กอด
คิวฟีฟ่าเดย์รอบนี้ หลายโค้ชดังเริ่มต้นงานระดับทีมชาติ
หนึ่งในนั้นคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดคนแห่งเมืองเบียร์
หลังเปิดตัวด้วยเกมเสมอฮอลแลนด์ 1-1 ก่อนพ่ายช็อกต่อกรีซ 0-1 "เธิร์ด ไทม์ ลัคกี้" ชัยชนะนัดแรกของคล็อปป์ในฐานะ "บุนเดสเทรนเนอร์" มาจากเกมที่ 3 เหนือเซอร์เบีย 2-0
หนึ่งในขุนพลที่โดดเด่นคือ โฟลเรียน เวียร์ตซ์
เสียงเฮจากเมืองเบียร์ ดังสะท้านไปถึงแอนฟิลด์!
ในฐานะอดีตกุนซือ "หงส์แดง" บางที 4 ห้องหัวใจของเจเค นอกจากภรรยาและฟุตบอลแล้ว อาจแบ่งซอยให้ทีมชาติเยอรมันห้องหนึ่ง และลิเวอร์พูลอีกห้องหนึ่ง
หลังจบเกมกับเซอร์เบีย คล็อปป์บอกทุกคนที่แอนฟิลด์ให้ "มีความสุข" กับเวียร์ตซ์ หลังเพลย์เมกเกอร์ถุงเท้าสั้นโชว์ฟอร์มอย่างน่าประทับใจ
นั่นเป็นสิ่งที่แฟนหงส์อยากเห็น เมื่อดาวเตะหมายเลข 7 สวมเครื่องแบบสีแดงเพลิง
หลังเริ่มต้นฤดูกาลที่ 2 กับลิเวอร์พูลไม่ร้อนแรง เวียร์ตซ์ได้รับโอกาสที่ดีกับทีมชาติ นักเตะวัย 23 ปีกลั่นฟอร์มเปรี้ยง เมื่อทำงานภายใต้บัญชาการของคล็อปป์
เวียร์ตซ์เลี้ยงบอลฝ่ากลุ่มผู้เล่น เข้าไปซัดชนเสาก่อน ทอม บิสชอฟ ซ้ำเป็นประตูแรกของ "อินทรีเหล็ก" ก่อนทำประตูที่ 2 ด้วยตัวเอง หลังล็อกหลบ เซอร์ดาน บาบิช ด้วยสัมผัสบอลอันนุ่มนวล ทำให้มีเวลาเหลือเฟือในการเลือกยิงเข้ามุมล่าง
"เขาดีใจมากและทำงานหนักอย่างเหลือเชื่อ" คล็อปป์กล่าวชื่นชม "มันยอดเยี่ยมมาก เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สไตล์การเล่นของเราเหมาะกับเขา"
"ผมไม่รู้ว่าเขาต้องทำอะไรถึงจะทำให้ทุกคนมีความสุข แต่ทุกคนในลิเวอร์พูลควรมีความสุขในวันนี้"

เวียร์ตซ์ซัลโวอย่างเหนือชั้น
คนละคนเดียวกัน
เวียร์ตซ์มีบทบาทสำคัญอย่างมากในเกมกับเซอร์เบีย โดยมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตู รวมทั้งสร้างโอกาสไ (6 ครั้ง) มากกว่าจ่ายบอลพลาด (4 ครั้ง)
อย่างไรก็ตาม ในการลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 6 นัด ฤดูกาลนี้ ดาวเตะถุงเท้าสั้นทำได้เพียงแอสซิสต์เดียว และยังรอประตูแรกของตัวเองอยู่
สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามที่ชัดเจนว่า ทำไมผู้เล่นคนเดียวกันที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับทีมชาติเยอรมันถึงเล่นไม่ไฉไลที่ลิเวอร์พูล ... บางที บริบทอาจเป็นสิ่งสำคัญ
เรื่องที่ต้องตะหนัก เวียร์ตซ์ไม่ใช่เทพเจ้าทุกครั้งที่เล่นให้ทีมชาติ เขาไร้มนต์วิเศษในเกมที่เยอรมันตกรอบ 32 ทีม ฟุตบอลโลก ด้วยน้ำมือปารากวัย และเล่นไม่ดีในเกมพ่ายกรีซ สัปดาห์ก่อน
... หรือเซอร์เบียอ่อนเกินไป? นี่คือทีมที่ไม่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกหนล่าสุด, แพ้ติดต่อกัน 5 นัด และเสียอย่างน้อย 2 ประตูในทุกนัด
"ฝ่ายตรงข้ามให้พื้นที่เรามากกว่า เพราะพวกเขาค่อนข้างไม่เป็นระเบียบ และอาจพยายามโต้กลับมากกว่า" เวียร์ตซ์ยอมรับ

