ไปให้ถึงฝัน

วันพฤหัสบดีที่ 05 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ บรรเลงเพลงแข่ง โดย แว่นดำ
197
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"ฉันจะไป ฝันให้ไกล ไปให้มันถึง ที่ตั้งใจ" (หิน เหล็ก ไฟ, 2548)

    ภารกิจ "นับหนึ่งให้ถึง 4" ของอาร์เซน่อล กำลังก่อร่างอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ 

    หลังย้ำชัยเหนือเชลซี 1-0 เมื่อวันอังคาร นั่นทำให้ มิเกล อาร์เตต้า และลูกทีม กรีธาทัพสู่เมกกะลูกหนัง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เพื่อลุ้นแชมป์แรกในฤดูกาลนี้

    คาราบาว คัพ ไฟนั่ล กับคู่ปรับอย่าง แมนฯ ซิตี้ 22 มีนาคม

    นี่อาจเป็นการปลดล็อกสำหรับสุดยอดทีมแห่งเมืองผู้ดี พ.ศ.นี้

    แม้เล่นฟุตบอลอย่างสวยงามและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพตลอดหลายปีที่ผ่านมา กระนั้น ทีมของกุนซือพันธุ์กระทิงกลับปราศจากโทรฟี่ใหญ่นับตั้งแต่เอฟเอ คัพ ปี 2020

    เกือบ 6 ปีมาแล้วที่กลายเป็น "ราชาไร้มงกุฎ" หรืออย่างที่ใครบางคนตีตรา ... งานแต่งเมื่อใดเป็นได้แค่แขกรับเชิญ

    ทว่า 2025-26 คือฤดูกาลที่อาร์เซน่อลมีโอกาสประสบความสำเร็จทั้ง 4 รายการ

    คาราบาว คัพ : เข้าชิงชนะเลิศ และเหลืออีกแค่ 90 นาทีสุดท้าย เพื่อชูถ้วย

    พรีเมียร์ลีก : นำจ่าฝูง ด้วยระยะห่าง 6 คะแนน หลังผ่าน 24 เกม

    แชมเปี้ยนส์ ลีก : ชนะรวด 8 เกมรอบลีก เฟส เข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะทีมวาง  

    เอฟเอ คัพ : ผ่านเข้ารอบ 4 รอชนวีแกน คู่แข่งจากลีก วัน

    แน่นอน การคว้า 4 แชมป์เป็นเรื่องยากถึงยากที่สุด ด้วยปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจส่งผลมหันต์ ที่ใกล้เคียงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เห็นจะเป็น ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2021-22 

    กาลครั้งนั้น ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้า 2 แชมป์บอลถ้วยภายในประเทศมาครองสำเร็จ แต่พลาดอีก 2 แชมป์ใหญ่ที่เหลือแบบเส้นยาแดงผ่าสิบหก ด้วยพรีเมียร์ลีกตามหลังแมนฯ ซิตี้แค่คะแนนเดียว และแพ้ เรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 0-1 ในรูปเกมที่เหนือกว่าและ ติโบต์ กูร์กตัวส์ กลายเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังเซฟสารพัด

    ดังนั้น คิดได้ ฝันได้ หวังได้ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังมากเกินไปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยังอยู่แค่เดือนกุมภาพันธ์เช่นนี้

    ถึงกระนั้นก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง หากคว้าแชมป์คาราบาว คัพ ฤดูกาลนี้สำเร็จ นั่นอาจเป็นการทลายทำนบที่ขวางกั้น และเปิดให้ความสำเร็จพุ่งเข้าหาสโมสรยิ่งกว่า "น้ำป่าไหลหลาก"

    เหมือนกับลิเวอร์พูลในยุคคล็อปป์ ที่นับหนึ่งจากแชมเปี้ยนส์ ลีก 2019 กระทั่ง กวาดแชมป์อื่นๆ จนครบทุกรายการ ไม่เว้นแม้แต่สโมสรโลก (สมัยแรกของสโมสร) สลัดคราบ "ผู้แพ้" ก่อนหน้านั้นทั้งในส่วนตัวกุนซือและสโมสรเสียหมดสิ้น

    "ใช่ แน่นอน การที่คุณชนะนั้นนำมาซึ่งความมั่นใจ พลังงาน และความเชื่อมั่นในทุกระดับ เมื่อคุณทำได้ครั้งหนึ่ง มันจะง่ายขึ้นที่จะทำครั้งที่ 2" อาร์เตต้า กล่าวจบเกม เมื่อวันอังคาร

    "พวกเขา (ผู้เล่น) มั่นใจมากขึ้นว่า เราสามารถไปได้ไกลถึงที่สุด ไม่ว่าเราจะเล่นกับใครก็ตาม นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องแสดงให้เห็นทุกวัน"

    ... บางที คาราบาว คัพ ฤดูกาลนี้อาจหมายถึงการนับหนึ่งอย่างเป็นทางการ?



