ออกทะเล
เหมือนหนังม้วนเก่ากลับมาฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องราวการต่อสู้ระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ที่กลับกลายเป็นการ "แพ้ทาง" ไปเสียได้
แมนฯ ซิตี้ v เรอัล มาดริด
น่าเสียดายที่ต้องมีหนึ่งบิ๊กทีมหลุดวงโคจรถ้วยใหญ่สุดยุโรปก่อนกาลอันควร และกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่คู่นี้เจอกันในรอบน็อกเอาต์
หากแต่ดูเหมือน "หนึ่งทีม" ที่ว่า แทบเจาะจงไปที่มุมฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์เกือบทั้งหมด
ด้วยผลงานเฮดทูเฮด 5 ฤดูกาลที่ออกมาคือ แมนฯ ซิตี้ 1 - เรอัล มาดริด 4
แม้ฤดูกาลนี้ ท่ามกลางความอลหม่านในมุ้งซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยการเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ จาก คาร์โล อันเชล็อตติ มาเป็น ชาบี อลอนโซ่ ในช่วงซัมเมอร์ กระทั่งตอนนี้เป็น อัลบาโร่ อาร์เบลัว ทำหน้าที่รักษาการ ทว่า ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยพา "เรือใบสีฟ้า" คว้าชัยในการเจอกันรอบลีก เฟส คราวดวลกึ๋นกับ "คุณชาย" หนึ่งในศิษย์เก่าของตัวเอง
หากแต่พลันจับสลากจ๊ะเอ๋ในรอบน็อกเอาต์ บรมกุนซือชาวกาตาลุนย่ากลับพลาดท่าให้กับโค้ชชั่วคราวแบบไปกลับซะอย่างงั้น
ถ้าจะบอกว่า "ราชันชุดขาว" คือฝันร้ายของเป๊ปก็คงไม่ผิด
นี่คือผลงานการเจอกันระหว่าง 2 ทีมในรอบน็อกเอาต์ 5 ฤดูกาลหลังสุด
2025/26 : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เรอัล มาดริด 3-0 แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ซิตี้ 1-2 เรอัล มาดริด
หลังชนะมาแล้วในการเจอกันรอบลีก เฟส ดูเหมือนทีมของกวาร์ดิโอล่าจะเป็นครองบอลเดินหน้าเข้าใส่เจ้าของแชมป์ 15 สมัยแบบไม่หวั่นเกรง
หากแต่ DNA ของราชันชุดขาวคือ การปรับตัวและยืดหยุ่น บอลยาวจาก ติโบต์ กูร์กตัวส์ หน้าปากประตูตัวเอง นำมาสู่การสอดขึ้นมาทำประตูอย่างเหนือชั้นของ เฟเดรีโก้ วัลเวร์เด้
ลูกแรกผ่านไป ลูกสอง ลูกสามค่อยๆ ผ่านไป กลายเป็นแฮตทริกของมิดฟิลด์อุุรุกวัย และทำให้เกมจบกลายๆ ตั้งแต่ยกแรกที่เบร์นาเบว
แม้รวบรวมแรงใจและหวังพลิกสถานการณ์ในแมตช์ชี้ชะตาที่เอติฮัด พร้อมกับดาหน้าปูพรมบุกเข้าใส่ตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีด ทว่า เรอัล มาดริด ยังคงเป็นเต้ยในเรื่อง "โป้งเดียวปิดบัญชี"
แฮนด์บอลและใบแดงของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา กลายเป็นจุดจบของแมนฯ ซิตี้ และเป็นการเอาคืนอย่างแสบสันต์จาก วินิซิอุส จูเนียร์ ที่โดนแฟนเจ้าถิ่นล้อเลียน "อย่าร้องไห้" (ซึ่งเป็นการเย้ยหยันแข้งแซมบ้าที่พลาดบัลลง ดอร์ 2024 ต่อ โรดรี้ มิดฟิลด์ตัวเก่งของตัวเอง)
จากจุดโทษ สู่การยิงประตูชัยในช่วงทดเจ็บ นี่คือวันของดาวเตะบราซิเลียนโดยแท้
ยกนี้ ซิตี้ไม่ได้แพ้แค่ในสนาม แต่ยังลามไปถึงอัฒจันทร์ด้วย

ใบแดงของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา จุดเปลี่ยนที่เอติฮัด ในวันที่โดน วินิซิอุส จูเนียร์ เอาคืนทั้งในสนามและบนอัฒจันทร์
