คนไม่มีสิทธิ์

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 คอลัมน์ บรรเลงเพลงแข่ง โดย แว่นดำ
65
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
"อยู่อย่างคนไม่มีสิทธิ์ ก็ผิดตั้งแต่วันที่เราเกิด" (ไมโคร, 2532)

    วันจันทร์นี้ วาระบัลลง ดอร์ 2026

    ในขวบปีที่การขับเคี่ยวเข้มข้น ด้วยแคนดิเดตหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ลามีน ยามาล, แฮร์รี่ เคน หรือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 

    แน่นอน "ไม่มีเบอร์หนึ่งถึงสองคน" และส่วนหนึ่งจากผู้เล่นเหล่านี้อาจต้องเข้าสู่ทำเนียบ "คนอกหักพักบ้านนี้" ด้วยโอกาสคว้ารางวัลอันทรงเกียรติที่หลุดมือเพียงปลายนิ้ว

    คอลัมน์วันนี้ ขอนำเสนอ 18 ยอดแข้งที่จำใจเป็น "คนไม่มีสิทธิ์" สำหรับรางวัลเกียรติยศนี้ 

    เกือบทั้งหมดในรายชื่อเหล่านี้แขวนสตั๊ดแล้ว ขณะที่บางส่วนอยู่ในบั้นปลายอาชีพค้าแข้ง, เลยจุดพีคของตัวเอง และคงหมดโอกาสคว้าบัลลง ดอร์ เรียบร้อยแล้วครับ

18 แกเร็ธ เบล

อันดับดีสุด : อันดับ 6 (2016)

    อาจกล่าวได้ว่า แกเร็ธ เบล คือผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในช่วงปี 2012-13 ขณะเล่นให้กับสเปอร์ส แต่การที่ "ไก่เดือยทอง" ไม่มีถ้วยรางวัลใดๆ ทำให้แข้งเวลส์ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ติดกลุ่มผู้เล่นชั้นนำ และจบลงด้วยอันดับ 9

    สิ่งที่ทำให้เบลเป็นหนึ่งในสุดยอดแข้งที่ไม่เคยคว้าบัลลง ดอร์ คือฤดูกาล 2015-16 ด้วยผลงาน 19 ประตูจาก 23 เกมลา ลีกา ทำให้ "ราชันชุดขาว" ได้รองแชมป์ ก่อนเรอัล มาดริดชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังดวลจุดโทษชนะคู่ปรับอย่างแอต.มาดริด

    นอกจากนี้ เบลยังเป็นกำลังสำคัญของเวลส์ในการพา "มังกรแดง" เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโร 2016 แม้มีอุปสรรคมากมายก็ตาม แต่การที่เขาทำประตูไม่ได้เลยในแชมเปี้ยนส์ ลีก และการที่ทีมไม่ได้แชมป์ลีกในประเทศ ทำให้เขาพลาดโอกาสนั้นไป และผลงานก็ค่อยๆ ตกต่ำลงหลังจากนั้น


17 ฟรานเชสโก้ ต็อตติ

อันดับดีสุด : อันดับ 5 (2001)

    ฟรานเชสโก้ ต็อตติ คือสุดยอดนักเตะที่เล่นให้สโมสรเดียวตลอดชีวิต โดยปฏิเสธข้อเสนอจาก เรอัล มาดริด เพื่ออยู่กับโรม่า ทีมรักของตนเอง

    จากลูกหม้อสู่ตำนาน ต๊อตติลงเล่นให้โรม่าทุกฤดูกาลตั้งแต่ปี 1992-93 จนถึง 2016-17 ลงเล่นไป 786 นัด และทำ 307 ประตู ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลทุกคนที่เชียร์สโมสรจากเมืองหลวง

    "เจ้าชายหมาป่า" จบอันดับ 5 บัลลง ดอร์ ปี 2001 หลังโรม่าคว้าแชมป์เซเรีย อา โดยทำ 16 ประตูจากทุกรายการ

    อย่างไรก็ตาม ต๊อตติมีสถิติดีกว่านั้นในฤดูกาล 2005-06 ซึ่งทำได้ 17 ประตูจาก 29 นัด นั่นงเป็นตัวเลขอันน่าทึ่ง รวมทั้งคว้าแชมป์โลกกับอิตาลี ในขวบปีที่เพื่อนร่วมชาติอย่าง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ คว้าบัลลง ดอร์สำเร็จ


