แพ้ตลอด
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
ไม่กี่วันก่อนครับ ผู้เขียนจับยามสามตาพยากรณ์ว่า ฝรั่งเศสจะเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ ด้วยเหตุผลประกอบนานับ
ราวทำนอง "เข้าแก๊งค์ไหน หัวหน้าตายหมด" (ฮา) หลังเกมรอบรอง คู่แรก เมื่อคืนวันอังคาร
ตราไก่ จอดป้ายพ่าย กระทิงดุ 0-2
คาบ้านครับคาบ้าน (ฮา น้ำตาเล็ด)
ชัยชนะอันสวยงามตลอด 6 เกมก่อนหน้านี้ และความฝันในการเข้าชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 3 สมัยติดต่อกัน หายวับไปกับตา
เป็นอันปิดฉาก 14 ปี ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ด้วยมือเปล่า ก่อนผายมือต้อนรับตำนานของชาติอย่าง ซีเนดีน ซีดาน ในฐานะนายใหญ่คนใหม่ของทัพ เลส์ เบลอ
ถึงตอนนี้ รางวัลอันดับ 3 ก็อาจไม่เพียงพอเยียวยาความรู้สึก
"คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง" พี่เบิร์ด ว่าเอาไว้ครับ
ส่วนผู้ชนะ สเปน กรีธาทัพสู่นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากปี 2010 ที่คว้าแชมป์โลกที่ประเทศแอฟริกาใต้
ดูเหมือน ทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ กำลังตามรอยทีมชุดตำนานเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
จากแชมป์ยูโร 2008 สู่แชมป์โลก 2010
จากแชมป์ยูโร 2024 สู่แชมป์โลก 2026?
ผิดกันตรงที่สเปนยุคทองเมื่อ 16 ปีก่อนนั้นมีการปรับเปลี่ยนนายใหญ่จากชุดยูโรที่คุมทัพโดย หลุยส์ อาราโกนเญส มาเป็น บีเซนเต้ เดล บอสเก้ คราวลุยเวิลด์ คัพ ฉบับกาฬทวีป
ขณะที่ทีมชุดปัจจุบันบัญชาการโดย เด ลา ฟูเอนเต้ บอสใหญ่วัย 65 ปี มาตั้งแต่คว้าแชมป์ยูโร เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว
ประวัติศาสตร์กำลังรอคอย "กระทิงดุ" ชุดนี้อยู่

สเปนเข้าชิงฯ บอลโลกครั้งแรกในรอบ 16 ปี
รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
ด้วยผลงานอันร้อนแรง "เดเด้" ปรับทัพ 2 ตำแหน่งจากเกมชนะโมร็อกโก แนวรุกแกนหลักเป็นชุดเดิม
คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ โดดเด่นราวกับเป็นฟุตบอลโลกของตนเอง ในบทบาทหมายเลข 9 ที่เต็มไปด้วยอิสระ, อุสมาน เดมเบเล่ คลาดสายตาไม่ได้และ ไมเคิ่ล โอลีเซ่ พร้อมแผลงฤทธิ์ ส่วนอีกตำแหน่ง บราดเล่ย์ บาร์โคล่า ได้โอกาสก่อน เดซิเร่ ดูเอ้
แดนกลาง ออเรเลียง ชูอาเมนี่ หายเจ็บกลับมาพร้อมสตาร์ตแทน มานูู โกเน่ โดยมี อาเดรียง ราบิโอต์ เป็นห้องเครื่องหลัก
แบ็กโฟร์ชุดเดิม ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กับ วิลเลี่ยม ซาลิบา ประสานงานเซนเตอร์แบ็ก ขนาบข้างด้วย ฌูลส์ กุนเด้ และ ลูก้าส์ ดีญ โดยมี ไมค์ เมนญ็อง เฝ้าเสา
ขณะที่ "กระทิงดุ" ดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ออกสตาร์ตอย่างฝืดๆ ด้วยผลเสมอเคปเวิร์ด แบบไร้สกอร์ นัดเปิดสนาม
ก่อนน้องใหม่จากแอฟริกาพิสูจน์ให้เห็นว่า นี่คือสุดยอดทีมที่สร้างความประทับใจที่สุดในบอลโลกคราวนี้ และไม่เคยแพ้คู่แข่งใน 90 นาที
เด ลา ฟูเอนเต้ จัดทัพผู้เล่นชุดเดิมเช่นกัน หน้าเป้า มิเกล โอยาร์ซาบาล ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงต่อเนื่อง แม้พลาดโอกาสทองในเกมกับโปรตุเกสก็ตาม
ส่วนตัวปั้นเกมรุกยังคงนำทัพโดย "ไอ้หนูมหัศจรรย์" ลามีน ยามาล ที่เพิ่งอายุครบ 19 ปีหมาดๆ ขับเคลื่อนเกมกับ ดานี่ โอลโม่ เพื่อนจากบาร์เซโลน่าและ อเล็กซ์ บาเอน่า ที่อยู่ปีกซ้าย
ห้องเครื่องบัญชาการโดย โรดรี้ จอมทัพดีกรี บัลลง ดอร์ เมื่อ 2 ปีก่อน จับคู่ ฟาเบียน รูอีซ ทำให้ เปดรี้ จากบาร์เซโลน่าเป็นสำรองอีกนัด
หลังบ้าน ไอ้หนู เปา คูบาร์ซี่ อีกหนึ่งผลผลิตจากลา มาเซีย วัย 19 ปี เก่งเกินคาดและจับคู่ อายเมอริค ลาปอร์กต์ อย่างลงตัว โดยมี เปโดร ปอร์โร่ และ มาร์ก กูกูเรย่า ยืนริมเส้น ด่านสุดท้ายยังไว้ใจ อูไน ซีโมน เจ้าของสถิติไม่เสียประตู 650 นาที มากที่สุดในประวัติศาสตร์บอลโลก
นี่คือแผงรับที่ลงตัว และเสียแค่ลูกเดียวในทัวร์นาเม้นต์นี้