2024/25 : รอบเพลย์ออฟ
แมนฯ ซิตี้ 2-3 เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด 3-1 แมนฯ ซิตี้
ภายใต้ระบบการแข่งขันใหม่ ด้วยรอบลีก เฟส 2 ยักษ์ใหญ่ทำผลงานไม่ดีนัก โดย เรอัล มาดริด ได้อันดับ 11 ส่วนแมนฯ ซิตี้ อาการหนักกว่า จบอันดับ 22 สุ่มเสี่ยงต่อการตกรอบเป็นอย่างยิ่ง
นั่นทำให้ทั้งสองทีมต้องมาเจอกันเร็วกว่าที่คาด ตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ เพื่อหาผู้ชนะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป
ด้วยฟอร์มอันย่ำแย่ ทั้งสองทีมสะท้อนจุดอ่อนในเกมรับทั้งคู่ และนั่นนำมาสู่การสอยตาข่ายถล่มทลาย
ยกแรกที่เอติฮัด เออร์ลิง ฮาแลนด์ ทำคนเดียวให้เรือใบสีฟ้านำ 2-1 เมื่อเหลือ 10 นาทีสุดท้าย และชัยชนะอยู่แค่เอื้อม
ทว่า ในฤดูกาลอันย่ำแย่ แนวรับอันเปราะบางของกวาร์ดิโอล่า ทำให้ เรอัล มาดริด ตีเสมอ 2-2 จาก บราอีม ดีอาซ นาทีที่ 86 ก่อน จู๊ด เบลลิงแฮม ทำประตูชัยในช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 บุกเหยียบจมูกถึงเมืองผู้ดี
ยกสองที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยสกอร์ที่ได้เปรียบ มันกลายเป็นนิทรรศการสังหารประตูของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ระเบิดแฮตทริกหลังผ่านชั่วโมงเศษเล็กน้อย
ศูนย์หน้าฝรั่งเศสเล่นงาน เอแดร์ซอน เสียหย่อมพระราม ด้วย 3 ประตูอันเหนือชั้น แม้ท้ายสุด ซิตี้ได้ประตูตีไข่แตกจาก นีโก้ กอนซาเลซ แต่ก็เป็นเพียงประตูปลอบใจ
เอ็มบั๊ปเป้คว้าลูกบอลหลังจบเกม ขณะที่ผู้มาเยือนออกจากเบร์นาเบวด้วยความพ่ายแพ้ไปกลับ
กระนั้น มันเป็นฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำสำหรับทั้งสองโมสร ด้วยการปิดจ็อบแบบมือเปล่าทั้งคู่ ทว่า กวาร์ดิโอล่ายังทำงานกับแมนฯ ซิตี้ต่อ ผิดกับอันเชล็อตติที่เปิดหมวกอำลาสโมสร ก่อนขยับไปคุมทีมชาติบราซิล

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ระเบิดแฮตทริกใส่แมนฯ ซิตี้
2023/24 : รอบ 8 ทีมสุดท้าย
เรอัล มาดริด 3-3 แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ซิตี้ 1-1 เรอัล มาดริด
(เรอัล มาดริด ชนะจุดโทษ 4-3)
การเจอกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยยกแรกที่เบร์นาเบว กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการเจอกันระหว่าง 2 สโมสรนี้
ณ สังเวียนเบร์นาเบว มีประตูเกิดขึ้นมากมาย ด้วย 3 ประตูภายใน 14 นาทีแรก ฟรีคิกสุดเฉียบคมของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ทำให้ อังเดร ลูนิน เสียท่าอย่างไม่น่าเชื่อหลังผ่านไปเพียง 3 นาที แต่ 2 ประตูติดต่อกันจากการสงเคราะห์ของ รูเบน ดิอาส และการยิงจาก โรดรีโก้ พลิกให้ราชันชุดขาวกลับมาเป็นฝ่ายนำหลังจบครึ่งแรก
45 นาทีที่เหลือ มีประตูเกิดขึ้นอีก 3 ลูก ซึ่งทุกประตูล้วนยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ ฟิล โฟเด้น และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล ทำประตูสุดสวยให้แชมป์สโมสรกลับมานำบ้าง กระนั้น วัลเวร์เด้วอลเล่ย์งามหยดให้เรอัล มาดริด จบเกมด้วยสกอร์มโหฬาร 3-3