16 โมฮาเหม็ด ซาลาห์

อันดับดีสุด : อันดับ 4 (2025)

    การที่ โม ซาลาห์ จบอันดับ 4 บัลลง ดอร์ปี 2025 เน้นย้ำอีกครั้งว่า การผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ ลีกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคว้ารางวัลบัลลง ดอร์

    ซาลาห์ทำไป 34 ประตูจาก 52 เกม ขณะที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของแข้งมัมมี่ในชุดลิเวอร์พูล

    กระนั้น ฤดูกาล 2017-18 ซาลาห์สร้างปรากฏการณ์ด้วยการทำ 44 ประตู แต่พลาดโอกาสคว้ารางวัลส่วนตัวใหญ่สุดอย่างน่าเสียดาย

    หาก "หงส์แดง" คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า แข้งอียิปต์จะเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิง และอาจคว้ารางวัลนี้สำเร็จ ... ก็เป็นได้


15 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

อันดับดีสุด : อันดับ 4 (2013)

    อาจเข้าใจได้ว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ถึงไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งยุโรป เพราะเขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในทุกช่วงเวลา

    อย่างไรก็ตาม "พระเจ้า" อยู่ในระดับแนวหน้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ การยืนระยะในระดับสูงสุด การคว้าถ้วยรางวัลมากมาย และความสามารถในการสร้างสรรค์เกมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้เขามีโอกาสได้รับการพิจารณาอย่างแน่นอน

    ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ซลาตันพลาดรางวัลนี้คือ เขาไม่เคยเข้าชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในสายตาของผู้ลงคะแนน

    หากพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ บางที ยักษ์ใหญ่ชาวสวีเดนอาจเป็นอีกหนึ่งชื่อที่คาดเดาไม่ได้เหมือนกับ โรนัลดินโญ่ ที่เคยคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้มาครอง

    ผลงานดีสุดของอิบราฮิโมวิช คืออันดับ 4 ในปี 2013 สมัยเล่นให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง


14 เฟอร์กิล ฟาน ไดค์

อันดับดีสุด : อันดับ 2 (2019)

    เป็นเรื่องยากมากที่กองหลังจะมีโอกาสลุ้นรางวัลผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก รางวัลนั้นมักสงวนไว้สำหรับกองหน้าซูเปอร์สตาร์ที่ทำประตูและได้รับค่าตอบแทนสูง 

    กองหลังคนสุดท้ายที่คว้ารางวัลนี้คือ คันนาวาโร่ ในปี 2006 แต่หลังจากนั้น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นคนที่เข้าใกล้มากที่สุด

    กองหลังชาวดัตช์ พลิกเกมและเป็นกำลังสำคัญในแนวรับลิเวอร์พูล VVD นำทีมภายใต้ เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์ทั้งในยุโรปและในประเทศมากมาย

    ปี 2019 หลังซิวถ้วยชปล. ฟาน ไดค์ เกือบหยุด ลิโอเนล เมสซี่ จากการคว้าบัลลง ดอร์ สมัยที่ 6 โดยขาดไปเพียง 7 คะแนนเท่านั้น


13 สตีเว่น เจอร์ราร์ด

อันดับดีสุด : อันดับ 3 (2005)

    การถกเถียงเรื่อง พอล สโคลส์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีวันจบสิ้น อาจตัดสินได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า แลมพาร์ดคือผู้ที่เข้าใกล้รางวัลบัลลง ดอร์มากที่สุดในปี 2005 โดยจบอันดับ 2 รองจาก โรนัลดินโญ่ แม้แฟนลิเวอร์พูลโต้แย้งอย่างเข้าใจได้ว่า ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในอิสตันบูลเพียงอย่างเดียว กัปตันทีมของพวกเขาควรได้อันดับสูงกว่านี้

    สำหรับ สตีวี่ จี การโค่นล้มโรนัลดินโญ่ถือเป็นความท้าทายเสมอ แต่รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฟุตบอลระดับสโมสรก็ตกอยู่ในมือมิดฟิลด์หัวใจเหล็กรายนี้ ซึ่งอยู่เบื้องหลังในการพลิกเกมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยูโรเปี้ยน คัพ