กัปตันเป้ ความหวังสูงสุดของตราไก่ชุดนี้
คนละชั้น
บนสังเวียน เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม ในอาร์ลิงตัน ระหว่างทีมอันดับ 1 โลก (ฝรั่งเศส) กับอันดับ 3 โลก (สเปน) จบลงด้วยชัยชนะของทีมแรงกิ้งต่ำกว่า
ไม่ใช่เพียงความพ่ายแพ้ แต่มันคือความแตกต่างราวกับบอลคนละชั้น เสมือนกระทิงหนุ่มกำลังสอนบอลเด็กน้อยตราไก่
มันคือการต่อสู้กันด้วยแท็กติกและเทคนิคขั้นเทพ
ด้วยรูปเกมที่สเปนครองบอลเป็นหลัก และแย่งบอลคืนกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ "กระทิงดุ" เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้แทบเบ็ดเสร็จ
แนวรุก "ตราไก่" ถูกตัดขาดจากเกม และต่อแทบไม่ติด โอลีเซ่ได้บอลที มี 2-3 ผู้เล่นกระทิงดุพัวพันและแย่งคืนกลับไปได้ ไม่ต่างกับเดมเบเล่ โดยมี โรดรี้ บัญชาการเพลงแข้งราวกับวาทยกรผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์
สเปนลดจุดแข็ง และโจมตีจุดอ่อน
ไหวพริบของยามาล ในการโฉบตัดบอลจากการโหม่งไม่ขาดของดีญ นำมาสู่จุดโทษและประตูแรกจากปลายเกือกของโอยาร์ซาบาล
ต้องชื่นชมน้องบ่าวจากยะลา ที่อ่านเกมเด็ดขาด และจู่โจมเร็ว แม้ต้องยอมรับว่า ว่าที่แบ็กซ้ายคนใหม่ของเปแอสเชไม่ได้เจตนาก็ตาม
เตะคือเตะ ฟาวล์คือฟาวล์ และมันเป็นจุดโทษ 100%

ไหวพริบของยามาล นำมาสู่จุดโทษและประตูของสเปน
ซ้ำร้ายกว่านั้น ซาลิบายังฝืนเล่นต่อไม่ไหว และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกให้ มักซิม ลาครัวซ์ ลงมาแทน หลังผ่านแค่ครึ่งชั่วโมง
ความเร็วของเอ็มบั๊ปเป้ไม่เพียงพอทลายแนวรับสเปน ไม่ติดกับดักล้ำหน้า ก็โดนซีม่อนออกมาตัดเกม ความอันตรายหายไปเกินครึ่ง
หลังพักให้น้ำกลับมาบู๊ต่อ 45 นาทีที่เหลือ ยังคงเป็นหนังม้วนเดิม
ปอร์โร่ทำชิ่งหนึ่งสองกับโอลโม่ แล้วหลุดเข้าไปล่อเป้าทำประตูที่ 2 ให้สเปนหนีห่าง 2-0 ในครึ่งหลัง
ก่อนหน้านี้ แบ็กขวาจากแคมป์ "ไก่เดือยทอง" ไม่เคยทำประตูในนามทีมชาติมาก่อน แต่ทัวร์นาเม้นต์นี้ ปอร์โร่ทำไปแล้ว 2 ประตู กลายเป็นทีเด็ดจากแถวสองซะอย่างงั้น
ยามาลเกือบมีชื่อบนสกอร์ชีต หลังแซงดีญ และสปีดไปเอาบอลจากการจ่ายของคูบาร์ซี่ แล้วหลุดเข้าไปซัดตุงตาข่าย หากแต่ผู้กำกับเส้นและ VAR ริบคืน ด้วยการล้ำหน้าเพียงครึ่งตัว
ตราไก่พยายามแล้วที่จะทวงประตูคืน กระนั้น สเปนประคองสถานการณ์ไว้ได้ และปิดจ็อบอย่างไม่บอบช้ำ
กลายเป็นชัยชนะที่ง่ายดายกว่าที่คาดคิด

