ไม่หวั่นแม้วันมามาก
เปิดฉากเรียบร้อยโรงเรียน แชมเปี้ยนส์ ลีก 2026-27 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
หนึ่งในบิ๊กแมตช์คือเกมระวห่าง 2 ยักษ์ใหญ่ ณ สังเสียน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
สกอร์สุดท้ายอย่างที่ทุกคนทราบ เรอัล มาดริด 2-1 อินเตอร์ มิลาน
แม้คว้าชัยชนะ กระนั้น เห็นได้ชัดว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีการบ้านให้ทำอีกมาก หากต้องการพา "ราชันชุดขาว" กลับมาผงาดถ้วยยุโรป
หลังจบเกม กุนซือฝอยทองยอมรับว่า เห็นทั้งด้านดีที่สุดและย่ำแย่ต้องแก้ไขด่วน
หากแต่ฟุตบอลก็เป็นเช่นนี้
ไม่กี่วันก่อน เรอัล มาดริด บุกเยือน เรอัล เบติส และบุกกระหน่ำเจ้าถิ่นอย่างบ้าคลั่ง หากเป็นมวยคงชนะคะแนนไปแล้ว ทว่า ท้ายสุด พวกเขาพ่ายน็อก หลังโดน ทรอย แพร์ร็อตต์ หอกไอริชสังหารท้ายเกม
เล่นดีใจหายแต่พ่ายแพ้ สุดท้าย เล่นดีไม่มีแต้ม
ตัดกลับมาที่เกมยุโรป คิวรับมือ "งูใหญ่" คล้ายหนังคนละม้วน หากแต่คราวนี้ เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายได้ประโยชน์บ้าง
เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ออกสตาร์ตในฐานะกองกลาง หลังโดน เดนเซล ดุมฟรี่ส์ แย่งตัวจริงแบ็กขวา
อินเตอร์ครองเกมในครึ่งแรกเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน อาทิ การส่งบอลเข้าสู่แดนหน้า ซึ่งทำได้ 128 ต่อ 15 ครั้ง
ทีมของ คริสเตียน คิวู ควรได้ประตูนำไปก่อนแล้ว หากด่านสุดท้าย "ราชันชุดขาว" ไม่ใช่ ติโบต์ กูร์กตัวส์
นายทวารเบลเยี่ยมช่วยให้แชมป์ยุโรป 15 สมัยไม่ตกเป็นรองบนสกอร์บอร์ด แม้โดน "งูใหญ่" บดหนัก

เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พยายามแล้วแต่เจาะกูร์กตัวส์ไม่ได้
ขณะที่ทีมเยือนได้เพียงเห่าแต่ไม่กัด เจ้าถิ่นชิงความได้เปรียบทันทีชนิด "โป้งปิดบัญชี"
ด้วยการเพรสซิ่งแดนหน้านำมาสู่การได้ประตูแรก เคอร์ติส โจนส์ และ ยานน์ บิสเซ็ค ต้องรับผิดชอบ "คนละครึ่ง" หลังรับส่งบอลผิดพลาด เปิดช่องให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ สับไกประตูเบิกร่อง
หลังพลาดโอกาสนับไม่ถ้วนในเกมกับเบติส ดูเหมือนศูนย์หน้าฝรั่งเศสเรียกความมั่นใจอย่างรวดเร็ว
ประตูนี้ทำให้ "ประธานเป้" ขึ้นมาเป็นดาวซัลโวตลอดกาล ชปล. อันดับ 5 ด้วยผลงาน 71 ประตูจากการลงเล่น 99 เกมรายการนี้ เท่ากับตำนานราชันรุ่นพี่อย่าง ราอูล กอนซาเลซ ที่ทำได้จากการลงเล่น 142 เกม
มีแค่ คาริม เบนเซม่า (90), โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (109), ลิโอเนล เมสซี่ (129) และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (140) ที่ทำได้มากกว่า
อินเตอร์ต้องโทษตัวเอง หลังไม่อาจจบสกอร์ได้ หนำซ้ำยังมาพลาดเสียประตูอีก
ลูกแรกว่าแย่แล้ว ลูกที่ 2 ยิ่งแย่กว่า
โจเซฟ มาร์ตีเนซ พลาดแบบอนุบาล เมื่อโดนเพรสและเตะติด เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ กระเด้งตุงตาข่ายตัวเอง
ราชันชุดขาวโกย 2-0 ทั้งที่รูปแบบเป็นรอง
ต้องขอบคุณสารพัดเซฟของกูร์กตัวส์ ที่เฝ้าเสานัดนี้เป็นเกมที่ 100 ในถ้วยชปล. และเป็นผู้รักษาประตูคนที่ 8 ที่ทำได้
หลังจบเกม สถิติบอกว่า นายทวารเบลเยี่ยมเซฟ 7 ครั้ง ขณะที่อินเตอร์ได้แค่ประตูจากโอกาสยิง 17 ครั้ง (4 ครั้งในจำนวนดังกล่าว อ็อปต้า ระบุว่าเป็น "โอกาสทอง")
สิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย กูร์กตัวส์ยกย่องอินเตอร์ มิลาน และยอมรับข้อผิดพลาดของทีม
