เสือร้องไห้

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ บรรเลงเพลงแข่ง โดย แว่นดำ
177
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"ฉันคือเสือที่ร้องไห้ เจ็บช้ำจนปางตาย" (เสก โลโซ, 2554)

    ผ่านพ้นเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ ลีก 25/26 และได้อีก 8 ทีมเข้ารอบต่อไปอย่างเป็นทางการ

    มีบางคู่ที่น่าสนใจ สำหรับปรากฏการณ์ "ล้มยักษ์" และบ้างคือการ "โกงความตาย" 

    โบโด กลิมท์ คว่ำรองแชมป์เก่า อินเตอร์ มิลาน

    อตาลันต้า ปาดหน้าชนะ ดอร์ทมุนด์ ด้วยจุดโทษ นาทีบาป

    ขณะที่ โมนาโก, ปอร์โต้, โรม่า, บียาร์เรอัล, อาแจ็กซ์ ล้วนเคยสร้างวีรกรรมแบบเดียวกัน

    นี่คือส่วนหนึ่งของเกม "ช็อกโลก" ในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ รอบน็อกเอาต์

โบโด กลิมท์ สร้างเซอร์ไพรส์ชนะ อินเตอร์ มิลาน รองแชมป์เก่าแบบไปกลับ


โมนาโก 0-0 แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 โมนาโก

(สกอร์รวม 1-1, โมนาโก เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

1997/98 รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    หลังเสมอแบบไร้สกอร์ที่แดนน้ำหอม โมนาโกของ ฌอง ติกาน่า ดับฝันปีศาจแดงของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (สมัยยังไม่มียศเซอร์) ในการกลับมาคว้าแชมป์ยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี นับจากปี 1968

    ลูกยิงอันทรงพลังของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ในช่วงต้นเกมสร้างความปั่นป่วนให้กับเจ้าบ้านที่ผู้เล่นบาดเจ็บหลายคน และแม้ยูไนเต็ดตีเสมอได้จาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่โมนาโกที่เน้นเกมรุกก็สมควรได้รับชัยชนะด้วยกฎประตูทีมเยือน

    "เราโชคดีที่ยูไนเต็ดมีผู้เล่นบาดเจ็บ แต่สิ่งนั้นไม่ได้ลดทอนความสำเร็จของเราลงเลย" ติกาน่ากล่าวสรุป

เรอัล มาดริด 1-1 ดินาโม เคียฟ

ดินาโม เคียฟ 2-0 เรอัล มาดริด

(สกอร์รวม 3-1)

1998/99, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    อังเดร เชฟเชนโก้ ดาวเด่นของไดนาโม เคียฟ ทำประตูให้ทีมจากยูเครนขึ้นนำในเกมที่มาดริด และแม้ เปรแดร็ก มิยาโตวิช จะยิงตีเสมอให้ราชันชุดขาว แต่เชฟเชนโก้ก็ปิดเกมในนัด 2

    ประตูแรกมาจากการซ้ำ หลัง โบโด อิล์กเนอร์ เซฟจุดโทษของตนเองได้ ส่วนประตูที่ 2 มาจากการสัมผัสบอลอย่างนิ่มนวลหลัง เซอร์เก เรบรอฟ ส่งบอลยาวข้ามหัวมาอย่างชาญฉลาด

    นี่อาจเป็นจุดสูงสุดของยุคทองครั้งที่ 2 ของดินาโมภายใต้การคุมทีมของ วาเลรี่ โลบานอฟสกี้ เคียฟแพ้บาเยิร์น มิวนิค ในรอบรองชนะเลิศ จากนั้น เชฟเชนโก้ก็ย้ายไป เอซี มิลาน

อังเดร เชฟเชนโก้ (แถวยืนขวาสุด) สร้างชื่อกระฉ่อนในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 1998/99


ปอร์โต้ 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ปอร์โต้ 

(สกอร์รวม 2-3)

2003/04, รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    แม้การที่ รอย คีน ถูกไล่ออกจะช่วยให้ปีศาจแดงแพ้ในนัดแรก แต่ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็เกือบคว้าตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้แล้ว หลัง พอล สโคลส์ ยิงประตูขึ้นนำที่ โอลด์แทร็ฟฟอร์ด

    กระนั้น คอสตินญ่า ก็ตีเสมอได้เมื่อ ทิม เฮาเวิร์ด ผู้รักษาประตูทำได้เพียงปัดลูกฟรีคิกของ เบนนี่ แม็คคาร์ธี 

