ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่
มาถึงรอบตัดเชือก เวิลด์ คัพ ฉบับอเมริกาเหนือ
ถึงตอนนี้ สำหรับผู้เขียนยกให้ "ตราไก่" ฝรั่งเศส เป็นเต็งหนึ่ง ฟุตบอลโลก ปีนี้ครับ
หลังชนะโมร็อกโก 2-0 ทัพจากแดนน้ำหอมผ่านเข้ารอบรองฯ บอลโลก เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน
ฝรั่งเศส ชุดสั่งลา ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้น นัดเปิดสนาม ถล่มเซเนกัล 3-1 หลังเจองานยากในครึ่งแรก "เลส์ เบลอ" เจาะแนวรับ "สิงโตแห่งเตรานก้า" ขาดกระจุยด้วย 3 ประตูในครึ่งหลัง รวมถึง 2 ตุงจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
ต่อจากนั้นเป็นงานสบาย ด้วยการยำใหญ่อิรัก และถลุงนอร์เวย์ 4-1 พร้อมคว้าแชมป์กลุ่ม ไอ
ในเกมกับอิรัก มันคือการเปิดคลีนิกสอนบอลบนเวทีฟุตบอลโลก ด้วยโอกาสยิง 19-4 ขณะที่สัมผัสบอลในเขตโทษคู่แข่งถึง 41 ครั้ง เทียบกับคู่แข่งจากเอเชียที่ทำได้เพียง 7 ครั้งแบบไม่เห็นฝุ่น
แมตช์ดวล "พระอาทิตย์เที่ยงคืน" ซึ่งเป็นเกมตัดสินแชมป์ นอร์เวย์พักตัวเก่งทั้งทีม เอื้ออำนวยให้ฝรั่งเศสถลุงกระเจิงด้วยผลงาน 4 ประตู (รวมทั้งแฮตทริกของ อุสมาน เดมเบเล่) และมีโอกาสยิง 18 ครั้ง
เมื่อถึงรอบน็อกเอาต์ บางทีมอาจแผ่ว ทีมใหญ่อาจเจอทางตัน แต่ไม่ใช่ทีมจากแดนน้ำหอม
ฝรั่งเศสยังคงเป็นฝ่ายครองเกมเหนือคู่แข่ง ทีมของ "เดเด้" ไม่เสียประตู ทั้งในเกมกับสวีเดน, ปารากวัย และโมร็อกโก ด้วยชัยชนะรวด และประตูรวม 6-0
จาก 3 เกมดังกล่าว ฝรั่งเศสมีโอกาสยิงถึง 62 ครั้ง ขณะที่โดนคู่แข่งยิงแค่ 18 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า ทัวร์นาเม้นต์นี้ตราไก่เป็นฝ่ายเหนือกว่าคู่แข่งราวบอลคนละชั้น
ด้วยผลงานอันร้อนแรงจนแทบมองไม่เห็นจุดอ่อน บางที ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นคราวของฝรั่งเศส?
สถิติของฝรั่งเศสในบอลโลก 2026
✅ทีมเดียวในทัวร์นาเม้นต์นี้ที่ชนะรวดทั้ง 6 เกมในช่วงเวลาปกติ และชนะ 5 เกมด้วยการยิงมากกว่า 1 ประตู
✅6 เกมที่ผ่านมา ฝรั่งเศสยิงได้ถึง 16 ประตู และเสียแค่ 2 ลูก
✅ยังไม่เคยตามหลังคู่แข่งในทัวร์นาเม้นต์นี้
✅ยิงประตูมากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้ (16)
✅แอสซิสต์มากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้ (14)
✅ยิงเข้ากรอบมากที่สุด (47) มากกว่าทีมอื่นๆ 13 ครั้ง
✅เป็นชาติที่ 3 ที่เข้าถึงรอบรองฯ บอลโลก 3 ครั้งติด ต่อจากเยอรมัน (2 ครั้ง) และบราซิล
✅ชนะนัดที่ 45 ในบอลโลก มากเป็นอันดับ 4 ร่วมกับอิตาลี โดยเป็นรองแค่ 3 ชาติคือ บราซิล (79), เยอรมัน (70) และอาร์เจนติน่า (52)

ร้อนยิ่งกว่าไฟ ตราไก่ 2026
เพราะเรานั้นคู่กัน
ดูเหมือนฟุตบอลโลกคือเวทีที่ถูกโฉลกกับเอ็มบั๊ปเป้ ราวกับเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน
หลังสร้างประวัติศาสตร์ในบอลโลกสมัยแรกของตัวเองเมื่อปี 2018 ในฐานะผู้เล่นอายุน้อยสุดอันดับ 2 (19 ปี) ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก รองจาก เปเล่ (17 ปี เมื่อปี 1958) เอ็มบั๊ปเป้ยังคงผลิตผลงานมาสเตอร์พีซในรายการนี้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
2018 : 4 ประตู
2022 : 8 ประตู (รองเท้าทองคำ)
