    การเจรจาสัญญาถูกระงับเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอลอนโซ่

    อาการบาดเจ็บรุมเร้าแนวรับ ขณะที่สโมสรเพิกเฉยต่อคำขอของเขาเรื่องกองกลาง (อลอนโซ่ต้องการ มาร์ติน ซูบีเมนดี้)

    ไม่มีบุคคลที่มีบุคลิกแข็งแกร่งที่จะรวมกลุ่มเข้าด้วยกัน แม้แต่ เฟเดรีโก้ วัลเวร์เด้ ก็ดูเหมือนสนใจว่า ตัวเองได้ลงเล่นที่ไหนมากกว่าส่วนรวมของทีม

    เอ็มบั๊ปเป้ไล่ล่าสถิติ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเสมอไปเพื่อฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บล่าสุด เขาเล่นเพื่อทำสถิติเทียบเท่ากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำ 59 ประตูในภายใน 1 ปีปฏิทิน

    ว่ากันว่า ในห้องแต่งตัวเรอัล มาดริด มีคลื่นใต้น้ำเต็มไปหมด และหลายคนต้องการเลื่อยขาเก้าอี้ของกุนซือรายนี้

    อลอนโซ่ไม่เคยโน้มน้าวใจผู้เล่นได้ว่า วิธีการของเขาเป็นวิธีที่ถูกต้อง และหากปราศจากสิ่งนั้น เขาก็ไม่สามารถใช้การเพรสซิ่งสูง จังหวะการเล่น และฟุตบอลแบบเน้นตำแหน่ง ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของเลเวอร์คูเซ่นได้

ทางผ่าน

    เก้าอี้ที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ใหญ่เกินตัวอลอนโซ่ และเมื่อไม่สามารถบัญชาการได้ การแยกทางคือคำตอบสุดท้าย

    7 เดือนเศษ กุนซือพันธุ์กระทิงกลายเป็นเพียง "ทางผ่าน" ระยะสั้นๆ ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

    สโมสรคงอยู่ และมีแค่บุคลากรที่จากไป

เจ็บที่ต้องพูดมันออกไป ว่าความรักเรามันจบแล้ว

ไม่อยากให้เธอต้องผิดหวัง เราควรแยกทางนับจากนี้

    บทเพลงที่ 100 ประจำคอลัมน์นี้ ขอนำเสนอ "ทางผ่าน" จากคณะ บิ๊กแอส กับอัลบั้มแรก NOT BAD เมื่อปี 2540 

    งานชุดแรกของวงร็อกก้นใหญ่ ยุคที่มี พี่แด็กซ์-เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด เป็นนักร้องนำ

    ในรายการ ป๋าเต็ดทอล์ก พี่กบ-ขจรเดช พรมรักษา มือกลองประจำวงและนักเขียนเพลงยอดฝีมือ เผยว่า นี่เป็นเพลงที่ทำให้เข้าใจว่า ทำไมต้องเขียนเพลงรัก

    ทุกอย่างไหลมาจากความรู้สึกที่เพิ่งอกหัก และตัวอักษรที่สะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจ โดยไม่มีสัมผัสแบบกลอนแปดใดๆ ทั้งสิ้น และทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ 

สิ่งที่เธอรอคอย สิ่งที่เธอนั้นต้องการ

ต่างจากฉัน มันทำให้รักไม่เข้าใจ โบกมือลา จากฉันไป

    ทั้งเบื้องบนที่ไม่ได้ให้การสนับสนุนมากพอ เบื้องล่างที่ไม่ให้ความร่วมมือ อีโก้ตัวเป้งที่ทำให้ห้องแต่งตัวพังทลาย ล้วนเป็นองค์ประกอบของการ "แยกทาง"

    นัยหนึ่ง อลอนโซ่อาจยังหนุ่มเกินไป และยังไร้บารมีในการควบคุมเหล่าสตาร์ขาใหญ่

    อีกนัยหนึ่ง งานที่ เรอัล มาดริด เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร และหากไม่ใช่จอมเก๋าอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ หรือยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ในยุคพีค ใครมารับงานนี้ก็หนักทั้งนั้น

อยากให้เธอได้เจอหนทางเดินใหม่ อาจเจอใครดั่งใจเธอต้องการ

ส่วนตัวฉันจะขอเป็นทางผ่าน ขอเป็นทางผ่าน ให้เธอก้าวเดินผ่านไป

    อลอนโซ่คงได้เพียงแต่ร่ำลาและอวยพรเรอัล มาดริด อีกหนึ่งสโมสรที่ตนเองรู้สึกเป็นเหมือนบ้านอีกหลัง ครั้งหนึ่ง เขาเคยบอกว่า การคุมราชันชุดขาวคือ งานในฝัน 

    แม้เจ็บที่ต้องร่ำลา แต่นั่นคือความจริงที่ต้องยอมรับ

    ปาดน้ำตา รักษากายใจ แล้วลุกขึ้นมาใหม่นะคุณชาย

    เรอัล มาดริด คือ "ทางผ่าน" ที่จบไปแล้ว ความผิดหวังและเจ็บปวดเหล่านี้คือประสบการณ์สำหรับก้าวต่อไปของนาย 

 บทเพลงที่ 100  ทางผ่าน

 คำร้อง  ขจรเดช พรมรักษา / นุสรี เลาหวงศ์เพียรพุฒิ 

 ทำนอง/เรียบเรียง  บิ๊กแอส

 ศิลปิน  บิ๊กแอส  อัลบั้ม  Not Bad  ปี  2540


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})