ยังอยู่

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เลียม โรซีเนียร์ ประเดิมคุมทีมเหย้านัดแรกให้กับ เชลซี และเป็นบอลการแข่งขันในบอลถ้วยติดต่อกันหลังเมื่อสุดสัปดาห์บุกถล่ม ชาร์ลตัน 5-1 ใน เอฟเอ คัพ รอบ 3

    คราวนี้ทีมเจอกับของจริงอย่าง อาร์เซน่อล ในเกม คาราบาว คัพ รอบตัดเชือก นัดแรก ซึ่งทีมอยู่ในสภาพที่ไม่ได้พร้อมนักเมื่อมีนักเตะทั้งบาดเจ็บ ทั้งป่วย และติดโทษแบน    

    มอยเสส ไกเซโด้ มิดฟิลด์ คนสำคัญติดโทษแบน, ลีวาย โคลวิลล์ และ โรมีโอ ลาเวีย เจ็บ, เลียม ดีแล็ป และ เจมี่ กิทเท่นส์ ที่ป่วย ในขณะที่ทั้ง โคล พาลเมอร์, รีซ เจมส์ และ มาโล กุสโต ที่ไม่มีชื่อตั้งเกม เอฟเอ คัพ คาดว่าจะกลับมาในนัดนี้ก็ยังไร้เงาอีก


โดนตั้งแต่ต้นเกม

    "สิงห์บลูส์" เปลี่ยนทีมจากเกมนัดที่แล้ว 8 คน โดยเป็น โรเบิร์ต ซานเชซ, เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, เทรโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ก กูกูเรย่า, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เอสเตวาโอ วิลเลียน, ชูเอา เปโดร และ เปโดร เนโต้ กลับมาลงสนามอีกครั้ง

    ในงานแถลงข่าวก่อนเกม เลียม โรซีเนียร์ ได้พูดถึงอันตรายจากลูกตั้งเตะของ อาร์เซน่อล ไปแล้ว แต่เกมผ่านไปแค่ 7 นาที ทีมก็โดนเจาะตาข่ายจากลูกเตะมุมที่ เดแคลน ไรซ์ เปิดมาถึง เบน ไวท์ โหม่งเข้าประตูไป

    เจ้าบ้านเดินหน้าลุยเพื่อทวงประตูคืนและได้โอกาสจาก เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ยิงไกลไม่ผ่านมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รวมถึง เปโดร เนโต้ ที่ได้กดเต็มข้อก็ไม่ได้

    โรเบิร์ต ซานเชซ แทบไม่ได้ทำอะไรเลยหลังจากที่เสียประตู ไม่ว่าจะเป็นจังหวะของ วิคเตอร์ โยเคเรส ที่ยิงหลุดออกไป รวมถึง มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ที่ซัดข้ามคาน

    ฝั่ง "สิงห์บลูส์" แสดงให้เห็นว่าเกมของพวกเขาไม่ได้เป็นรอง และน่าประตูตีเสมอเมื่อ เอสเตเวา รับบอลจาก เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ แล้วยิงมุมแคบแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า


เสียประตูที่สอง

    เลียม โรซีเนียร์ ตัดสินใจไม่เปลี่ยนตัวในช่วงพักครึ่ง เมื่อมองจากเกมครึ่งแรกก็ถือว่ายังไม่มีความจำเป็นเพราะนักเตะทำผลงานกันได้ดีแม้ว่าสกอร์จะยังตามหลังอยู่ก็ตาม

    อย่างไรก็ตามเพียง 4 นาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง อาร์เซน่อล ก็ขยับหนีเป็น 2-0 จากการทุ่มเร็วที่ทำให้ บูกาโย่ ซาก้า ได้โอกาสและรอจังหวะที่ เบน ไวท์ วิ่งขึ้นมา เขาเปิดบอลพุ่งเข้าเขตโทษ โรเบิร์ต ซานเชซ รับบอลหลุดมือโดน วิคเตอร์ โยเคเรส ยิงง่ายๆ เข้าไป

    หลังเสียประตู 4 นาที เลียม โรซีเนียร์ จัดการเปลี่ยนตัว 2 คนด้วยการเอา อเลฮานโดร การ์นาโช่ และ เบอนัวต์ บาเดียชิล ลงเล่นแทน มาร์ก กีว และ จอช อาเชียมปง ซึ่งมันก็ได้ผลที่ต้องการเมื่อ การ์นาโช่ ทำประตูตีไข่แตกให้กับทีม 4 นาทีหลังถูกส่งลงสนาม

    เสียงเชียร์ในสนามดังขึ้นทันทีและ เชลซี พยายามอย่างหนักเพื่อตีเสมอ ซึ่งก็เกือบได้ด้วยจาก เอสเตเวา ได้จังหวะสับไก เสียดายที่บอลหลุดออกเสาไกล

    แต่ในขณะที่ดูเหมือนว่าจะได้โมเมนตัมกลับมา เชลซี กลับมาเสียประตูที่ 3 ให้กับ มาร์ติน ซูบีเมนดี้


สู้ต่อ

    ในขณะที่เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเจ้าบ้านโหมบุกใส่อย่างเต็มที่และมายิงเพิ่มได้อีกลูกจากลูกเตะมุมที่ เปโร เนโต้ เปิดบอลเลยมาถึง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ที่คุมบอลอย่างยอดเยี่ยมก่อนยิงเสียบตาข่าย

    ช่วง 5 นาทีสุดท้านเกมแทบจะเปิดโดยเฉพาะกับฝั่ง "สิงห์บลูส์" ที่เปิดหน้าแลกและได้โอกาสจาก เอสเตเวา ที่ยิงไปติดเซฟ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ก่อนที่ โทซิน อดาราบิโอโย่ จะโหม่งข้ามคาน

    เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นจบลงด้วยความผิดหวังเมื่อพ่ายแพ้แต่สกอร์ที่ตามหลังลูกเดียวยังถือว่าโอกาสยังเปิดกว้างอยู่พอสมควร

    เมื่อ อาร์เซน่อล บุกชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ ทำไม เชลซี จะบุกชนะที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไม่ได้ล่ะ


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})