ด้วยสถิติการคว้าชัยในแชมเปี้ยนส์ ลีกรวมกันกว่า 200 ครั้งในฐานะผู้จัดการทีมของทั้ง 2 กุนซือ ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่สังเวียน เอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อชมการปะทะกันครั้งยิ่งใหญ่ ระหว่างสุดยอดทีมของกวาร์ดิโอล่า กับทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ของอันเชล็อตติ
สิ่งที่ตามมาคือฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจาก เรอัล มาดริด พวกเขารักษารูปแบบการเล่นที่ยอดเยี่ยมไว้ได้ ทำให้เจ้าบ้านที่กระหายการครองบอลต้องผิดหวัง ประตูของโรดริโก้ในนาทีที่ 12 เป็นโบนัสที่สำคัญมาก แข้งบราซิเลียนยิงเข้าไป จากการซ้ำดาบสอง หลังเอแดร์ซอนเซฟได้ในจังหวะแรก และดูเหมือนว่า พวกเขาสามารถหยุดยั้งซิตี้ที่กำลังพยายามบุกได้
กระนั้น เควิน เดอ บรอยน์ ทำประตูตีเสมอสุดสำคัญอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ทำให้เกมต้องต่อเวลาพิเศษ ซิตี้ยังคงพยายามบุก แต่ฐานที่มั่นคงของมาดริดก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ นำไปสู่การดวลจุดโทษอันตึงเครียด
ลูก้า โมดริช พลาดก่อน แต่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ มาเตโอ โควาซิช ต่างยิงไม่เข้า หลังลูนินเซฟไว้ได้
อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่คอยประกบ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นผู้สังหารประตูชัยด้วยการกดจุดโทษเข้ามุมอย่างมั่นใจ ทำให้แฟนบอลทีมเยือนต่างดีใจกันอย่างสุดเหวี่ยง

แข้งราชันฉลองจุดโทษ ขณะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา สังหารพลาด
2022/23 : รอบรองชนะเลิศ
เรอัล มาดริด 1-1 แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ซิตี้ 4-0 เรอัล มาดริด
นี่คือครั้งเดียวในรอบ 5 ฤดูกาลหลังที่กวาร์ดิโอล่าคว้าชัยเหนือ "ราชันชุดขาว" และมันเป็นฤดูกาลที่ "เรือใบสีฟ้า" รอคอย ด้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
เรอัล มาดริด ของอันเชล็อตติ อยู่ในฐานะแชมป์เก่า และเป็นผู้เชี่ยวชาญโทรฟี่ใบนี้ แน่นอน แชมป์ยุโรป 15 สมัยถูกมองว่าเหนือกว่าเล็กน้อย
ซิตี้บุกเยือนเบร์นาเบวด้วยผลงานไร้พ่าย 20 เกมติดต่อกันจากทุกรายการ กระนั้น แม้ครองบอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังจากลูกยิงทรงพลังของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในช่วงกลางครึ่งแรก
ก่อนเริ่มเกม ทุกคนต่างพูดถึงแต่ฮาแลนด์ ถึงขนาดพาดหัวข่าวหนึ่งเขียนว่า "Viene el Ogro" (ปีศาจกำลังมา) แต่กลับเป็นคู่หูคนสนิทของเขาที่ยิงประตูตีเสมอให้ซิตี้
ท้ายสุดแล้ว คุณภาพในทีมของกวาร์ดิโอล่าห์ก็ฉายแววออกมา และเดอ บรอยน์ก็ยิงประตูสุดสวยเข้ามุม ยืดผลงานไร้พ่ายออกไป
เกมแรกที่เบร์นาเบวจบลง และไม่ได้ส่งสัญญาณถึงชัยชนะอย่างถล่มทลายในนัดชี้ชะตาที่เอติฮัดแม้แต่น้อย