 รถไฟแห่งความฝัน 

    การเติบโตของอาร์เซน่อลชุดนี้ เป็นสิ่งที่น่ายกย่องนะครับ นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ฉาบฉวยเพียงชั่วข้ามคืน หากแต่ค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ ทำ หนักแน่นในแนวทาง และปล่อยให้กาลเวลาทำงานของมันตามครรลอง

    ผ่านแดด ผ่านฝน ผ่านความยินดี ผ่านความผิดหวัง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเติบใหญ่ตามกาล

    ผู้สันทัดกรณีหลายท่านมักตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ "ความแข็งแกร่งทางจิตใจ" ของอาร์เซน่อล จากการ "ตกม้าตาย" ในช่วงหลายปีหลัง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    เจมี่ เร้ดแน็ปป์ กูรูสกาย สปอร์ตส์ มองว่า ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อลถึงเวลาเก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความตรากตรำ

    ไม่ใช่แค่รายการเดียว แต่อาจเป็น 2 หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!

    "อาร์เซน่อลพร้อมคว้าแชมป์แล้ว" สุดหล่ออดีตกัปตันลิเวอร์พูล กล่าว

    "พวกเขาต้องอดทนมาหลายปีแล้ว ในการเข้าใกล้แชมป์มาโดยตลอด แต่เมื่อผมมองดูทีมและขุมกำลัง รวมถึงวิธีการเล่นของพวกเขาแล้ว พวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดอย่างเห็นได้ชัด"

    "การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ การมีคะแนนนำห่าง 6 แต้มในพรีเมียร์ลีก และการเป็นทีมอันดับ 1 ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นความพยายามที่เหลือเชื่ออย่างแท้จริง"

    "ไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ไม่ได้ 2-3 รายการในปีนี้ พวกเขามีความสามารถอย่างแน่นอน"

    "อาร์เซน่อลถูกสร้างมาเพื่อคว้าชัยชนะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานที่ผู้จัดการทีมทำนั้นเหลือเชื่อมาก"

    แม้ถูกค่อนขอดว่าเล่นไม่สวยงาม และชนะอย่างน่าเกลียด กระนั้น ใครสน? นั่นคือสิ่งที่สะท้อนความเติบโตของอาร์เซน่อลชุดนี้ ท้ายสุดแล้ว ผลการแข่งขันย่อมสำคัญที่สุดอยู่ดี

    "พวกเราสมควรได้รับมันแล้ว 3-4 ปีที่ผ่านมา เราอยู่บนหัวตารางพรีเมียร์ลีก แข่งขันอย่างดุเดือด และเข้าใกล้ความสำเร็จมาก แต่ยังไม่ดีพอ" ดีแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ตัวกลั่น ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมเมื่อวันอังคาร

    "นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมฤดูกาลนี้พวกเราถึงมีความปรารถนาและความมุ่งมั่นที่มากขึ้น เพื่อก้าวไปอีกขั้นในทุกรายการ เส้นทางยังอีกยาวไกล แต่การได้เข้าชิงชนะเลิศกับสโมสรแห่งนี้มันวิเศษมาก"

ทะยานออกไป ทะยานไปอย่างมั่นใจ พลังใส่ไปให้หมด

บุกทะลุทะลวงให้มันรู้กันสักที (รู้กันสักที)

จะเจออะไร เผชิญสิ่งใดไม่กลัว ไม่มีอะไรจะหยุด

สิ่งที่ทำลงไปไม่เคยท้อกันสักที (ท้อกันสักที)

    ความพุ่งทะยานของอาร์เซน่อลชุดนี้ ชวนให้ผู้เขียนนึกบทเพลง "ไปให้ถึงฝัน" ของชาวคณะ หิน เหล็ก ไฟ วงเฮฟวี่เมทัลไทยที่ผู้เขียนชื่นชอบมากที่สุดครับ

    เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่ 3 Never Say Die เมื่อปี 2548 ซึ่งเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งในรอบ 10 ปี หลังแยกย้ายกันไปทำวง เดอะ ซัน และ ลาวา

    อาจไม่เปรี้ยงปร้างในแง่ของกระแสเหมือนยุคเรืองรองก่อนหน้านั้น แต่ก็เปี่ยมด้วยคุณภาพจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานเช่นกัน

    พี่โป่ง-ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ คมคายในลายมือเช่นเดิม ขณะที่ พี่ป็อป-จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย ละเมียดละไมในการเขียนทำนองและเรียบเรียงเสียงประสาน

    นั่นคือความสุกงอม ... เช่นเดียวกับอาร์เซน่อลชุดนี้?

