สำเร็จ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เชลซี บุกคว้าชัยชนะเหนือ นาโปลี ได้อย่างน่าประทับใจ ส่งให้ทีมจบใน 8 อันดับแรกของตารางรอบ ลีก เฟส เข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ

    แน่นอนว่าเกมที่ สตาดิโอ ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า ไม่ง่าย แม้ว่าทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จะพิการจากการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักหลายคนก็ตาม

    เจ้าบ้านแข็งแกร่งเสมอยามเฝ้าบ้าน หนล่าสุดที่พวกเขาแพ้คู่แข่งต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2024 โดยไม่แพ้มานาน 25 เกมแล้ว

    แต่ด้วยความที่พวกเขาต้องการชัยชนะสถานเดียวในนัดนี้เพื่อเบียดเข้าไปอยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟ นั่นทำให้บรรยากาศในสนามถูกแฟนบอลปลุกเร้าอยู่ตลอดเวลา


    เลียม โรซีเนียร์ ไม่ปล่อยให้บรรยากาศนั้นครอบงำ และแทนที่จะถอยลงไปรับแล้วใช้เกมสวนกลับจากความเร็วของแนวรุก เขาสั่งให้นักเตะสู้อย่างดุดันและไล่เพรสซิ่งอย่างรวดเร็ว

    นั่นนอกจากจะทำให้โอกาสบุกของ นาโปลี ลดลงแล้ว เจ้าบ้านไม่สามารถหาช่องไปส่องประตูได้เลยในช่วง 20 นาทีแรก กระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ เอ็นดซ่ เฟร์นานเดซ

    กุนซือหนุ่ม เชลซี กล่าวว่า "ผมอยากให้ทีมเล่นแบบประกบตัวต่อตัวทั่วทั้งสนาม เราต่างรู้ว่าเราต้องชนะเกมนี้ และผมอยากเล่นอย่างดุดัน ผมรู้สึกว่าเราแย่งบอลกลับมาได้ในแดนหน้าหลายครั้งในช่วง 20 นาทีแรก"

    การเสียประตูก่อนเหมือนเป็นการปลุก นาโปลี ให้กลับมามีชีวิตชีวาและเริ่มเล่นเพรสซิ่งใส่บ้าง ซึ่งสถิติ 20 นาทีแรกพวกเขาแย่งบอลได้เพียง 2 ครั้ง แต่เพิ่มเป็น 9 ครั้งใน 25 นาทีท้ายของครึ่งแรก


    และนั่นก็นำมาซึ่ง 2 ประตูของ อันโตนิโอ แวร์การ่า และ ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่พลิกสถานการณ์ให้เจ้าบ้านแซงนำ 2-1 เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด 45 นาทีแรก

    "เมื่อพวกเขาเริ่มหนีจากการเพรสซิ่งของเราและเล่นเกมรุกมากขึ้น ระยะห่าง (ระหว่างผู้เล่น) ก็มากขึ้น เราจึงแก้ไขตรงนั้น เรายังคงเล่นแบบประกบตัวต่อตัวในครึ่งหลัง แต่เราเริ่มเพรสซิ่งลึกกว่าเดิม และผมคิดว่านั่นช่วยให้เกมของเรากระชับมากขึ้น"

    "สิงห์บลูส์" เปลี่ยนตัวทันทีในช่วงพักครึ่งเริ่มจากเอา โคล พาลเมอร์ ลงมาแทน เปโดร เนโต้ ตามด้วย เจมี่ กิทเท่นส์ แทน อันเดรย์ ซานโต๊ส และ เทรโวห์ ชาโลบาห์ แทน มาโล กุสโต ซึ่งมีการปรับตำแหน่งให้ รีซ เจมส์ ขยับมาทางขวา รวมถึง พาลเมอร์ ที่เป็นเพลย์เมกเกอร์แล้วให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถอยมาตรงกลาง

    ไม่กี่อึดใจทีมก็มาตีเสมอได้จากการต่อบอลขึ้นมาปิดท้ายที่ความยอดเยี่ยของ ชูเอา เปโดร ที่หาช่องกดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม


    "ผมคิดว่า อันเดรย์ ซานโต๊ส เล่ยได้ดีมาก แต่เราจำเป็นต้องคว้าชัยชนะ - เมื่อ เอ็นโซ่ ถอยลงมาเล่นใสตำแหน่งหมายเลข 6 เขาก็เริ่มครองเกมและคุมจังหวะร่วมกับ มอย ได้อย่างแท้จริง" โรซีเนียร์ กล่าวชม เอ็นโซ่ เป็นพิเศษ

    เมื่อกางสถิติออกมาแล้วก็สะท้อนถึงเรื่องนั้นเมื่อ เอ็นโซ่ เป็นคนที่ผ่านบอลมากที่สุดของทีมใจช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกมที่ 38 ครั้ง โดยเขาแย่งบอลคืนได้ถึง 7 ครั้งซึ่งดีที่สุดในทีมด้วยช่นกัน

    ในส่วนของ โคล พาลเมอร์ อาจจะไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรที่เขาไม่ได้เป็น 11 คนแรก หลังจากที่พลาด 2 เกมก่อนหน้าจากปัญหาบาดเจ็บต้นขาและยังไม่ฟิตเต็มที่คำปากคำของ เลียม โรซีเนียร์ ที่บอกว่า "ไม่มีทางที่ โคล จะลงเล่นเป็นตัวจริงและเล่นได้ 60, 70 หรือ 80 นาที"     


    แต่เมื่อทีตามหลังในครึ่งหลัง การตัดสินใจเปลี่ยนจึงต้องเกิดขึ้น และเขาคือคนที่ไหลบอลให้ ชูเอา เปโดร เข้าไปยิงตีเสมอ แม้ว่าอาจะต้องยกเครดิตให้สตาร์ทีมชาติบราซิล ก็ตาม โดยเขาสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง  หนด้วยกัน

    "ผมรู้สึกว่าฟอร์มการเล่นของ โคล นั้นยอดเยี่ยมมาก ไม่ใช่แค่คุณภาพการเล่นเท่านั้น แต่รวมถึงการกดดันและการวิ่งเพื่อทีมด้วย" โรซีเนียร์ กล่าว

    "เขาลงสนามหลายเกมติดต่อกันเป็นเวลานาน (ในสองฤดูกาลที่ผ่านมา) ดังนั้นเราต้องดูแลเขา และผมคิดว่าวิธีที่เขาจัดการตัวเองในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นยอดเยี่ยมมาก"

    "หวังว่าตอนนี้เราจะได้เห็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาหลังจากที่เขาฟิตสมบูรณ์เต็มที่"

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})