ทีมของกวาร์ดิโอล่าแข็งแกร่งเกินกว่าที่ เรอัล มาดริด ต้านทานไหว เรือใบถอนแค้นด้วยชัยชนะ 4-0 ราวกับบอลคนละชั้น
กวาร์ดิโอล่าให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "ผมรู้สึกว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เรามีความกลัวอยู่ในใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในฤดูกาลที่แล้ว แต่ในวันนี้เราทุ่มเททุกอย่างที่มี"
2 ประตูในครึ่งแรกของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ช่วยให้ซิตี้ขึ้นนำ ก่อน มานูเอล อคานจี จะโหม่งแฉลบตุงตาข่ายและ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ สังหารอย่างเยือกเย็นปิดท้าย ทำให้แมนฯ ซิตี้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ อินเตอร์ มิลาน
... ก่อนประวัติศาสตร์เกิดขึ้น

แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซัดเบิ้ลที่เอติฮัด
2021/22 : รอบรองชนะเลิศ
แมนฯ ซิตี้ 4-3 เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด 3-1 แมนฯ ซิตี้ (หลังต่อเวลาพิเศษ)
ทั้งสองทีมมีเกมที่ยอดเยี่ยมหลายครั้ง แต่คราวนี้เป็นหนึ่งในเกมเหล่านั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เรอัล มาดริด สร้างปาฏิหาริย์มาแล้ว 2 ครั้งเพื่อผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศกับแมนฯ ซิตี้ ทีมแกร่งที่พ่ายต่อ เชลซี ในรอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาลก่อนหน้นาน
ทีมของกวาร์ดิโอล่าพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเข้าชิงชนะเลิศอีกครั้ง หลังขึ้นนำ 2-0 แต่ทีมที่สร้างปาฏิหาริย์จากสเปนก็ยังคงไล่ตามตีเสมอได้เรื่อยๆ
การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี ทั้ง 2 ฝ่ายต่างทำประตูมากมาย แต่เป็นเรอัล มาดริดที่จบเกมด้วยความพึงพอใจมากกว่า หลัง คาริม เบนเซม่า ทำประตูแบบปาเนนก้าอย่างเฉียบคมในนาทีที่ 85 ช่วยลดช่องว่างสกอร์เหลือเพียงลูกเดียว หลังแมนฯ ซิตี้นำ 3-1 และ 4-2 ในครึ่งหลัง
"ผลการแข่งขันน่าจะดีกว่านี้" กวาร์ดิโอล่าบ่น "มาดริดก็คือมาดริดเสมอ"
ยกแรกแค่ 4-3 และนั่นหมายความว่า เรอัล มาดริด ไม่เป็นรองนักสำหรับยกสองที่เบร์นาเบว
ผลงานที่ผ่านมาของ เรอัล มาดริด ทำให้แมนฯ ซิตี้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องออกจากสนามเอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ฟอร์มการเล่นในนัดสองนั้น ส่วนใหญ่แล้ว เรือใบสีฟ้าคุมเกมได้อย่างสมบูรณ์
เกมค่อนข้างราบเรียบก่อนที่ ริยาด มาห์เรซ ยิงประตูให้ซิตี้ทิ้งห่าง ขณะเหลือ 20 นาทีสุดท้าย สกอร์ห่างเพิ่มเป็น 2 ประตู ... ตั๋วรอบชิงฯ อยู่แค่เอื้อม
เรอัล มาดริด พยายามอย่างหนักในการเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งของกวาร์ดิโอล่า แต่ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นประตูที่ทำให้ซิตี้ผ่านเข้ารอบ กระนั้น เวทมนตร์ของ เรอัล มาดริด ก็ปรากฏขึ้นในช่วงท้ายเกม