    หากเจอร์ราร์ดอยู่กับสโมสรที่คว้าแชมป์ในประเทศได้มากกว่านี้ บางที เขาอาจเป็นนักเตะอังกฤษคนแรกนับตั้งแต่ ไมเคิ่ล โอเว่น เพื่อนร่วมรุ่นหงส์ที่ได้รับรางวัลนี้ในปี 2001


12 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

อันดับดีสุด : อันดับ 2 (2021)

    หนึ่งในดาวซัลโวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โชคร้ายอย่างเหลือเชื่อที่ไม่เคยคว้า บัลลง ดอร์ 

    ดาวยิงโปลเป็นเต็งจ๋าในปี 2020 กระนั้น พิธีมอบรางวัลถูกยกเลิก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเลวานดอฟสกี้ได้เพียงรางวัล ฟีฟ่า เดอะ เบสต์ แทนเท่านั้น

    เลวานดอฟสกี้มีปีที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งในปี 2021 โดยทำลายสถิติด้วยการยิง 69 ประตูในทุกถ้วยทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ อย่างไรก็ตาม แม้มีฟอร์มอันน่าทึ่ง แต่เขาพลาดรางวัลไปอย่างฉิวเฉียดต่อเมสซี่อีกเช่นเคย

    ปัจจุบัน เลวานดอฟสกี้ อายุ 30 ปลายๆ แล้ว โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในปี 2025 แต่จบอันดับ 17 ซึ่งน่าเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาในการคว้ารางวัลนี้


11 อาร์เยน ร็อบเบน

อันดับดีสุด : อันดับ 4 (2014)

    น่าเหลือเชื่อ อาร์เยน ร็อบเบน ไม่เคยจบอันดับสูงกว่าอันดับ 4 บัลลง ดอร์เลย แม้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในยุคของเขาก็ตาม

    ดาวเตะดัตช์ซัดประตูชัยให้บาเยิร์น มิวนิคในรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2013 ซึ่งน่าจะทำให้เขาเป็นตัวเต็งสำหรับรางวัลนี้ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น

    ปีกจรวดมีบทบาทสำคัญในการพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ปี 2010 และคว้าอันดับ 3 ในปี 2014 

    หาก "อัศวินสีส้ม" คว้าแชมป์ซักครั้ง บางที อดีตดาวเตะอีซ้ายข้างเดียวอาจมีโอกาสมากขึ้นที่จะคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้


10 ฟร้องค์ ริเบรี่

อันดับดีสุด : อันดับ 3 (2013)

    หากร็อบเบนคิดว่าตัวเองโชคร้ายแล้วล่ะก็ ฟร้องค์ ริเบรี่ อาจจี๊ดยิ่งกว่า ปีกฝรั่งเศสถึงกับงงงวยที่ได้เพียงอันดับ 3 หลังมีบทบาทสำคัญในการนำบาเยิร์น มิวนิคคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2013 

    ริเบรี่ บอกว่าตนถูก "ปล้น" และการเมืองในวงการฟุตบอลเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาพลาดรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี แม้ 2 คนที่อยู่เหนือเขาเป็น 2 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่มอบให้กับการคว้าถ้วยรางวัลใหญ่มีบทบาทอย่างมากในการตัดสินว่านักเตะจะมีโอกาสชนะหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ บางที การที่ริเบรี่รู้สึกว่า ตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อาจเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลไม่น้อยเช่นกัน


9 อันเดรีย ปิร์โล่

อันดับดีสุด : อันดับ 5 (2007)

    จะไม่มีการนำสถิติใดๆ มาสนับสนุนกรณีของ อันเดรีย ปิร์โล่ ในการถกเถียงนี้ เพราะนั่นไม่สะท้อนถึงประเภทของนักเตะที่เขาเป็น 

    แฟนบอลตัวจริงต่างยอมรับในพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของเพลย์เมกเกอร์ชาวอิตาเลียน ตลอดเส้นทางค้าแข้งที่เต็มไปด้วยถ้วยรางวัล ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาที่เล่นให้กับเอซี มิลาน, ยูเวนตุสและ 116 นัดกับทีมชาติอิตาลี

    แม้มีส่วนร่วมอย่างมากในวงการฟุตบอล แต่ปิร์โล่ไม่เคยติด 3 อันดับแรกบัลลง ดอร์ ด้วยซ้ำ โดยอันดับสูงสุดคืออันดับ 5 ในปี 2007