หงส์ดับ-อินทรีเด่น?
อิสระเสรีอยู่ที่ไหน?
ท่ามกลางความเห็นที่แตกต่างกันมากมายในวงการฟุตบอลระดับชาติ อาจมีคุณสมบัติหนึ่งที่ อันโดนี่ อีราโอล่า สามารถนำมาใช้เพื่อดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของเวียร์ตซ์ออกมา นั่นคือความยืดหยุ่นในตำแหน่งการเล่น
ฤดูกาลนี้ หมายเลข 7 หงส์แดง ถูกจำกัดให้เล่นอยู่ทางปีกซ้าย (ตามผังประกอบ) แต่เวียร์ตซ์ทำผลงานได้ดีเมื่อมีการเคลื่อนไหว
ในเกมกับเซอร์เบีย ดาวเตะวัย 23 ปีได้รับอนุญาตให้เคลื่อนที่ไปทั่วทุกทิศทางของแดนหน้า เพื่อหาช่องว่างในแนวรับที่หลวมของคู่ต่อสู้
"ผู้เล่นรอบข้างผมทำให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้นในวันนี้" เวียร์ตซ์อธิบาย "เกมของเรามีการเคลื่อนไหวมาก และพวกเราทุกคนกระตือรือร้นที่จะเล่นฟุตบอล นั่นทำให้ผมโชว์ฟอร์มได้ง่ายขึ้น"
นิค โวลเทอมาเดอ เป็นกองหน้าธรรมชาติ ซึ่งพร้อมถอยลงมา เพื่อสร้างและอุดช่องว่างให้เวียร์ตซ์ได้ใช้ประโยชน์ในการเล่นกับทีมชาติเยอรมัน
ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ อีซัค เพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล มักเล่นแบบเน้นจุดยืนตายตัวมากกว่า โดยการอยู่ในกรอบเขตโทษเพื่อให้แน่ใจว่า ตนเองอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการทำประตู
เวียร์ตซ์เปิดเผยว่าคล็อปป์ "ต้องการให้ผมเล่นฟุตบอลในแบบที่คนคุ้นเคย"
แฟนบอลลิเวอร์พูลคงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจากแบบแผนเดิม แต่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ คนอื่นๆ ในสโมสรพร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นด้วยเช่นกัน
หรืออาจต้องรอให้หงส์แดงเจอคู่แข่งระดับอ่อนชั้นกว่ามาก (เหมือนอย่างเซอร์เบีย)?

ผังการวิ่งของเวียร์ตซ์ในทีมชาติเทียบกับลิเวอร์พูล
กอด
สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดแข็งของคล็อปป์มาตลอด นั่นคือการบริหารคน
ด้วยตัวตนและบุคลิกส่วนตัว ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาบ่งบอกว่า เจเคคือโค้ชที่สามารถเปลี่ยนแปลงและยกระดับผู้เล่นได้ ส่วนหนึ่งมาจากจิตวิทยาระดับจารย์
เหมือนกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานป๋าแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นแหละครับ
โม ซาลาห์ ที่เคยดับสนิทกับเชลซี, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน จากทีมตกชั้น หรือกองหน้าเกรดรองอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ฯลฯ ล้วนกลายเป็น "คำตอบสุดท้าย" ภายใต้การทำงานร่วมกับคล็อปป์
จากความคลางแคลงใจ กลายเป็นความเชื่อมั่น!
ก่อนเกมกับฮอลแลนด์ แม้สวมหมวกกุนซืออินทรีเหล็ก อดีตนายใหญ่หงส์ไม่เคอะเขินที่จะสวมกอด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ โคดี้ กัคโป รวมทั้งกอดคอลูกน้องเก่า ไรอัน กราเฟนแบร์ค ที่หล่นเป็นสำรองที่แอนฟิลด์ในตอนนี้
บางคำพูด บางพฤติกรรม ... เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่สำหรับใครบางคน
เพียงสัมผัสอันหนักแน่นและอบอุ่นของคล็อปป์ สามารถปลุกความมั่นใจของใครบางคนได้
... อ้อมกอดนี้ทรงพลังยิ่งนัก
กอดกันหน่อยได้ไหม
ให้ฉันได้ชื่นใจสักที
กอดกันเถอะคนดี
สุขทุกนาทีที่ได้กอดกัน
เหมือนเพลง "กอด" ของวงเร็กเก้ไทยยุคบุกเบิก "ที-โบน" ที่มีนักร้องนำอย่าง พี่แก็ป-เจษฎา ธีระภินันท์ เจ้าของทรงเดดร็อกคนแรกๆ ของเมืองไทย นั่นแหละครับ
เพลงนี้ พี่แก๊ป เขียนร่วมกับ พี่กอล์ฟ-นครินทร์ มือกีตาร์และอาจารย์สอนดนตรี ซึ่งเคยทำงานร่วมกับ พี่ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์ อยู่หลายชุด
อยากจะกอดเธอไว้
ให้หัวใจฉันเคียงข้างเธอ
กอดเธอแบบเพลินเพลิน
ไม่คิดล่วงเกินแค่พออุ่นใจ
ดนตรีละมุนผ่อนคลาย ชวนรื่นรมณ์ด้วยเครื่องเป่าไพเราะ
บทเพลงให้ความสบายใจ เหมือนอ้อมกอดของคล็อปป์ที่มอบให้กับลูกทีมนั่นแหละครับ
โลกเราวันนี้
สับสนเหลือเกินฉันเลยเป็นห่วง
เห็นเธอเหนื่อยล้า
เลยคิดว่าดีถ้าเรากอดกัน
ใครบางคนเห็นใจเวียร์ตซ์ และบอกว่า ดาวเตะพันธุ์เบียร์ย้ายมาลิเวอร์พูลผิดเวลาไปหน่อย
ฤดูกาลที่ 2 ของ อาร์เน่อ สล็อต เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทั้งแท็กติกและขุมกำลัง (ซึ่งรวมถึงเวียร์ตซ์) ประกอบกับบุคลิกแข็งๆ ของเฮดโค้ชดัตช์ นำมาซึ่งความพังทั้งผลงานในสนาม และห้องแต่งตัว
สวนทางกับสิ่งที่คล็อปป์เคยทำไว้อย่างสิ้นเชิง
เฝ้าดูและเรียนรู้ บางที นั่นอาจเป็นการบ้านของอีราโอล่าหลังเบรกทีมชาติ
ศิลปิน ที-โบน
เนื้อร้อง/ทำนอง เจษฎา ธีระภินันท์/นครินทร์ ธีระภินันท์
อัลบั้ม กอด
ปี 2540


