อย่าให้ถึงวันนั้นเลย

วันพฤหัสบดีที่ 05 มีนาคม 2569 คอลัมน์ บรรเลงเพลงแข่ง โดย แว่นดำ
189
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"อย่าให้ถึงวันนั้นเลย แค่เพียงแต่คิด หัวใจก็เจียนสลาย" (คริสติน่า, 2535)

    ในบรรดายักษ์ใหญ่เมืองผู้ดีชั่วโมงนี้ ไม่มีทีมไหนที่น่าวิตกเท่า ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อีกแล้ว

    ด้วยผลงานอันย่ำแย่ ใครบางคนหวาดหวั่นถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุด "การตกชั้น"

    รู้ว่าผลงานไม่ดี แต่สเปอร์สย่ำแย่ขนาดนั้นเลยหรือ? ห่วยระดับ 3 อันดับท้ายพรีเมียร์ลีกนั่นเลย?

    ความจริงก่อนเกมกับคริสตัล พาเลซ วันพฤหัสบดีนี้บอกว่า สเปอร์สไม่ชนะ 10 เกมติดต่อกันแล้ว

    นับจากขึ้นสู่ปี 2026 ทีมจากลอนดอนเหนือสะกดคำว่า "ชนะ" ไม่เป็น และนั่นเป็นเพียงพอในการปลด โธมัส แฟร้งค์ เฮดโค้ชชาวเดนมาร์ก เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    อีกอร์ ทูดอร์ ผู้กอบกู้ชาวโครแอต ประเดิม 2 นัดแรกด้วยความพ่ายแพ้ นำมาสู่การวิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในเกมรุก รับ และการวิ่งของทีมอย่างหนัก หลังพ่ายต่อฟูแล่ม เมื่อวันอาทิตย์

    ในการแถลงข่าวครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทูดอร์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า สเปอร์สจะรอดตกชั้น 100% ทว่า 10 วันต่อมา บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

    การพ่ายแพ้ 2 นัดติดต่อกันใน 2 นัดแรกที่คุมทีม ต่อฟูแล่มและอาร์เซน่อล ทำให้ทูดอร์ต้องเปลี่ยนท่าที

    "เราขาดประสิทธิภาพในการโจมตี เราขาดคุณภาพในการทำประตู เราขาดการวิ่งในแดนกลาง เราขาดการยืนหยัดเพื่อป้องกันไม่ให้เสียประตู สถานการณ์แย่มาก" ทูดอร์กล่าวหลังสเปอร์สแพ้ฟูแล่ม

    นอกจากเกมรับ เกมรุก และการวิ่งแล้ว แทบไม่มีอะไรที่คุณทำได้ในสนามฟุตบอล การประเมินของทูดอร์แสดงให้เห็นภาพที่ย่ำแย่

    เฮดโค้ชใหม่ของสเปอร์ส ซึ่งครั้งหนึ่งเคยตื่นเต้นกับความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า ได้เห็นความเป็นจริงของทีมหลัง 2 เกม และนี่คือตัวเลขที่แสดงให้เห็น ...

สเปอร์สยังไม่ชนะใครในลีกปี 2026

 รุกย่ำแย่ 

    สเปอร์สไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 10 นัดติดต่อกัน และทีมขาดความรู้สึก "อยากชนะ" อย่างแท้จริง

    ความจริงคือ ครั้งสุดท้ายที่ทัพไก่ขึ้นนำในลีกสูงสุดคือช่วงเวลา 7 นาทีในเกมกับเบิร์นลี่ย์ เมื่อ 24 มกราคม

    การโจมตีขาดความลื่นไหล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสเปอร์สไม่สามารถครองบอลได้อย่างสม่ำเสมอ

    ตลอด 10 นัดของสเปอร์สตั้งแต่ต้นปี พวกเขารั้งท้ายตารางพรีเมียร์ลีกทั้งในเรื่องการเสียบอลและการเสียการครองบอลโดยรวม

    "ลองดูรูปแบบการเล่นของฟูแล่มสิ" ทิม เชอร์วู้ด อดีตผู้เล่นและผู้จัดการทีมสเปอร์สกล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์ "พวกเขามีผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อเปิดพื้นที่ในสนาม"