    การวิ่งไปตามเส้นข้างสนามของ โชเซ่ มูรินโญ่ เพื่อฉลองประตูนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของผลการแข่งขันที่พลิกความคาดหมาย

    "ตอนที่คอสตินญ่าทำประตูได้ ผมแทบคลั่ง" ชอร์เก้ คอสต้า กัปตันทีมเล่า "มูรินโญ่ก็คลั่ง ทุกคนคลั่ง"

คอสตินญ่า วิ่งฉลองหลังทำประตูสำคัญให้ปอร์โต้บุกเขี่ยแมนฯ ยูไนเต็ดตกรอบชปล. คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด


เอซี มิลาน 4-1 ลา กอรุนญ่า

ลา กอรุนญ่า 4-0 เอซี มิลาน

(สกอร์รวม 5-4)

2003/04, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    หลังพ่ายต่อแชมป์ยุโรปอย่างมิลานในนัดแรก ทีมของ ฆาเบียร์ อีรูเรต้า ก็พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ 3 ประตูในนัดสอง

    วอลเตอร์ ปันดิอานี่, ฆวน การ์ลอส บาเลรอน และ อัลเบิร์ต ลูเก้ ทำประตูให้ ลา กอรุนญ่า ขึ้นนำ 3-0 จากนั้น กัปตันทีม ฟราน ก็ยิงประตูตอกย้ำชัยชนะเหนือมิลานของ คาร์โล อันเชล็อตติ ในครึ่งหลัง

    อีรูเรต้าเคยสัญญาว่า จะเดินตามเส้นทางแสวงบุญไปยัง ซานตีอาโก้ เด กอมโพสเตลา "ด้วยเข่า" หากลา กอรุนญ่าชนะ และเขาก็ทำได้จริงๆ แม้ต้องเดินด้วยเท้าหลังจบฤดูกาลก็ตาม "สัญญาคือสัญญา" เขากล่าว

ลา กอรุนญ่า พ่ายนัดแรก 1-4 ก่อนกลายเป็นฝันร้ายของ คาร์โล อันเชล็อตติ หลังถล่ม 4-0 ที่แดนกระทิงดุ


เรอัล มาดริด 4-2 โมนาโก

โมนาโก 3-1 เรอัล มาดริด 

(สกอร์รวม 5-5, โมนาโก เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

2003/04, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    หลังพ่ายราบคาบในมาดริด ประตูของ ราอูล กอนซาเลซ ในนัดสองที่สังเวียน สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ทำให้สถานการณ์ของราชันชุดขาวใสยิ่งกว่าแก้ว

    กระทั่ง ลูโดวิค ชูลี่ ยิงวอลเลย์ตีเสมอได้ก่อนหมดครึ่งแรก เฟร์นานโด มอรีเอนเตส ที่ยืมตัวมาจากเรอัล มาดริด โหม่งทำประตูที่ 2 ให้โมนาโก และชูลี่ก็ยิงประตูชัยในนาทีที่ 66

     "ผมไม่เห็นข่าวไหนในหนังสือพิมพ์ที่บอกว่าเรามีโอกาสเลย" ชูลี่กล่าวหลังจบเกม "ถ้าคุณปล่อยให้พวกเขามีบอล พวกเขาสามารถทำลายคุณได้ แต่เราแสดงให้เห็นว่าถ้าคุณสามารถทำลายจังหวะของพวกเขาได้ คุณก็จะมีโอกาส"

เฟร์นานโด มอริเอนเตส ซัลโวประตูสำคัญให้โมนาโก เขี่ยต้นสังกัดที่แท้จริงตกรอบอย่างสุดแสบ


อินเตอร์ มิลาน 2-1 บียาร์เรอัล

บียาร์เรอัล 1-0 อินเตอร์ มิลาน

(สกอร์รวม 2-2, บียาร์เรอัล เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

2005/06, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    หากความพ่ายแพ้ในมิลานทำให้สถิติไร้พ่าย 11 นัดติดต่อกันในชปล.ของบียาร์เรอัล ภายใต้กุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ ต้องสะดุด (แม้ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน ยิงได้ในนาทีแรก) แต่ลูกโหม่งของ โรดอลโฟ่ อาร์รูอาบาร์เรนา ก็ช่วยให้หน้าใหม่ที่เพิ่งประเดิมรายการนี้คว้าชัยชนะครั้งสำคัญในนัดสอง

    โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซืออินเตอร์ ตำหนิการเล่นเกมรับที่ "โง่" ของทีม แต่กองกลางบียาร์เรอัล อเลสซิโอ ทัคคินาร์ดี้ รู้สึกว่าชัยชนะนั้นสมควรได้รับ โดยกล่าวว่า "เราแสดงให้เห็นถึงหัวใจและจิตวิญญาณ และความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่กว่า"

อินเตอร์ มิลาน 2-5 ชาลเก้

ชาลเก้ 2-1 อินเตอร์ มิลาน

(สกอร์รวม 7-3)

2010/11 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    "ราชันสีน้ำเงิน" ที่กำลังดิ้นรนในบุนเดสลีกา สลัดความยากลำบากออกไปได้ด้วยชัยชนะสุดเหลือเชื่อในนัดแรกเหนือแชมป์เก่า (แม้เสียประตูสุดคลาสสิกจาก เดยัน สแตนโควิช ในนาทีแรกก็ตาม)

    "ถ้ามีใครบอกก่อนแข่งว่าเราจะเอาชนะ แชมป์เก่า ด้วย 3 ประตู เราคงบอกว่าพวกเขาบ้าไปแล้ว" กุนซือ ราล์ฟ รังนิค กล่าวสรุป โดยทีมของเขาตั้งรับอย่างขยันขันแข็งและโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพจนคว้าชัยชนะในนัดสองได้เช่นกัน

ลียง 1-0 อาโปเอล

อาโปเอล 1-0 ลียง

(สกอร์รวม 1-1, อาโปเอล ชนะจุดโทษ 4-3)

2011/12 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    หลังสร้างผลงานอันน่าทึ่งในการผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม สโมสรจากไซปรัสก็ก้าวไปอีกขั้นทันที กุสตาโว่ มันดูคา ยิงประตูตีเสมอให้อาโปเอลในนัดสอง

    ขณะที่ ดิโอนิซิออส คิโอติส เซฟจุดโทษของ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ มิเชล บาสโตส ในการดวลเป้า 12 หลา

    "เราสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศนี้" มันดูคา กล่าวในภายหลัง "เรารู้ว่า เรามีโอกาสเพียงครั้งเดียว เราไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสอีกครั้งที่จะมาถึงจุดนี้หรือไม่ ดังนั้น เราจึงต้องทุ่มเททุกอย่าง"

อาโปเอล สร้างประวัติศาสตร์ให้สโมสรจากไซปรัสในเวทีชปล.


บาร์เซโลน่า 1-1 แอต.มาดริด

แอต.มาดริด 1-0 บาร์เซโลน่า

(สกอร์รวม 2-1)

2013/14, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    ทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ คว้าแชมป์ลีกสเปนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96 และต้องต่อเวลาพิเศษในรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่มีน้อยคนนักที่คาดหวังว่า พวกเขาจะเอาชนะสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค

    หลังเสมอ 1-1 ที่คัมป์ นู ตราหมีชนะอย่างหวุดหวิดในนัดสอง ด้วยลูกวอลเลย์ของ โกเก้ ในนาทีที่ 5 อันเป็นประตูตัดสินเกม

    "บาร์เซโลน่าเล่นบอลได้อย่างน่าทึ่ง และพยายามทำให้เราเหนื่อยล้า" โกเก้ กล่าว "อย่างไรก็ตาม เราทำงานหนักมากและสมควรเป็นผู้ชนะ"

แมนฯ ซิตี้ 5-3 โมนาโก

โมนาโก 3-1 แมนฯ ซิตี้

(สกอร์รวม 6-6, โมนาโก เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

2016/17, รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    เกิดอะไรขึ้นระหว่างโมนาโกกับมุมฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์? ราดาเมล ฟัลเกา โชว์ฟอร์มเก่งด้วย 2 ประตู แต่สุดท้ายก็ถูกดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แย่งซีน กระนั้น ด้วย 3 ประตูช่วงท้ายเกม ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เปรียบหลังจบเกมนัดแรกที่เมืองผู้ดี

    เอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งกล่าวว่าทีมฝรั่งเศสเล่นเหมือน "กลุ่มเพื่อนฝูง" เริ่มต้นการต่อสู้ในนัดสอง และลูกโหม่งของ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ก็ปิดฉากชัยชนะให้กับม้ามืดแห่งฤดูกาลนั้น