เมื่อโรดริโก้ยิงประตูตีตื้นในนาทีสุดท้ายของเวลาปกติ ผลการแข่งขันก็ดูเหมือนจะแน่นอนแล้ว ผู้ตัดสินที่ 4 ชูป้ายทดเวลาบาดเจ็บ 6 นาที กระนั้น ทีมของอันเชล็อตติไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมาย เพียงนาทีเดียว โรดริโก้ก็โหม่งทำประตูที่ 2 ของตนเอง ทำให้เกมต้องยืดเยื้อถึงต่อเวลาพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ
โมเมนตัมพลิกผัน แมนฯ ซิตี้ อยู่ในสภาพช็อก และเบนเซม่าก็ยิงประตูตอกย้ำชัยชนะในนาทีที่ 5 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังถูก รูเบน ดิอาส ทำฟาวล์ในเขตโทษ ดาวเตะฝรั่งเศสยิงประตูอย่างเยือกเย็น และยักษ์ใหญ่แห่งลา ลีกา คว้าชัยชนะอันน่าจดจำมาได้
"มันเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับเรา ผมปฏิเสธไม่ได้" กวาร์ดิโอล่าถอนหายใจ "เราเกือบได้เข้าชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว ตอนนี้ เราต้องทำใจและกลับมาให้ได้"

โรดรีโก้ ฮีโร่นาทีบาปของราชันชุดขาว
ออกทะเล ... ทุกครั้งที่เจอเธอ
เมื่อเรื่องราวของ "เรือใบ" มาผสานกับอาการ "แพ้ทาง" ผลลัพธ์ที่ได้คือเพลงนี้ครับผม
"ออกทะเล" ของ พี่เสือ-ธนพล อินทฤทธิ์ กับอัลบั้ม "ใจดี ... สู้เสือ" งานแรกในร่มเงาแกรมมี่ เมื่อปี 2541
เหมือนกับเพลงส่วนใหญ่ของร็อกเกอร์เพื่อชีวิตจากกาฬสินธุ์ครับ พี่เสือบรรจงเขียนคำร้องควบทำนองเอง และร่วมเรียบเรียงเสียงประสานกับ พี่เอ-จิตติพล บัวเนียม คู่หูทางดนตรีที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ "ทีของเสือ" เรื่อยมาถึงปัจจุบัน
ดนตรีสนุกสนานเคล้าไปกับเรื่องราวของไอ้หนุ่มที่ตกหลุมรักสาวเจ้า และออกอาการ "แพ้ทาง"
❡ เธอ เป็นอะไรที่ใจมันแพ้ โดนทุกทีไม่มีข้อแม้
พยายามแต่ก็แพ้แต่เธอ
รู้ตัวดี บอกใจไว้อย่าลืมนะ ถ้าเจออย่าเบลอเชียวนะ
ยังไม่วายสมองเลือนลาง
เก่งมาจากไหนไม่รู้ แต่เจอกันเมื่อไหร่ ไอ้หนุ่มคนนี้กลับไปไม่เป็น
อาการมันเป็นมันอย่างนี้ครับท่านผู้ชม
❡ เป็นอาการหามุมไม่เจอ
มันเป็นเบลอเบลอ เป็นลืมลืม ไม่มีทิศทาง
เคยเป็นมวยดีการันตี ไม่มีเหลือฟอร์ม
เจอเธอเป็นยอม ยอม ยอม แพ้เธอแพ้ทาง
ไอ้หนุ่มคนนี้ กับสาวเจ้าคนนั้น ไม่ต่างกับ แมนฯ ซิตี้ กับ เรอัล มาดริด นั่้นละครับ
เป็นโจทย์ที่กวาร์ดิโอล่ากุมขมับแทบทุกครั้ง
❡ ออกทะเล ทุกครั้งที่เจอเธอ
ออกทะเล หาตัวเองไม่เจอ เพราะเธอ
แม้เป็นทีมใหญ่ไม่ต่างกัน กระนั้น เมื่อก้าวลงจากสังเวียน กลับแทบเป็นหนังม้วนเดิมอยู่ร่ำไป
เก่งมาจากไหน ท้ายสุด ซิตี้ก็เสร็จเรอัล
❡ โอเธอ มองดูเธออย่างมีความหวัง ทั้งที่ความจริงไม่มีหวัง
แต่ดอกไม้มันก็บานในใจ
เพ้อเจ้อ ดึงตัวเองอยู่กับร่องกับรอย กลางทะเลมีแค่เรือลำน้อย
โดนคลื่นเธอสาดซัดโอนเอน
ไม่รู้ว่าเป๊ปจะคัดท้ายเรือใบลำนี้ต่อไปหรือไม่ หลังจบฤดูกาลนี้ แต่แน่นอนว่า การเผชิญหน้าเรอัล มาดริด คือหนึ่งรอยด่างในฐานะกุนซือแมนฯ ซิตี้อันยิ่งใหญ่ของตัวเอง
... ออกทะเล ทุกครั้งที่เจอเธอ ราชันชุดขาวตัวแสบ!
บทเพลงที่ 118 ออกทะเล
คำร้อง/ทำนอง ธนพล อินทฤทธิ์
เรียบเรียง ธนพล อินทฤทธิ์/จิตติพล บัวเนียม
ศิลปิน เสือ-ธนพล อินทฤทธิ์
อัลบั้ม ใจดี ... สู้เสือ ปี 2541