เอ็มบั๊ปเป้แผลงฤทธิ์ไม่ออก
แพ้ตลอด
"ถ้ามีทีมไหนที่ฝรั่งเศสควรกลัว ทีมนั้นคือเรา" ยามาล ประกาศกร้าวก่อนเกม
ผลลัพธ์ในสนามสอดรับอย่างนั้น
ด้วยนี่คือชัยชนะคำรบ 3 ติดต่อกันของกระทิงดุเหนือทัพตราไก่
จากรอบรองฯ ยูโร 2024 (2-1)
สู่รอบตัดเชือก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 (5-4)
มาถึงรอบรองฯ บอลโลก 2026 (2-0)
อย่างนี้เรียก "แพ้ทาง" ได้มั้ย?
สำหรับผู้เขียน อยากมอบเพลงนี้ให้กับทีมของ "เดเด้" ครับ
"แพ้ตลอด" หนึ่งในเพลงเร็ว อัลบั้มแรกของ พี่มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ เมื่อปี 2535 สมัยที่ผู้เขียนยังเรียนม.ปลายอยู่เลย
ทำนองและเรียบเรียงโดย น้าฉ่าย-สมชัย ขำเลิศกุล แห่ง วงกัมปะนี ปล่อยให้ น้าประชา พงศ์สุพัฒน์ ผู้ล่วงลับ ขยับตัวอักษรร่ายเรื่องราวของไอ้หนุ่มขาโจ๋ (MV มี พี่โจอี้ บอย สมัยยังไม่ออกอัลบั้ม แสดงเป็นตัวร้ายด้วย) ที่มีอันต้องพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มหวานของสาวเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า
เหมือนแนวรุกจัดจ้านของฝรั่งเศส ที่พ่ายกระเจิงเมื่อเจอกับแนวรับกระทิงดุ ... อีกครั้งและอีกครั้ง
A1 เป็นขาลุยตลอดมา ไม่เคยครณาไม่หวั่นไหว
เจอร้ายมาก็ว่าไป ว่าไปโดยไม่ต้องเป็นห่วง
ใจสู้จริงตลอดไป หนักเบาสักเท่าไรไม่มีถอย
ความมั่นใจนั้นเกินร้อย ขาดลอยโดยไม่ต้องเป็นห่วง
A2 พอพบเธอก็เสร็จเลย เกือบลืมไปว่าเคยเข้มเต็มร้อย
ความมั่นใจมันถดถอย หมดทางทำให้เป็นเหมือนก่อน
ลองฮึดดูตั้งกี่ที แต่เจอเธอทุกทีก็หวั่นไหว
อันนี้เราก็แปลกใจ เหตุใดจึงต้องยอมใจอ่อน
ฝรั่งเศส ผู้เฉียบคมและฟาดหมดไม่สนลูกใคร 6 เกมก่อนหน้านี้ ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเจอแท็กติกของ ลา โรฆา
เอ็มบั๊ปเป้ที่ยิงกระจุย ฉีกแนวรับคู่แข่งขาดวิ่น กลับสลัดพลพรรคกระทิงดุไม่ออก
ความพิเศษที่เคยมี หายหมดสิ้นเลย
Pre-chorus ไม่เคยจะยอมคนไหน ไม่เคยจะยอมให้ใครมานาน
แต่พอมาเจอคนนี้ อ่อนแรงลงไปกระทันหัน โอ๊ย
Chorus หมดแรง แค่เจอเธอยิ้มก็หมดแรง
ความคิดต้านทาน หายหมดสิ้นเลย
เสร็จเลย เจอะเธอคนนี้แล้วเสร็จเลย
ความร้ายของเรา เหมือนอย่างที่เคยก็ไม่มี
อย่างงี้ก็แพ้ตลอด
หนึ่งครั้งพอทน 3 ครั้งพอเลย ... อย่าให้มีครั้งที่ 4!
พอแล้ว ยอมแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว
พลพรรคตราไก่ได้แค่ปาดน้ำตา ทำใจ และเตรียมตัวรีสตาร์ตกันใหม่ในยุคกุนซือ "ซิซู"
สำหรับสเปน นี่คือชัยชนะที่พวกคุณคู่ควร และหากท้ายสุดสามารถปิดฉากทัวร์นาเม้นต์ด้วยแชมป์โลกสำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด
บางที นี่อาจเป็นการกลับมาสู่ยุคทองของสเปนอีกครั้ง?
บทเพลงที่ 152 แพ้ตลอดศิลปิน มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์
คำร้อง ประชา พงศ์สุพัฒน์
ทำนอง/เรียบเรียง สมชัย ขำเลิศกุล
อัลบั้ม มอส ... เอ้อเฮอ
ปี 2535

ตราไก่พ่ายกระทิงดุ 3 ยกซ้อนๆ