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ในวัยสร้างชื่อกับโมนาโกในฐานะดาวรุ่ง ยิงกระจายให้โมนาโกล้มยักษ์อย่างแมนฯ ซิตี้


บาร์เซโลน่า 4-1 โรม่า

โรม่า 3-0 บาร์เซโลน่า

(สกอร์รวม 4-4, โรม่า เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน)

2017/18, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    การทำเข้าประตูตัวเอง 2 ลูกทำให้โรม่าตกเป็นรอง และประตูที่ 4 ในช่วงท้ายเกมของ หลุยส์ ซัวเรซ ดูเหมือนดับความหวังของทีมจากกรุงโรม ซึ่งได้ประตูปลอบใจจาก เอดิน เชโก้ ในนัดแรก

    อย่างไรก็ตาม ประตูแรกของเชโก้ และจุดโทษของ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ทำให้เกมรีแมตช์จบลงอย่างตื่นเต้น และ คอสตาส มาโนลาส โหม่งทำประตูชัยในนาทีที่ 82 ให้ทีมที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้

    "มันเหลือเชื่อ บ้าคลั่ง ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง" เชโก้กล่าว "เราทำได้ใน แม้ว่าไม่มีใครเชื่อในตัวเราเลย"

อาแจ็กซ์ 1-2 เรอัล มาดริด

เรอัล มาดริด 1-4 อาแจ็กซ์

(สกอร์รวม 3-5)

2018/19, รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    ประตูชัยท้ายเกมในนัดแรกของ มาร์โก อาเซนซิโอ ทำให้เรอัล มาดริด จ่อเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกัน แต่ ฮาคิม ซิเย็ค และ ดาวิด เนเรส พลิกเกมกลับมาได้ภายใน 20 นาทีในนัดสอง ก่อน ดูซาน ทาดิช และ ลาสเซ่ เชิน ก็ทำประตูเพิ่มให้ทีมของ เอริค เทน ฮาก

    "นี่น่าจะทำให้เรามีพลังพิเศษในการทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นในฤดูกาลนี้" ทาดิชกล่าว และคำพูดของเขาก็กลายเป็นความจริง อาแจ็กซ์สร้างปาฏิหาริย์เอาชนะยูเวนตุสในรอบต่อไปได้อีกด้วย


อาแจ็กซ์ บุกคว่ำ "ราชันชุดขาว" กระจุย 4-1 ถึงซานติอาโก้ เบร์นาเบว


บาร์เซโลน่า 3-0 ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลน่า

(สกอร์รวม 4-3)

2018/19, รอบรองชนะเลิศ

    2 ประตูท้ายเกมของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำให้บาร์ซ่ากุมความได้เปรียบไว้ในมือหลังจบนัดแรกที่คัมป์ นู ต่อจากประตูเบิกร่องของ หลุยส์ ซัวเรซ เด็กเก่าหงส์

    หากแต่ค่ำคืนยุโรปที่แอนฟิลด์เต็มไปด้วยความพิเศษเสมอ ประตูต้นเกมของ ดิว็อค โอริกี้ ปลุกใจ เดอะ ค็อป กระนั้น จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ซูเปอร์ซับที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลัง ทำ 2 ประตูให้หงส์แดงฟื้นเต็มตัว 

    กระทั่งไหวพริบของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในการเล่นเตะมุมเร็ว นำมาสู่ประตูปลิดชีพของโอริกี้ นำลิเวอร์พูลโกงความตาย ผ่านเข้าชิงชนะเลิศอย่างเหลือเชื่อ ก่อนคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 สำเร็จ

ลิเวอร์พูลภายใต้การนำของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างปาฏิหาริย์ในค่ำคืนมหัศจรรย์ที่แอนฟิลด์


แมนฯ ซิตี้ 1-3 ลียง

2019/20, รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    การระบาดของโควิด-19 ทำให้รอบ 8 ทีมสุดท้ายต้องเป็นการแข่งขันนัดเดียวจบ ณ สนามกลาง และนัดนี้ที่สนามเอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาเด้ สร้างความตกตะลึงอย่างมาก