    "ผู้เล่นอยู่ด้านข้าง สร้างความสมดุล กองหน้าอยู่ข้างหน้า และผู้เล่นสนับสนุนอยู่ด้านหลัง มันตรงกันข้ามกับสิ่งที่สเปอร์สมี"

    นับตั้งแต่ต้นปี มีเพียง 35% ในการครองบอลของสเปอร์สเท่านั้นที่ไปถึงพื้นที่สุดท้ายของสนาม ซึ่งมีเพียง 2 ทีมท้ายตารางอย่างวูล์ฟส์และเบิร์นลี่ย์เท่านั้นที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า

    โดยพื้นฐานแล้ว สเปอร์สประสบปัญหาอย่างมากในการนำบอลเข้าใกล้ประตู เล่นเหมือนทีมท้ายตาราง ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาไม่สามารถขึ้นนำได้ หรือแม้แต่รักษาสกอร์นำไว้ได้

สถิติบ่งชัดถึงความย่ำแย่ในเกมรุกไก่

 รับยับเยิน 

    "คุณส่งผู้เล่นลงสนาม แต่คุณขาดการป้องกัน การวิ่ง และการแย่งบอล แล้วจะทำอย่างไร?"

    คำบ่นหลังเกมกับฟูแล่ม ทูดอร์กล่าวว่า ทีมของเขาขาดความสามารถในการดวล ทำให้ทีมงานโค้ชหมดหนทาง

    "ฟุตบอลเป็นกีฬาแห่งการวิ่งและการดวล" เขากล่าวเสริม "ผมรู้สึกว่า ผู้เล่นฟูแล่มมักถึงบอลก่อนเสมอ แม้มีสมอง พวกเขาก็ยังมาถึงก่อนเรา เรามักตามหลังเสมอ"

    ในครึ่งแรก ซึ่งฟูแล่มขึ้นนำ 2-0 สเปอร์สชนะการดวลบอลเพียง 40%  พวกเขาถูกทีมของ มาร์โก ซิลวา บุกหนัก ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมในฤดูกาลนี้ของสเปอร์ส

    "ไก่เดือยทอง" อยู่อันดับสุดท้ายในพรีเมียร์ลีกในเรื่องการชนะการดวลกลางอากาศ และตั้งแต่ต้นปี พวกเขาแพ้การดวลมากกว่าทีมอื่นๆ

    แต่การเล่นเกมรับของสเปอร์สก็มีส่วนที่เกิดจากความผิดพลาดของตัวเองด้วย พวกเขาผิดพลาดจนนำไปสู่การเสียประตูมากที่สุดในลีกถึง 5 ครั้งในปี 2026 นอกจากนั้นแล้ว ยังไม่มีทีมไหนในพรีเมียร์ลีกที่ทำผิดพลาดจนนำไปสู่การเสียประตูมากกว่านี้ในปีนี้

    ส่งผลให้สเปอร์สเสียประตูตามตัวเลขที่คาดหวังไว้สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกปีนี้ ดังนั้น โอกาสที่จะรักษาคลีนชีตจึงยากขึ้นอีกมาก

รั้งท้ายแทบทุกด้านในส่วนของเกมรับ

 ห้องเครื่องไม่ทำงาน 

    ก่อนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สเปอร์สวิ่งน้อยกว่าคู่แข่งพรีเมียร์ลีกตลอด 5 เกมติดต่อกัน

    ที่ฟูแล่ม สเปอร์สวิ่งมากกว่าที่เคยทำได้ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดใดๆ ในฤดูกาลนี้ แต่สำหรับทูดอร์แล้ว นั่นยังไม่เพียงพอ "เราขาดผู้เล่นตรงกลางที่จะวิ่ง" เขากล่าวหลังจบเกม

    "เรื่องใครวิ่งมากกว่ากันมันไร้สาระ" เชอร์วู้ด สวนกลับผ่านทาง สกาย สปอร์ตส์ "มันอยู่ที่ว่าคุณวิ่งเมื่อไหร่ วิ่งอย่างไร และเมื่อไหร่ที่คุณหยุดนิ่ง"

    นี่อาจไม่ใช่คำวิจารณ์ทีมสเปอร์ส แต่เป็นการวิจารณ์สถานการณ์ที่พวกเขาเผชิญอยู่ คำพูดของทูดอร์เกี่ยวกับความสามารถในการวิ่งที่จำกัดของทีมนั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เมื่อพิจารณาจากวิธีที่เขาอธิบายสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ของสเปอร์สเมื่อต้นสัปดาห์