    รถไฟสายกันเนอร์สบรรจุความฝันเอาไว้เต็มขบวน และกำลังมุ่งหน้าสู่ชานชลาแห่งความสำเร็จ

    สถานีสุดท้ายที่เวมบลีย์กับแชมป์แรกประจำฤดูกาล

    สำเร็จหรือล้มเหลว? เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และพลพรรคเรือใบสีฟ้าจะเป็นผู้ให้คำตอบ


 ฝันที่เป็นจริง 

    ท่ามกลางขุนพลพลังหนุ่มชุดนี้ เอเบเรชี่ เอเซ่ คือหนึ่งในผู้เล่นอาร์เซน่อลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างล้นทะลัก

    ดาวเตะวัย 27 ปี อาจไม่สามารถยึดตัวจริงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการแข่งขันอย่างเข้มข้นภายในทีม กระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยเกมการแข่งขันมากมาย เอเซ่จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์แห่งความสำเร็จไม่มากก็น้อย

    ที่พิเศษกว่านั้น ปีกค่าตัว 60 ล้านปอนด์รายนี้คือ กูนเนอร์ส ทั้งตัวและหัวใจ

    การตัดสินใจปฏิเสธสเปอร์ส และเลือกเซ็นสัญญากับทีมรักที่ตนเองเคยร่ำเรียนศาสตร์ลูกหนังสมัยฟันแท้เพิ่งงอก คือ "ฝันที่เป็นจริง" ในช่วงซัมเมอร์

    มีนาคมนี้ ไม่ต้องมีรถเข็นเหมือนรายการของ พี่ต๋อย-ไตรภพ แต่อีกหนึ่งความฝันของเอเซ่ก็มีโอกาสเป็นจริงอีกครั้ง

    "แน่นอน นี่คือสโมสรของผม และตั้งแต่เด็กๆ มันคือความฝันของผม ดังนั้น การคว้าแชมป์กับอาร์เซน่อล การประสบความสำเร็จกับอาร์เซน่อล มันคือทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผม" เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ปืนใหญ่ กล่าวเมื่อวันอังคาร

    "คุณต้องทำงานหนักที่สุดเท่าที่ทำได้ แสดงผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ และแน่นอน ผมเชื่อว่ามันจะมาถึง และผมเชื่อว่า เรามีความมั่นใจและมีผู้เล่นที่จะทำได้ ดังนั้น ใช่ เราจะพยายามต่อไป"

    แม้อาจต้องรับบทตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ กระนั้น นั่นอาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนหัวใจปืนอย่างเอเซ่

เพราะรักจึงทำลงไป ไม่มีใครเห็นความสำคัญก็จะทำต่อไป

ฉันรู้ต้องทำมันต่อ เพราะมันยังจะมีค่าพอ

ฉันจะไป ฝันให้ไกล ไปให้มันถึง ที่ตั้งใจ

ฉันภูมิใจที่ได้ทำ สิ่งที่ฉันรัก ด้วยหัวใจ

    ณ เวมบลีย์ เอเซ่มีความทรงจำดีๆ ที่นั่น

    พฤษภาคมปีที่แล้ว เมื่อคราวสวมเครื่องแบบน้ำเงิน-แดง ปีกตัวจี๊ดกลายเป็นฮีโร่ของ คริสตัล พาเลซ หลังซัดประตูชัยให้ ดิ อีเกิ้ลส์ พลิกล็อกคว่ำยักษ์ใหญ่และเต็งจ๋าอย่าง แมนฯ ซิตี้ ด้วยชัยชนะ 1-0 ในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ

    นั่นคือประตูประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้ คริสตัล พาเลซ คว้าแชมป์แรกในรอบ 119 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

    10 เดือนผ่านไป ที่เก่า เวลาใหม่ กับโจทก์เก่าที่ชื่อ เรือใบสีฟ้า

    คว้าแชมป์กับทีมรัก ... ไม่มีอะไรหอมหวานมากไปกว่านี้อีกแล้ว

    
 บทเพลงที่ 106  ไปให้ถึงฝัน 

 คำร้อง  ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์  ทำนอง/เรียบเรียง  จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย

 ศิลปิน  หิน เหล็ก ไฟ  อัลบั้ม  Never Say Die  ปี  2548



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})