    เควิน เดอ บรอยน์ คลายความกังวลของซิตี้ หลังจาก แม็กซ์เวล กอร์เนต์ ยิงประตูขึ้นนำ กระนั้น มุสซ่า เดมเบเล่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองก็ยิงได้ 2 ประตูและทำให้ทีมจากอังกฤษทีมสุดท้ายตกรอบไป

    "มันเป็นปีที่ต่างไป แต่ก็เหมือนเดิม" เดอ บรอยน์ กล่าวด้วยความงุนงง ขณะที่แชมป์ใบยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปยังคงหลุดมือกวาร์ดิโอล่าอีกครั้ง

บียาร์เรอัล 1-1 ยูเวนตุส

ยูเวนตุส 0-3 บียาร์เรอัล

(สกอร์รวม 1-4)

2021/22, รอบ 16 ทีมสุดท้าย

    ดูซาน วลาโฮวิช ทำประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของผู้เล่นที่ประเดิมตัวจริงแชมเปี้ยนสน์ ลีก ด้วยประตูขึ้นนำในนัดแรก หลังผ่านไปเพียง 33 วินาที แต่ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ ช่วยให้ทีมรองบ่อนของ อูไน เอเมรี่ ตีเสมอสำเร็จ ในนัดแรก

    เคโรนีโม่ รูยี่ นายทวารอาร์เจนไตน์ ช่วยให้ "เรือดำน้ำสีเหลือง" รอดพ้นการเสียประตูในนัดสองที่ตูริน ก่อนบียาร์เรอัลสวนกลับด้วยสไตล์แบบอิตาเลียน 3 ประตูใน 12 นาทีสุดท้าย นัดสอง

    "คืนนี้จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์" รูยี่ กล่าวชื่นชม "เรามีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ และทีมสมควรได้รับสิ่งนี้"


บียาร์เรอัล บุกถล่มยูเวนตุส 3-0 ถึงรังม้าลาย ด้วย 3 ประตูในช่วง 12 นาทีสุดท้าย


คลับ บรูช 2-1 อตาลันต้า

อตาลันต้า 1-3 คลับ บรูช

(สกอร์รวม 2-5)

2024/25, รอบเพลย์ออฟ

    เครื่องจักรผลิตประตู แชมป์ยูโรปา ลีก ฤดูกาลก่อนหน้า เจอกับ คลับ บรูช แชมเปี้ยนส์ ที่จบอันดับต่ำกว่าพวกเขาถึง 15 อันดับในรอบลีก เฟส ครั้งแรก ขณะที่ไม่มีทีมจากเบลเยี่ยมทีมใดเข้ารอบน็อกเอาต์ถ้วยยุโรปยุคแชมเปี้ยนส์ ลีก มาก่อน 

    หลังพลิกล็อกพ่าย 1-2 ในนัดแรก หลายคนคาดการณ์ว่า ผลการแข่งขันจะพลิกผันในนัดสองที่แบร์กาโม่ กระนั้น เชมส์ดีน ทาลบี้ ทำ 2 ประตูและ เฟร์ราน จุตกลาห์ ยิงประตูที่ 3 อย่างสุดสวย ปิดเกมได้ก่อนหมดครึ่งแรก

    "เรามีคุณภาพมากมาย" ทาลบี้กล่าว "แม้เราจะเป็นทีมเล็กกว่าในยุโรป แต่เราก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเราทำอะไรได้บ้าง"

คลับ บรูช มาเหนือเมฆ ด้วยการเอาชนะ อตาลันต้า แชมป์ยูโรปา ลีก ฤดูกาลก่อนหน้านั้นทั้งเหย้าและเยือน


โบโด กลิมท์ 3-1 อินเตอร์ มิลาน

อินเตอร์ มิลาน 1-2 โบโด กลิมท์

(สกอร์รวม 2-5)

2025/26, รอบเพลย์ออฟ

    ทีมรองบ่อนเมื่อพิจารณาจากอันดับในรอบลีก เฟส อันดับ 23 บู๊กับ อันดับ 10 กระนั้น ดูเหมือน โบโด กลิมท์ ไม่มีความหวาดหวั่นโดยสิ้นเชิง ก่อนคว่ำรองแชมป์ฤดูกาลที่แล้วด้วยฟอร์มการเล่นที่เฉียบคมตลอด 2 นัด

    ซอนเดร บรุนสตัด เฟต, เยนส์ เพตเตอร์ เฮาเก้ และ แคสเปอร์ ฮ็อกห์ ทำประตูได้ในนัดแรกที่ชนะ 3-1 ขณะที่ในนัดต่อมาที่ ซาน ซิโร่ เฮาเก้ทำประตูเพิ่ม และ ฮาคอน เอฟเยน ยิงประตูได้อย่างสวยงาม

    โบโด กลิมท์ สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมจากนอร์เวย์ทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ ชปล.

