ใจหายใจคว่ำ
จังหวะนี้มาจากลูกเตะมุมทางขวาที่ เปโดร เนโต้ เปิดมาที่เสาแรก ล็องดรี้ ดิมาต้า ขึ้มโหม่งสกัดแต่บอลลอยมาหน้าประตูที่ มอยเซส ไกเซโด้ โถมมาโหม่งจ่อๆ เข้าประตูไป
ลูกนี้ต้องชมมิดฟิลด์ทีมชาติเอกวาดอร์ เลยที่พุ่งตัวเข้าหาลูกบอล จนนำมาซึ่งประตูชัยในเกมนี้
อันที่จริงตลอดทั้งเกมฝั่ง "สิงห์บลูส์" แทบจะปูพรมบุกเข้าใส่ข้างเดียว โดยทีมรองบอลถึง 78% มีโอกาสทำประตูถึง 21 ครั้ง และมีค่า xG ที่ 1.85
ยังไงก็ถือว่าเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จแม้จะไม่ได้ยิงประตูมากมายอย่างที่ใครหลายคนคาดเอาไว้ ต่อยอดสู่การลุ้น 8 อันดับแรกในเกมสุดท้ายของรอบ ลีก เฟส
การจัดทีม
เลียม โรซีเนียร์ จัดการเปลี่ยนทีม 6 คนจากเกมล่าสุด ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ได้ลงยืนตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยมี มาโล กุสโต, เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, เบอนัวต์ บาเดียชิล และ ยอร์เรล ฮาโต้ เป็นกองหลัง
รีซ เจมส์ ได้ยืมมิดฟิลด์คู่กับ มอยเซส ไกเซโด้ ส่วนสามประสานแนวรุกเป็น เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เปโดร เนโต้ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ขณะที่กองหน้าตัวเป้า เลียม ดีแล็ป ได้ลงแทน ชูเอา เปโร
ส่วนอดีตสตาร์ของ เชลซี ที่อยู่ฝั่ง ปาฟอส เป็นตัวสำรองเท่านั้น
พลาดโอกาสขึ้นนำ
เชลซี ต้องใช้เวลาเกือบ 10 นาที กว่าจะตั้งเกมได้และมาได้โอกาสจากทั้ง เปโดร เนโต้ และ รีซ เจมส์ แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ
และทีมก็มาส่งบอลเข้าประตูจนได้จังหวะที่ เปโดร เนโต้ เปิดบอลมาให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โหม่งตุงตาข่ายแต่ผู้ตัดสินเป้าเป็นตังหวะฟาวล์ว่าแข้งทีมชาติอาร์เจนติน่า ผลักคู่แข่งก่อน
ครึ่งชั่วโมงของเกม ปาฟอส ก็เกือบได้เหมือนกันในจังหวะสวนกลับที่ ชาชา แข้งชาวบราซิล ของทีมเยือนลากบอลจากทางขวาเข้ากลางแล้วสับไกบอลแฉลบ รีซ เจมส์ ชนิดที่ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ก็พุ่งไปอีกทางแล้วแต่ไปชนเสาแบบมีโชค
โอกาสทองของ เชลซี จังหวะลูกเตะมุมที่ทีมเยือนสกัดไม่ขาดบอลมาตกที่ มอยเซส ไกเซโด้ ยิงติดเซฟ เยย์ กอร์เทอร์ จังหวะต่อเนื่อง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ได้เปิดสุดเส้นในเขตโทษด้านซ้าย เบอนัวต์ บาเดียชิล โขกสะบัดที่เสาแรกบอลหลุดเสาสองออกไปอีก
ท้ายครึ่งแรกทีมยังน่าได้อีกถึง 2 คน ครั้งแรก มอยเซส ไกเซโด้ กดเต็มข้อหน้าเขตโทษ เยย์ กอร์เมอร์ ปัดออกมาได้ และช่วงทดเจ็บ ยอร์เรล ฮาโต้ ได้หลุดไปยิงในเขตโทษด้านซ้ายแต่ เยย์ กอร์เมอร์ ก็ยังปิดมุมดีเซฟไว้ได้อีก
ปรับเปลี่ยน
ช่วงพักครึ่ง เลียม โรซีเนียร์ เปลี่ยนตัวทีเดียวสองคนโดยให้ โรเบิร์ต ซานเชซ ลงมาเฝ้าเสาแทน ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น และ เอสเตเวา ลงมาแทน รีซ เจมส์
"สิงห์บลูส์" เริ่มจัดการเกมได้อยู่หมัดและมาได้โอกาสลุ้นประตูอีก เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เปิดบอลเข้าเขตโทษด้านขวา เอสเตเวา วอลเล่ย์เต็มข้อแต่ เยย์ กอร์เมอร์ เซฟได้อีก รวมถึงลูกยิงของ เปโดร เนโต้ ที่ลากตัดจกขวาเข้ากลางก็ยังไม่ผ่าน เยย์ กอร์เมอร์
เมื่อเวลาผ่านไปทีมก็กดดันมาขึ้น จากที่หาจังหวะเข้าไปจบสกอร์ได้อยู่เรื่อยๆ ก็กลายเป็นว่าเจาะไม่เข้า การดวลตัวต่อตัวหรือผ่านบอลก็โดนสกัดเอาไว้ได้หมด
ประตู!
แน่นอนว่าการที่คู่แข่งถอยลงไปเล่นเกมรับเต็มตัวแต่ในที่สุดประตูก็มาจากลูกตั้งเตะที่ เปโดร เนโต้ เปิดด้วยซ้ายเข้ามาที่เสาแรก ล็องดรี้ ดิมาต้า โหม่งไม่ดีเพราะมี เวสเล่ย์ โฟฟาน่า ขึ้นอยู่ข้างหน้า บอลลอยมาหน้าประตู มอยเซส ไกเซโด้ โถมมาโหม่งตัดหน้าคู่แข่งเข้าประตูไป
ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ เชลซี กุมชะตาการเข้ารอบเป็น 8 ทีมแรกของรอบ ลีก เฟส ด้วยมือตัวเอง โดยตอนนี้ทีมจะมี 13 คะแนนจาก 7 เกม รั้งอยู่อันดับที่ 8
อย่างไรก็ตามเกมสุดท้ายทีมจะต้องไปเยือน นาโปลี ที่ต้องการชัยชนะสถานเดียวหลังทำได้แค่เสมอกับ โคเปนเฮเก้น ซึ่งทำให้พวกเขามีแค่ 8 แต้ม อยู่อันดับที่ 25 ซึ่งจะตกรอบ
ชัยชนะที่ สตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า จะทำให้ เชลซี เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องหลุดไปเพลย์ออฟ
อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตบอสเก่าของสโมสรจะให้คำตอบในสัปดาห์หน้า

