ใจสั่งมา
23 มิถุนายน 2026 หลังเกมฟุตบอลโลกระหว่าง อาร์เจนติน่า กับ ออสเตรีย วงการลูกหนังพาดหัว 2 ข่าวใหญ่แบบไม่ได้นัดหมาย
ประเด็นแรกคือ ลิโอเนล เมสซี่ กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกแบบเดี่ยวๆ ด้วยผลงาน 18 ประตู แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ของเยอรมัน (16)
กระนั้น ไม่แน่ว่า คิง เลโอ จะครองสถานะดังกล่าวนานแค่ไหน เมื่อ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ (16) ของฝรั่งเศสหายใจรดต้นคอตามมาติดๆ และเผลอๆ อาจแซงหน้าในทัวร์นาเม้นต์นี้เลยก็เป็นได้
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางการแข่งขัน ซึ่งทั้งสองทีมมีแนวโน้มอยู่คนละสาย และมีสิทธิ์เจอกันในนัดชิงชนะเลิศ ซ้ำรอย 4 ปีก่อน
ภายใต้เงื่อนไขว่า ไม่มีทีมใดทีมหนึ่งร่วงหลุดวงโคจรไปเสียก่อน
ส่วนประเด็นที่ 2 ที่เป็นหัวข้อใหญ่ไม่แพ้กันนั่นคือ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ร้องขอย้ายทีมจากแอต.มาดริด
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตอัตราความเดือดระดับหมื่นฟาเรนไฮต์
แอต.มาดริด - ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ - บาร์เซโลน่า
อาจเป็นดีลมหากาพย์อย่างที่ไม่เคยเห็นบ่อยๆ ด้วยท่าทีขึงขังของ "ตราหมี" ในชั่วโมงนี้
แอต.มาดริด ถือหนังสือสัญญา เมื่อคราวคว้าตัวดาวเตะฟ้าขาวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ด้วยอายุสัญญาถึงปี 2030 และค่าฉีกสัญญานั้นสูงลิบถึง 500 ล้านยูโร
ในทางกฎหมายแล้ว แอต.มาดริดมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวนักเตะ
หากแต่ในทางปฏิบัติแล้ว คุณจะทำอย่างไรกับนักเตะที่หมดใจ และไม่ต้องการอยู่กับทีม?
มีข่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอัลวาเรซกับกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นั้นสะบั้นแล้ว และพวกเขาจะทำงานร่วมกันต่อไปอย่างไร?
บางส่วน บอกว่า ซิเมโอเน่ไฟเขียวให้สโมสรขายอัลวาเรซทิ้ง
บางแหล่งข่าวบอกว่า แอต.มาดริดยินดี "ขัง" นักเตะไว้ข้างสนาม ตลอดฤดูกาลด้วยซ้ำ
บ้างว่า พวกเขาพร้อมเจรจากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือ อาร์เซน่อล มากกว่าจะยอมคุยกับคู่แข่งจากแคว้นกาตาลัน
บางกระแสบอกว่า บาร์เซโลน่าเตรียมยื่นข้อเสนออีกครั้งราว 130 ล้านยูโร หลังข้อเสนอ 100 ล้านยูโรในครั้งแรกถูกปฏิเสธ ซึ่งดูเหมือนแอต.มาดริดไม่ยินดีเจรจาแม้แต่น้อย และบอกตัวเลขชัดๆ 500 ล้านยูโรเท่านั้นค่อยมาคุยกันใหม่
ไม่ใช่แค่นั้น คราวนี้ แอต.มาดริด ดุดันไม่เกรงใจใคร และเตรียมยื่นฟ้องร้องต่อฟีฟ่าว่า บาร์เซโลน่าแอบติดต่อกับนักเตะของตัวเองไว้ก่อนแล้ว
ขณะที่ "เจ้าบุญ (ไม่) ทุ่ม" ตั้งเพดานไว้ไม่เกิน 130 ล้านยูโร ห่างไกลจากที่ตราหมีเรียกร้องหลายช่วงตัว
... ดูแล้ว เรื่องนี้อาจยืดยาวเป็น "หนังชีวิต" ที่หาลงไม่ได้ง่ายๆ
สำหรับคนต้นเรื่อง นี่คือช่วงเวลาแห่งความอึดอัดครับ
หลังอดทนอยู่นาน อัลวาเรซ ทำในสิ่งที่บาร์เซโลน่าเชื่อว่า จะเป็นหนทางส่งให้การย้ายทีมง่ายขึ้น นั่นคือ ... การประกาศต่อหน้าสาธารณะถึงเจตนารมณ์ย้ายทีม
"ผมไม่อาจซ่อนหรือเสแสร้งเป็นอย่างอื่นได้ ผมพยายามเป็นคนที่ซื่อสัตย์ และผมได้พูดอย่างตรงไปตรงมากับผู้คนที่สโมสร กับคนเหล่านั้นที่ผมจำเป็นต้องพูดด้วย" อัลวาเรซ เอ่ยปากหลังเกมกับออสเตรีย
"ผมคิดว่า สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนคือ ... การย้ายทีม"
"และผมต้องการทำความฝันของผมให้เป็นจริง"
ทุกคนรู้ โลกรู้ ความฝันของอัลวาเรซมีชื่อว่า บาร์เซโลน่า
การตัดสินออกมาดับเครื่องชนต้นสังกัดปัจจุบัน เพื่อล่าความฝันในวัยเยาว์ครั้งนี้ของอัลวาเรซ นั่นอาจเป็นเพราะ "ใจสั่งมา" เหมือนเพลงฮิตตลอดกาลของ วงโลโซ นั่นแหละครับ
ก็เลยมาร้องเพลงบอก แค่อยากให้เธอนั้นเข้าใจ
ไอ้สิ่งที่ฉันทำลงไป ใจสั่งมา
อย่าโกรธเลยนะคนดี ยกโทษให้ฉันนะแก้วตา
คราวหลังจะไม่มา จะไม่โทร
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถือเป็นวาระพิเศษสำหรับ พี่เสก-เสกสรรค์ ศุขพิมาย หนึ่งในศิลปินร็อกที่ครบเครื่องที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้รับอภัยโทษและปล่อยตัวเป็นอิสรภาพ
ขอแสดงความยินดีกับ ร็อก แอนด์ โรล สตาร์ของเมืองไทยด้วยครับ
ขณะที่อัลวาเรซร่ำร้องบอกเจตนา
เรายังคงต้องดูกันต่อไปว่า แอต.มาดริด และบาร์เซโลน่าจะบรรเลงเพลงแข้งบทไหนใส่กันหลังจากนี้
แอต.มาดริด อาจยืนกราน "ไม่ให้เธอไป" แบบ โปเตโป้ ส่วนบาร์ซ่าก็อาจกลับว่า "ทำไมต้องห้ามรักกัน ไม่เข้าใจ" ด้วยสำเนียง หิน เหล็ก ไฟ
บทเพลงต่อไป? อาจได้ฟังกันยาวๆ จนแทบครบอัลบั้ม
แฟนบาร์ซ่าและตราหมี ... เราจะขอบตาดำไปด้วยกันครับผม
บทเพลงที่ 146 ใจสั่งมา
ศิลปิน โลโซ
คำร้อง/ทำนอง เสกสรรค์ ศุขพิมาย
เรียบเรียง โลโซ
อัลบั้ม เอนเตอร์เทนเมนต์
ปี 2541