    หากสถิติไม่ใช่ตัววัดความยิ่งใหญ่ของนักเตะ ตำนานหน้าหนวดชาวอิตาเลียนคงได้รับรางวัลนี้หลายครั้งในอาชีพค้าแข้งของตนเอง


8 จานลุยจิ บุฟฟ่อน

อันดับดีสุด : อันดับ 2 (2006)

    มีผู้รักษาประตูคนเดียวเท่านั้นที่เคยคว้าบัลลง ดอร์ คือ เลฟ ยาชิน ในปี 1963 ที่จริงแล้ว โอกาสที่นายทวารจะได้รับรางวัลนี้ค่อนข้างน้อยมาก จนต้องมีการแยกรางวัลสำหรับตำแหน่งนี้โดยเฉพาะเจาะจง

    ผู้ที่เข้าใกล้ความสำเร็จของยาชินมากที่สุดคือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ซึ่งจบอันดับ 2 ในปี 2006 

    ตำนานอิตาเลียนไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในผู้เล่นดีสุดที่ชวดรางวัลนี้ แต่บุฟฟ่อนยังเป็นหนึ่งในยอดแข้งที่ไม่เคยซิวถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย

    เส้นทางค้าแข้งและผลงานอันน่าทึ่งของบุฟฟอนทำให้การมองข้ามครั้งนี้ยิ่งน่าประหลาดใจมากขึ้น


7 เนย์มาร์

อันดับดีสุด : อันดับ 3 (2015, 2017)

    เมื่อ 10 ปีก่อน เนย์มาร์เป็นนักเตะพรสวรรค์แห่งยุคที่หลายคนเชื่อว่าจะคว้าบัลลง ดอร์หลายสมัย แต่เส้นทางค้าแข้งนั้นไม่เป็นไปตามความคาดหวังอันใหญ่หลวง

    นี่ไม่ใช่เพราะความบกพร่องของเขาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความกดดันมหาศาลที่เพลย์เมกเกอร์แซมบ้าต้องแบกรับด้วย

    ตอนนี้ เนย์มาร์ อายุ 30 ปีกว่าแล้ว เขาประสบความสำเร็จมากมายและสามารถภาคภูมิใจได้กับผลงานส่วนใหญ่

    อย่างไรก็ตาม ด้วยภาระของชาติที่อยู่บนบ่า ความล้มเหลวในการนำบราซิลในฟุตบอลโลก และพลาดนำบัลลง ดอร์กลับสู่บ้านเกิดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 นั่นทำให้เกิดคำถามว่า "ถ้าหากว่า?" ปัจจัยเหล่านี้จะยังคงอยู่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกที่ปฏิเสธไม่ได้ของเขาตลอดไป


6 เดนนิส เบิร์กแคมป์

อันดับดีสุด : อันดับ 2 (1992)

    เดนนิส เบิร์กแคมป์ เป็นตำนานอาร์เซน่อลก็จริง แต่อันดับดีสุดของเขามาจากการเล่นให้กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยจบอันดับ 2 ในปี 1992 และอันดับ 3 ในปีต่อมา

    จากนั้น "ไอซ์เบิร์ก" ประสบปัญหาในอิตาลีอยู่ 2-3 ฤดูกาลก่อนย้ายสู่ลอนดอนเหนือ ซึ่งที่นั่น เบิร์กแคมป์ได้แสดงศักยภาพที่แท้จริงของตนเองออกมา

    อันดับดีสุดของตำนานชาวดัตช์นับตั้งแต่ปี 1995 คืออันดับ 4 ซึ่งก็ยังถือเป็นอันดับที่น่ายกย่องอย่างมาก เมื่อวิเคราะห์อาชีพการค้าแข้งทั้งหมดของเขาและช่วงเวลาอันน่าอัศจรรย์ที่กองหน้าคนนี้มอบให้โลกลูกหนัง

    เห็นได้ชัดว่า มีผู้เล่นที่ฝีมือด้อยกว่าเบิร์กแคมป์หลายคนที่ได้รับการยกย่องมากกว่า


5 หลุยส์ ซัวเรซ

อันดับดีสุด : อันดับ 4 (2016)

    ผลงานอันยอดเยี่ยมของ หลุยส์ ซัวเรซ ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 ควรทำให้เขาคว้าบัลลง ดอร์ 

    แม้หลังย้ายไปบาร์เซโลน่า ซึ่งกองหน้าอุรุกวัยอยู่ใต้ร่มเงาของเมสซี่ แต่ซัวเรซก็มักอยู่ในระดับใกล้เคียงกับซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์เสมอ