    "ผมเชื่อว่า ในด้านร่างกาย เราไม่ได้อยู่ในสภาพการณ์ที่ยอดเยี่ยมนัก" เขากล่าว "พวกเขาลงเล่นหลายเกมในช่วงที่ผ่านมาด้วยผู้เล่นไม่ครบทีม ทำให้สภาพร่างกายของทีมทรุดโทรมลง"

    "พวกเขาเหนื่อยล้า การเล่นเกมรุกและเพรสสูงต้องอาศัยความฟิต แต่ต้องเป็นทุกคน เพราะถ้าคนใดคนหนึ่งไม่ฟิต ก็จะเกิดปัญหา เพราะจะมีคนอื่นตามมาทีหลัง และอย่างที่ 2 คือ ต้องป้องกันประตูอีกฝั่งด้วย"

    "การวิ่งขึ้นไปนั้นง่าย แต่คุณต้องวิ่งกลับมาช่วยเกมรับด้วย ดังนั้น ถ้าวิ่งขึ้นไปแล้วไม่วิ่งกลับมาช่วยเกมรับ ก็จะเป็นปัญหา"

    สภาพร่างกายของสเปอร์สจะไม่ดีขึ้นเลย เนื่องจากแชมเปี้ยนส์ ลีกจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และความเหนื่อยล้าของทีมก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

เชอร์วู้ดชำแหละทีมเก่าอย่างถึงกึ๋น

 อย่าให้ถึงวันนั้นเลย 

    แม้นี่เป็นอีกครั้งที่สเปอร์สป้วนเปี้ยนอยู่ท้ายตาราง หากแต่ฤดูกาลนี้แตกต่างจากเมื่อซีซั่นก่อนลิบลับ 

    ฤดูกาล 2024/25 ในยุค แอนจ์ พอสเตโคกลู "ไก่เดือยทอง" จบอันดับ 17 ก็จริง แต่ก็ห่าง 3 ทีมบ๊วยถึง 13 คะแนน และรอดตกชั้นตั้งแต่เนิ่นๆ 

    ที่สำคัญยังมีแชมป์ยูโรปา ลีก อันเป็นแชมป์ยุโรปครั้งแรกในรอบ 41 ปี ประดับเกียรติยศให้สโมสร แม้ไม่เพียงพอเป็นวีซ่า ประทับตรา "ไปต่อ" ให้กุนซือชาวออสเตรเลียก็ตาม

    ฤดูกาลนี้ หลังผ่าน 28 เกมและเข้าสู่โค้งสุดท้าย 10 เกมที่เหลือ สเปอร์สอยู่อันดับ 16 แต่ก็ห่างโซนแดงแค่ 4 คะแนน

    ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่บรรดาทีมหนีตาย ล้วนมีลูกฮึดขึ้นมาให้เห็น แม้ยังคงขาดความสม่ำเสมอตามประสาก็ตาม

    จากความหวั่นวิตกถึงการตกชั้น ดิ แอธเลติก รายงานว่า ผู้เล่นสเปอร์สจะถูกปรับลดลงค่าเหนื่อยลงทันที 50% หากหล่นไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้า

    "เราคิดถึงแค่เกมถัดไป เราไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนั้น (การตกชั้น) ไม่ใช่เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่เราต้องโฟกัสไปที่การพัฒนาจิตใจของทีม สมาธิ และความแข็งแกร่งทางร่างกาย นี่คือเป้าหมายเดียวที่เราต้องมี" ทูดอร์ กล่าว

คืนนั้นคืนที่นอนฝัน ว่ามันถึงวันสุดท้าย

มองเห็นเราต้องลากันไป ใจทั้งใจมันสั่น

ตื่นขึ้นมาน้ำตายังคลอตา ขออย่าให้เหมือนในฝัน

มันไม่จริง มันไม่จริง เราไม่เป็นอย่างนั้น

    สำหรับสาวกไก่ ความรู้สึกดังกล่าวสอดคล้องกับบทเพลงช้าบาดลึกของแดนซิ่งควีนเมืองไทย ติ๊นา-คริสติน่า อากีลาร์ เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว

    เนื้อร้องเศร้าเคล้าน้ำตาจากปลายปากกาของ พี่ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค บอกเล่าเรื่องราวอย่างเห็นภาโดย MV เพลงนี้ได้ ไมเคิ่ล หว่อง ดารา-นักร้องลูกครึ่งชาวจีน-สหรัฐฯ มาสวมบทพระเอกด้วย

    ดนตรีโดย พี่ตั๋ม-จาตุรนต์ เอมซ์บุตร โปรดิวเซอร์คู่บุญของ พี่บิลลี่ โอแกน ละเอียดละไม เพราะพริ้งเช่นเคย

    ... ภาพของการจากลา แม้แค่หลับตาคิดถึง ยังเอาน้ำตาหยด

    ชายหนุ่มในเพลง อาจหมายถึง พรีเมียร์ลีก สำหรับแฟนสเปอร์สยามนี้

คืนนั้นเป็นแค่เพียงฝัน ยังรับมันไม่ไหว

ความฝันมันจะจริงวันใด ในหัวใจยังหวั่น

อยากวิงวอน ขอเธอด้วยดวงใจ

ขออย่าใจร้ายกับฉัน มีอะไร ให้อภัย มีจิตใจต่อกัน

    สเปอร์ส ไม่เคยตกชั้นจากลีกสูงสุด นับตั้งแต่ฤดูกาล 1976-77 สมัยยังเป็นดิวิชั่น 1 เดิม (ยุคชนะได้ 2 แต้ม) ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ คีธ เบอร์กินชอว์ โดยได้อันดับ 22 บ๊วยของตาราง ห่างพื้นที่ปลอดภัยแค่ 2 คะแนน

    ฤดูกาลนี้ เข้าสู่โค้งสุดท้าย 10 เกมที่เหลือ ซึ่งไม่ต่างกับนัดชิงชนะเลิศโดยแท้

    นัดที่ 29 : คริสตัล พาเลซ (เหย้า)

    นัดที่ 30 : ลิเวอร์พูล (เยือน)

    นัดที่ 31 : ฟอเรสต์ (เหย้า)

    นัดที่ 32 : ซันเดอร์แลนด์ (เยือน)

    นัดที่ 33 : ไบรท์ตัน (เหย้า)

    นัดที่ 34 : วูล์ฟแฮมป์ตัน (เยือน)

    นัดที่ 35 : แอสตัน วิลล่า (เยือน)

    นัดที่ 36 : ลีดส์ ยูไนเต็ด (เหย้า)

    นัดที่ 37 : เชลซี (เยือน)

    นัดที่ 38 : เอฟเวอร์ตัน (เหย้า)

อย่าให้ถึงวันนั้นเลย แค่เพียงแต่คิด หัวใจก็เจียนสลาย

วันแห่งความปวดร้าว วันที่เจ็บช้ำใจ

อย่าให้ถึงวันนั้นเลย อย่าให้มันต้องกลายเป็นจริง

อย่าให้ถึงวันนั้นเลย อย่าให้มันต้องกลายเป็นจริง

    5 เกมในบ้าน 5 เกมนอกรัง มีทั้งหนักถึงหนักมากรออยู่ แทบไม่มีงานง่ายให้เห็น

    ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฟอร์มปัจจุบันอันย่ำแย่อย่างที่เห็น

สิ่งใดใดที่มี เทียบไม่ได้กับเธอ

โลกยังดีเสมอ ถ้าเธอยังอยู่

    ความอยู่รอดในพรีเมียร์ลีก คือเป้าหมายหลักของทูดอร์กับช่วงเวลา 3 เดือนสุดท้ายของฤดูกาล

    แม้ยังเหลือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกรายการ ด้วยคิวดวลแอต.มาดริด รอบ 16 ทีมรออยู่

    กระนั้น หากต้องแลกกับการตกชั้นแล้วไซร้ สาวกไก่คงยอมสละถ้วยใหญ่ยุโรป และอยู่รอดต่อไปในพรีเมียร์ลีกมากกว่า

    ... เอาอะไรมาแลกก็คงไม่ยอม

 บทเพลงที่ 114  อย่าให้ถึงวันนั้นเลย 

 คำร้อง  โอภาส พันธุ์ดี (นิติพงษ์ ห่อนาค)

 ทำนอง/เรียบเรียง  จาตุรนต์ เอมซ์บุตร

 ศิลปิน  คริสติน่า อากีล่าร์  อัลบั้ม  อาวุธลับ  ปี  2535


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})