"ท้ายสุดแล้ว เราเล่นกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง อินเตอร์ มิลาน เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในยุโรป และเกมนี้อาจจบลงด้วยสกอร์ 4-4"
"เราใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดของพวกเขา และพวกเขาทำประตูได้ในช่วงท้ายเกมเท่านั้น เราน่าจะปิดเกมได้ตั้งแต่ต้น"
แม้วัลเวร์เด้ถูกเลือกให้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ กระนั้น สำหรับมูรินโญ่แล้ว กูร์กตัวส์ต่างหากที่ดีที่สุดในเกมนี้
"ใครก็ตามที่มอบรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ให้กับวัลเวร์เด้ แทนที่จะเป็นกูร์กตัวส์ ... พวกเขาต้องนอนหลับอยู่แน่ๆ คืนนี้!" นายใหญ่ฝอยทองกล่าว
"คืนนี้ ผู้คนจะพูดถึงประตูที่ยิงได้ แต่ผมอยากพูดถึงกูร์กตัวส์ ลองดูจำนวนการเซฟที่เขาทำได้ ในเกมแบบนี้ เมื่อคู่ต่อสู้สร้างโอกาสอันตราย คุณต้องการผู้รักษาประตูที่ให้ความมั่นใจแก่คุณว่า แม้คุณจะทำผิดพลาด เขาก็จะอยู่ตรงนั้น"
"กูร์กตัวส์สุดยอดมากในคืนนี้ เขาช่วยเรอัล มาดริดหลายครั้ง และบางเซฟเหล่านั้นไม่ใช่เซฟธรรมดา มันคือเซฟที่เปลี่ยนเกมได้"
"ถ้าคุณถามผมว่า ใครคือหนึ่งในผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในคืนนี้ ผมตอบว่ากูร์กตัวส์โดยไม่ลังเล กองหน้าโจมตีสามารถยิงประตูได้ แต่ผู้รักษาประตูก็สามารถช่วยให้คุณชนะการแข่งขันได้เช่นกัน"
"คืนนี้ กูร์กตัวส์ไม่ได้แค่ปกป้องประตู เขากำลังปกป้องผลการแข่งขันของเรอัล มาดริด"
เห็นฟอร์มกูร์กตัวส์เช่นนี้ ชวนให้คิดถึงเมื่อหลายปีก่อน คราวชิงชนะเลิศรายการนี้กับลิเวอร์พูล ยุค SMF เมื่อปี 2022
คราวนั้น ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำได้เหนือกว่า และมีโอกาสเจาะตาข่ายนับไม่ถ้วน ทว่า สุดท้ายพ่ายให้กับความเหนียวหนึบของมือกาวเบลเยี่ยมรายนี้
4 ปีผ่านไป สำหรับมูรินโญ่และ เรอัล มาดริด ยุคใหม่ มันคือความอุ่นใจที่มีกูร์กตัวส์เป็นปราการด่านสุดท้าย
ในวันที่ฟอร์มย่ำแย่ แดนหน้าหาสกอร์ไม่เจอ, แดนกลางคุมเกมไม่ได้ หรือหลังบ้านที่ขยันผลิตคอนเทนต์ การมีกูร์กตัวส์อยู่ข้างหลัง พอให้สถานการณ์ไม่ย่ำแย่เกินไป
บางที ในหัวใจขุนพล เรอัล มาดริด อาจกำลังร่ำร้องเพลงนี้อยู่ลึกๆ "ไม่หวั่นแม้วันมามาก" บทเพลงจากอัลบั้มสุดท้ายของ ซิลลี่ ฟูลส์ ในยุคคลาสสิก ไลน์อัพ
คิดดูใหม่ สู้เขาไม่ไหวซักที
สู้เขาหน่อย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้
บางทีมันก็ถอดใจ ถอดไปโดยไม่คิดจะสวมดูใหม่
แต่ทันใดที่เธอกอดฉันไว้ เส้นทางต่อไปจะหนักแค่ไหนก็ ...
เนื้อเพลงจาก "บังโต" ผ่านท่วงทำนองคึกคักจาก "ป๋าหรั่ง" สมัยยังหนุ่มเฟี้ยวและท็อปฟอร์มทั้งหมู่คณะ
ชื่อเพลงนี่ ถ้าคุณอยู่ในยุค 90-2000 จะรู้ว่ามันมาจากโฆษณาผ้าอนามัยของคุณผู้หญิง
บอกมา รับคำท้าไม่ว่าหน้าไหน
เดินต่อไปด้วยหัวใจ เดินต่อไปถ้าหากเธอยืนอยู่ข้างฉัน
เหมือนที่สาวๆ ไม่หวั่นเมื่อถึงวันนั้นของเดือน
เหมือนที่ไอ้หนุ่มร็อกเกอร์ไม่หวั่นกับอุปสรรคที่เรียงหน้าถาโถม
เหมือนกับที่ เรอัล มาดริด ในวันที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ อยู่ในร่างเทพ
บทเพลงที่ 168 ไม่หวั่นแม้วันมามาก
ศิลปิน SILLY FOOLS
คำร้อง ณัฐพล พุทธภาวนา
ทำนอง ณัฐพล พุทธภาวนา/เทวฤทธิ์ ศรีสุข
เรียบเรียง SILLY FOOLS
อัลบั้ม King Size
ปี 2547
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของมูรินโญ่