2026 : 8 ประตู (และยังไม่จบทัวร์นาเม้นต์)
เพียง 3 ทัวร์นาเม้นต์ เอ็มบั๊ปเป้แซงหน้า มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานจ้าวเวหาชาวเยอรมัน (16 ประตู) อดีตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล ขึ้นมาพร้อมๆ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ตำนานฟ้าขาวที่ยังมีลมหายใจ
กระนั้น ด้วยวัย 39 ปี ทุกคนทราบดีว่า นี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของ "คิง เลโอ" ต่างกับ "ประธานเป้" ที่ตอนนี้เพิ่ง 27 ปี และแน่นอนว่า ยังเล่นบอลโลกได้อีกสมัยเป็นอย่างน้อย
นั่นหมายความว่า แม้เวิลด์ คัพ 2026 อาจจบด้วยดาวซัลโวตลอดกาลของเมสซี่ แต่อีก 4 ปีข้างหน้า เอ็มบั๊ปเป้พร้อมแซงหน้าทันที
20 ประตูจาก 20 เกมฟุตบอลโลก ทำให้เอ็มบั๊ปเป้รั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวตลอดกาล ห่างเมสซี่แค่ลูกเดียว (ก่อนอาร์เจนติน่าเล่นกับสวิตเซอร์แลนด์ วันอาทิตย์นี้)
เอ็มบั๊ปเป้กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิง 8 ประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 2 สมัย
แยกย่อยลงไป เป็นการยิงประตูในรอบน็อกเอาต์ถึง 12 ลูก
ครึ่งหนึ่งจากประตูของฝรั่งเศสในบอลโลกคราวนี้มาจากเอ็มบั๊ปเป้ (8/16)
กัปตันทีมชาติฝรั่งเศสมีส่วนร่วม 11 ประตูในเวิลด์ คัพ 2026 (8 ประตู 3 แอสซิสต์) มากที่สุดภายในบอลโลกทัวร์นาเม้นต์เดียว นับจาก แกร์ด มุลเลอร์ "ไอ้ลูกระเบิด" ชาวเยอรมันทำไว้ในปี 1970 (10 ประตู 3 แอสซิสต์)
นอกจากนั้น เอ็มบั๊ปเป้ยังมีส่วนร่วมอย่างน้อย 10 ประตูในบอลโลก 2 ครั้งหลัง และเป็นผู้เล่นคนเดียวที่ทำได้เช่นนั้น นับจากมีการเก็บสถิติในปี 1966
ในมุมทีมชาติ ประธานเป้เป็นผู้เล่นคนแรกที่มีส่วนร่วม 100 ประตูกับทัพตราไก่ (64 ประตู, 36 แอสซิสต์)
บอลโลก ของหวานประธานเป้
ขบวนการโป๊งโป๊งชึ่ง
ต้องยอมรับว่า ฟุตบอลโลกคราวนี้ เลส์ เบลอ คือชาติที่มีตัวรุกดีสุด นอกเหนือจากเอ็มบั๊ปเป้ นี่คือแผงรุกในฝันของใครหลายคน
อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลีเซ่, บราดเล่ย์ บาร์โคล่า และ เดซิเร่ ดูเอ้ พร้อมแผลงฤทธิ์ตลอดเวลา
เฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานของดาวซัลโวยุโรป กับเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ คนล่าสุด
ฝรั่งเศส (เอ็มบั๊ปเป้ 8, เดมเบเล่ 5) กลายเป็นชาติที่มีผู้เล่น 2 รายทำ 5 ประตูในบอลโลกครั้งเดียวกัน นับจากบราซิลชุด 3R เมื่อปี 2002 (โรนัลโด้ 8, ริวัลโด้ 5)
บอลโลกคราวนี้ เดมเบเล่กับเอ็มบั๊ปเป้ทำประตูรวมกันถึง 13 ลูก แค่สองคนนี้ก็มากกว่าทั้งทีมของหลายชาติแล้ว
นอกจากนั้น คู่นี้ยังแอสซิสต์ให้กันและกันมากที่สุด (เดมเบเล่แอสซิสต์ 2 ประตู, เอ็มบั๊ปเป้ 3) มากกว่าคู่หูรายอื่นๆ นับตั้งแต่เก็บสถิติในปี 1966 ด้วย
ขณะที่ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ยังทำประตูไม่ได้ก็จริง แต่ก็เป็นผู้เล่นคนแรกที่แอสซิสต์ถึง 5 ครั้งในบอลโลกทัวร์นาเม้นต์เดียว นับจาก โธมัส เฮสเลอร์ ในปี 1994 และมีลุ้นทาบสถิติของ เปเล่ ที่ทำไว้ 6 ครั้งในปี 1970

นอกจากไฟแดง ใครจะหยุดแก๊งค์นี้
ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่