โบโด กลิมท์ บิ๊กเซอร์ไพรส์ ชปล. 2025/26 และน่าติดตามว่าจะไปไกลแค่ไหน?


ดอร์ทมุนด์ 2-0 อตาลันต้า

อตาลันต้า 4-1 ดอร์ทมุนด์

(สกอร์รวม 4-3)

2025/26, รอบเพลย์ออฟ

    สดๆ ร้อนๆ เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังพ่ายนัดแรก 0-2 จานลูก้า สกามัคก้า และ ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ทำประตูในครึ่งแรกที่แบร์กาโม่ ส่งให้อตาลันต้ากลับมาเสมอ ขณะเหลือ 45 นาทีสุดท้าย

    มาริโอ ปาซาลิช โหม่งประตูที่ 3 กระนั้น คาริม อาเดเยมี่ ตัวสำรองของดอร์ทมุนด์ซัดประตูสำคัญให้เสือเหลืองขณะเหลือ 15 นาทีสุดท้าย 

    เกมทำท่าจะยืดเยื้อ กระทั่ง ดราม่านาทีบาป ทั้งจุดโทษ, ใบแดง และประตูชัยนาทีที่ 90+8 ของ ลาซาร์ ซามาร์ชิช ส่งให้อตาลันต้าปาดหน้าดอร์ทมุนด์เข้ารอบอย่างสุดระทึก

จุดโทษในนาทีที่ 90+8 ของ ลาซาร์ ซามาร์ชิช ส่งอตาลันต้าเข้ารอบอย่างสุดดราม่า


เสือร้องไห้

    ปรากฏการณ์ช็อกโลกหนล่าสุด นำมาสู่บรรยากาศ "เสือร้องไห้" ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

    นอกจากเป็นอาหารอีสานแล้ว นี่ยังเป็นชื่อบทเพลงของ พี่เสก-โลโซ กับอัลบั้มอคูสติก Love Songs เมื่อปี 2554 ก่อนเหตุการณ์ภาพหลุดอื้อฉาว อันเป็นฉากสำคัญในชีวิตศิลปินของพี่เสกเลยทีเดียว

    งานชุดนี้ดีครับ เพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงเก่าของนักร้องหลายท่านที่พี่เสกนำมาเรียบเรียงใหม่สไตล์อคูสติก ทุกเพลงยังเข้าปากเหมือนกับเป็นเพลงของพี่เสกเองยังไงยังงั้น

    อีกหนึ่งความพิเศษคือ การบันทึกเสียงด้วยเครื่องดนตรีสดพร้อมกันทุกชิ้น ทุกการบรรเลง ทุกการขับร้อง 

    ไม่เพียงเท่านั้น ในการบันทึกเสียงดังกล่าว ยังมีการบันทึกภาพในการทำมิวสิค วีดิโอ ไปพร้อมกันด้วย

    "เสือร้องไห้" เป็นหนึ่งใน 2 บทเพลงใหม่สำหรับงานชุดนี้ครับ ท่อนฮุกร้องว่า ...

ฉันคือเสือที่ร้องไห้ เจ็บช้ำจนปางตาย

ไม่รู้เธอมีใครมาแทนที่กัน

ฉันคือเสือที่ร้องไห้ ที่ร้ายคือใจเธอ

ชาตินี้ไม่ขอเจออย่างเธอได้ไหม

ปล่อยฉันไปแล้วกัน

    ขอมอบบทเพลงนี้ให้กับบรรดา "เสือร้องไห้" ทุกราย ที่ร่วงตกรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไม่คาดคิด ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม

    แน่นอน มันไม่ได้สิ้นสุดตรง "เสือตัวที่ 11" เหมือนอย่างที่ พี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ว่าเอาไว้ (ฮา)

 บทเพลงที่ 112  เสือร้องไห้ 

 คำร้อง/ทำนอง/เรียบเรียง  เสกสรรค์ ศุขพิมาย

 ศิลปิน  เสก โลโซ  

 อัลบั้ม  Love Songs Acoustics Live @ Yess Records  ปี  2554


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})