    ซัวเรซคว้ารางวัลรองเท้าทองคำยุโรปในช่วงที่ค้าแข้งอยู่ที่คัมป์ นู และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง

    อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ เนย์มาร์ เขาโชคร้ายที่ไม่สามารถเหนือกว่าเพื่อนร่วมทีมที่แทบไม่มีใครเทียบได้ และภายใต้ร่มเงาของเมสซี่อย่างต่อเนื่อง แม้มีผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นก็ตาม


4 ชาบี

อันดับดีสุด : อันดับ 3 (2009, 2010, 2011)

    ชาบี คือสุดยอดแข้งของบาร์เซโลน่า และเป็นหัวใจสำคัญของทีมที่หลายคนยกให้เป็นทีมที่ดีที่สุดตลอดกาล น่าประหลาดใจที่ชาบีไม่เคยได้อันดับสูงกว่าอันดับ 3 ในการจัดอันดับบัลลง ดอร์ 

    ตลอดเส้นทางค้าแข้งอันโด่งดัง ชาบีแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์, ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เขาเป็นจอมทัพในแดนกลาง 

    ชาบีเป็นตัวอย่างของนักเตะที่เล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง หากเลือกได้ เขาคงมอบรางวัลนี้ให้กับเมสซี่ทุกปี

    อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับปิร์โล่ จำเป็นต้องยอมรับว่า ชาบีคือสุดยอดผู้ควบคุมเกมฟุตบอล ความสามารถในการควบคุมจังหวะเกม และสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล


3 เปาโล มัลดินี่

อันดับดีสุด : อันดับ 3 (1994, 2003)

    เปาโล มัลดินี่ อาจเป็นกองหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และหากไม่ใช่ ก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน 

    ตลอด 25 ปีในอาชีพค้าแข้ง มัลดินี่ช่วยให้ เอซี มิลาน คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก 5 สมัย และแชมป์เซเรีย อา 7 สมัย แต่กลับไม่เคยได้รางวัลสูงสุดของยุโรปอย่าง บัลลง ดอร์เลย โดยผลงานดีสุดคือ อันดับ 3 ในปี 1994 และ 2003

    ความจริงที่ว่าตำนานชาวอิตาเลียนสามารถยืนหยัดอยู่ในระดับสูงสุดได้นานกว่านักเตะหลายรุ่น ถือเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่งในตัวเอง และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยืนยาวและความสม่ำเสมอของกัปตันทีมคนนี้


2 เธียร์รี่ อองรี

อันดับดีสุด : อันดับ 2 (2003)

    รางวัลบัลลง ดอร์ปี 2003 ยังคงเป็นหนึ่งในรางวัลที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ เธียร์รี่ อองรี เป็นผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปในช่วงเวลาการลงคะแนน แต่เขาก็พ่ายแพ้ให้กับ พาเวล เนดเวด ที่ไม่สามารถเทียบเท่าสถิติของอองรีได้

    ตอนนั้น อองรีคว้าแชมป์ยุโรปและแชมป์โลกมาแล้ว และสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีก กระนั้น ประวัติการทำงานที่น่าประทับใจนี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะคว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้

    นั่นเป็นสิ่งที่อองรียังคงถูกถามถึงอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้แต่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็ยังรู้สึกว่า ไอคอนแห่งอาร์เซน่อลถูกมองข้ามอย่างไม่เป็นธรรม โดยครั้งหนึ่ง เขาเคยกล่าวว่า อองรีสมควรได้รับ บัลลง ดอร์ถึง 10 ครั้ง


1 อันเดรส อีเนียสต้า

อันดับดีสุด : อันดับ 2

    คู่หูชาวสเปนของชาบี เปรียบเสมือน "แบทแมนกับโรบิน" ทั้งคู่สร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เหมือนใครในวงการฟุตบอล ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ และความโดดเด่นของพวกเขาก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    ต่างจากชาบีที่ไม่เคยมีช่วงเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ส่วนตัวอันโดดเด่น ซึ่งอาจทำให้เป็นผู้ท้าชิงบัลลง ดอร์อย่างชัดเจน อันเดรส อีเนียสต้า เป็นฮีโร่ ซัดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ ฟุตบอลโลกนัดชิงชนะเลิศ 2010