ปาทริค วิเอร่า ตำนานฝรั่งเศส และแชมป์โลก 1998 บอกว่า "ผมยังไม่เห็นว่าทีมไหนจะหยุดฝรั่งเศสได้"
รอย คีน ตำนานแมนฯ ยูไนเต็ด บอกว่า "ความเร็วในแนวรุกฝรั่งเศสกำลังทำลายแนวรับคู่แข่งย่อยยับ"
แพ็ท เนวิน อดีตปีกชาวสก็อตแลนด์ บอกว่า "บางที ทีมเดียวที่หยุดฝรั่งเศสได้ก็คือ ตัวพวกเขาเอง"
เอียน ไรท์ ตำนานอาร์เซน่อล บอกว่า "ผมแทบไม่เห็นจุดอ่อนของฝรั่งเศสชุดนี้"
บางส่วนจากกูรูลูกหนังที่บ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของทัพตราไก่ชุดนี้
เหนือกว่าสิ่งใด นี่ไม่ใช่ทีม "รวมดารา" เหมือนเกมฟีฟ่า หากแต่นี่คือทีมที่ "รวมใจ" เข้าไว้ด้วยกัน
โน่นก็ดาวซัลโวยุโรป
นั่นก็บัลลง ดอร์
นี่ก็แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก
ไหนจะแชมป์บุนเดสลีกา
ทั้งหมด สุ่มเสี่ยงกับการสะสม "อีโก้" ภายในทีม และนั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยอดทีมในอดีตพังพินาศมาแล้วนักต่อนัก
หลังเกมกับโมร็อกโก เดส์ชองส์ถูกสอบถามว่า รับมืออย่างไรกับผู้เล่นที่อุดมด้วยยอดแข้งเกรด A ล้นทีมชุดนี้
เดเด้ บอกว่า "ผมเตือนพวกเขาเสมอว่า พวกเขามาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์โลก ไม่ใช่บัลลง ดอร์ ดูทีมนี้สิ เอ็มบั๊ปเป้, เดมเบเล่, โอลีเซ่ ทุกคนสามารถตัดสินเกมได้ด้วยตัวเอง"
"แต่สิ่งที่ดีคือ … พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่พยายามสร้างโอกาสให้กันและกัน คุณไม่ได้สร้างทีมด้วยการรวบรวมผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม คุณสร้างทีมได้ เมื่อผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมเลิกกังวลว่าใครจะได้พาดหัวข่าว นั่นคือส่วนที่ผมภาคภูมิใจที่สุด"
สุดยอดผู้เล่น ... สุดยอดทีมสปิริต
ยอดเยี่ยมสมกับทัวร์นาเม้นต์สั่งลาเดส์ชองส์โดยแท้
มาถึงบรรทัดนี้ ผู้เขียนขอฝากเพลงนี้ให้กับทีมชาติฝรั่งเศสครับ
"ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่" เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อเดียวกันที่มี พี่บิลลี่ โอแกน แสดงนำและทำเพลงประกอบ
หวังจะมีสักวัน เพราะฉันฝันไว้ยิ่งใหญ่
เหลียวหาคนเข้าใจ ที่จะเดินไปด้วยกัน
ทุกข์ร้อนในวันใด แบ่งกำลังใจให้กัน
แม้ว่าหนทางยังไกล แต่ว่าใจไม่เคยหวั่น
หากว่าเราจะไปด้วยกัน วันนั้นก็คงจะมี
ฝันของฝรั่งเศสในการคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 อยู่แค่เอื้อม
ขุมกำลังพรั่งพร้อม ทั้งฝีไม้ลายมือ และการเล่นเพื่อกันและกัน
กุนซือผ่านร้อนหนาวโชกโชน ทิ้งทวน 14 ปีบนเก้าอี้นายใหญ่ทีมชาติ
ครั้งนี้โลกคงจะฉุดเราไม่อยู่
บอกโลกให้รู้ว่าเราต้องการอะไร
ครั้งนี้โลกคงจะหยุดเราไม่ได้
จับมือกันไว้เราจะไปตามหาฝัน
ของกันและกัน ฉุดเราไม่อยู่
เหลือเพียงบันได 2 ขั้นสุดท้ายก่อนถึงฝั่งฝัน
ก้าวแรก 14 กรกฎาคม วันชาติฝรั่งเศส
ด้วยคู่ปรับเก่าจากยูโรเมื่อ 2 ปีก่อนอย่าง ... สเปน
บอกเลยว่า "ตราไก่" ชั่วโมงนี้ไม่เป็นรอง "กระทิงดุ"
บทเพลงที่ 151 ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่ศิลปิน บิลลี่ โอแกน
คำร้อง/ทำนอง บิลลี่ โอแกน
เพลงประกอบภาพยนตร์ "ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่"
ปี 2534

ด่านต่อไป ... กระทิงดุ