    แม้หลายคนมองย้อนกลับไปและชื่นชมว่า อีเนียสต้าน่าจะเป็นคว้าบัลลง ดอร์ ในปี 2010 แต่สุดท้ายแล้ว เขาจบอันดับ 2 เมื่อนับคะแนนทั้งหมด โดยแพ้ต่อเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่าอย่างเมสซี่อีกครั้ง ในขวบปีที่ 3 อันดับสุดท้ายมาจากถิ่นคัมป์ นูทั้งหมด


คนไม่มีสิทธิ์

    ขอมอบเพลงนี้ให้กับพวกคุณครับ "คนไม่มีสิทธิ์" ของชาวคณะ ไมโคร ในสตูดิโออัลบั้มสุดท้าย "เต็มถัง" เมื่อปี 2532

    เพลงอกหักรักคุด ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ สไตล์วัยรุ่นยุค 90 จากน้ำเสียงตัดพ้อของ พี่หนุ่ย-อำพล ลำพูน ผ่านตัวอักษรซ่อนความรู้สึกของ พี่ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค ที่วางอยู่บนตัวโน้ตและท่วงทำนองอันไพเราะของ พี่ติ๊ด-โสฬส ปุณกะบุตร

    เนื้อเพลงบางท่อนบอกว่า ...

อยู่อย่างคนไม่มีสิทธิ์ ก็ผิดตั้งแต่วันที่เราเกิด

เจ็บอย่างไรก็ทนไปเถิด จะเกิดอะไรก็ต้องทน 

หากว่าเธอสิ้นเยื่อใย ประโยชน์อะไรที่จะบ่น

อยู่อย่างดินต้องเจียมตน จะอดจะทนเพราะเข้าใจ

    โปรดขีดเส้นใต้ไว้ที่ประโยคที่ว่า ... ก็ผิดตั้งแต่วันที่เราเกิด ครับ

    เนื้อเพลงท่อนนี้สอดรับกับบัลลง ดอร์ ในยุค 2000 ถึง 2010 จริงๆ ครับ

    ทศวรรษดังกล่าวรางวัลอันทรงเกียรตินี้ถูกครอบครองสลับกันไปมาระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    น่าเสียดายสำหรับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง อีเนียสต้า, ชาบี, ร็อบเบน, เลวานดอฟสกี้ ฯลฯ ที่ดันเกิดในช่วงเวลาเดียวกัน และตกอยู่ภายใต้เงาของ 2 ดาวเตะที่ดีที่สุดในโลก

คนอย่างเราต้องยอมอดทน ได้เกิดเป็นคนก็บุญนักหนา

เธอไม่แลก็แล้วแต่ฟ้า สั่งลงมาให้เสียเธอไป

คนอย่างเราไม่มีอุทธรณ์ จะเจ็บจะร้อนต้องเก็บเอาไว้

คนจะไปก็คือต้องไป ดีแค่ไหนที่เธอเคยมอง

(คนอย่างเราไม่มีอะไร ไม่มีสิทธิ์มีเสียง ได้เพียงแค่มอง)

    ขีดเส้นใต้คำว่า "เธอไม่แลก็แล้วแต่ฟ้า" ครับ

    "สวรรค์ลำเอียง" อาจใช้ได้กับ เลวานดอฟสกี้ ด้วยผลงานทั้งส่วนตัวและภาพรวมในปี 2020 แชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกอันยิ่งใหญ่ กระหน่ำ 55 ประตูจาก 47 เกมรวมทุกรายการ บัลลง ดอร์ ในมือสั่นยิ่งกว่า อาจารย์เบียร์ กับกระโถนของเขา

    จู่ๆ โควิดก็มา จู่ๆ พิธีแจกรางวัลก็ยกเลิก ทั้งที่รางวัลใหญ่อย่าง ฟีฟ่า เดอะ เบสต์ ยังประกาศแบบออนไลน์ได้เลย

    ทั้งหมดทั้งมวลคือเหตุผลของ "คนไม่มีสิทธิ์" คว้าบัลลง ดอร์ เหล่านี้ครับผม

 บทเพลงที่ 181  คนไม่มีสิทธิ์ 

 ศิลปิน  ไมโคร

 คำร้อง  นิติพงษ์ ห่อนาค

 ทำนอง/เรียบเรียง  โสฬส ปุณกะบุตร

 อัลบั้ม  เต็มถัง

 ปี  2532



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด